กอล์ฟ อัครา ปฏิบัติจิตบำบัดกาย

กอล์ฟ อัครา ปฏิบัติจิตบำบัดกาย

กอล์ฟ อัครา เปิดใจถึงการปฏิบัติธรรม การค้นหาคำตอบของชีวิต รวมถึงการบริหารร่างกายและจิตใจในสภาวะที่อาชีพต้องการ

กอล์ฟ อัครา อมาตยกุล พระเอกนักแสดงชาวไทยเป็นที่รู้จักของสาธารณชนกับบทบาทการแสดงในภาพยนตร์ไทย วิถีคนกล้า ตั้งแต่เมื่อยังเป็นวัยรุ่น ต่อด้วยบทบาทการแสดงในละครโทรทัศน์ ปลายเทียนและสายโลหิต ประกาศอำลาวงการบันเทิงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าเป็นการเลือกเส้นทางที่ไตร่ตรอง ครองสติอย่างดีแล้ว

หลังจากสวมบทบาทใน จอมขมังเวทย์ และบทนักมวยผู้สืบสานมวยไทยไชยาในภาพยนตร์ ไชยา เมื่อสามปีก่อนได้อย่างเข้มข้นและกวาดรางวัลทางด้านการแสดงไปเกือบทุกสถาบัน จากนั้นก็ว่างเว้นจากวงการบันเทิงไปกว่าสองปี ก่อนจะกลับมาสู่กระแสอีกครั้ง ระหว่างการโปรโมทภาพยนตร์ที่เขานำแสดงถึงสองเรื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมกับการประกาศอำลาวงการบันเทิงและเดินหน้าสู่ถนนชีวิตสายใหม่

๐ คุณประสบความสำเร็จมากในงานบันเทิง แต่ทำไมเลือกทิ้งงานตรงนี้ไป?

ผมรู้สึกว่าได้ประสบความสำเร็จมาแล้ว ถ้าจะทำอะไรต่อ ก็ต้องก้าวขึ้นไปให้มากกว่านี้ แต่เมื่อดูแล้ว ณ ตอนนี้เราว่าควรจะต้องปรับเข็มทิศดูก่อน ผมรู้สึกว่าได้ผ่านงานต่างๆ มาหมดแล้ว ทั้งรางวัลที่ได้มาด้วยก็น่าภูมิใจและได้ทำดีที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะอยู่ต่อไปก็ต้องดีกว่านั้น แต่ถ้าอยู่ต่อไปแล้วไม่ดีกว่านั้นหรือว่ามันทรงตัวแล้วค่อยๆ ถอยลง ผมว่าควรจะลองปรับเข็มทิศ ผมอยากจะลองดูแล้วอีกอย่างผมเป็นคนที่ชอบอะไรที่ท้าทายและลองอะไรใหม่ๆ การเล่นหนังเล่นละครก็เห็นอยู่ว่ามันปรับเปลี่ยนคาแร็กเตอร์ตลอด จนบางทีคนจำหน้าจริงของเราไม่ได้ เราชอบอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีตลอด

๐ สิ่งใหม่ที่จะทำคืออะไร?

ผมโตที่อเมริกาและมีเพื่อนอเมริกันพอสมควร แต่ละคนไปทำงานหลายสาย มีธุรกิจของตัวเองด้วย เคยคุยกันแล้วชวนให้ไปทำงานด้วยกันแต่ตอนนั้นยังทำงานหนัง งานละครอยู่ และมาถึงตรงจุดนี้ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่รู้สึกว่าพอกับตรงนี้และอยากลองอะไรใหม่ๆ ได้คุยกับเพื่อนๆ ว่าให้ลองไปทำซึ่งเป็นธุรกิจร้านอาหารฝรั่งที่เป็นแฟรนไชส์ เพื่อนที่ทำธุรกิจจะมีเพื่อนที่ทำเรื่องของสุขภาพซึ่งเราก็ชอบตรงนั้นด้วย สุดท้ายแล้วเราก็ต้องไปตรงนั้นเพื่อจะดูว่าอะไรที่มันใช่ที่สุด ผมถึงได้ตัดสินใจว่าจะอยู่ตรงนี้

๐ การไปปฏิบัติธรรมมีที่มาที่ไปอย่างไร?

บ้านผมเป็นพุทธ และจริงๆ แล้วผมมีคำถามตั้งแต่เด็กๆ แล้วตอน 5-6 ขวบ ว่า คนเราเกิดมาทำไม แล้วเด็กอายุ 5 ขวบ ถามตัวเองแต่ตอนนั้นยังไม่มีคำตอบ และเหมือนเราพยายามค้นหามัน ตอนที่อยู่อเมริกา ก็ศึกษาปรัชญา เรื่อง ควอนตัมฟิสิกส์ เรื่องการสะกดจิตตัวเอง ที่เข้าไปถึงสิ่งที่มันถูกล็อคเอาไว้ข้างในตัวเอง

เรื่องนี้จริงๆ แล้วฝรั่งเขาก็เห็นถึงตรงนั้น และเขามีวิธีการของเขาที่เรียกว่า self-hypnosis เพราะมันเข้าไปปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆ ในตัวเราได้ อย่างเรื่องพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น บางทีอาจเป็นปัญหากับหลายๆ คน ทำไมเราทำแบบนี้ นิสัยเราชอบทำแบบนี้ มีความบกพร่องอะไรที่เกี่ยวกับทางจิตที่อธิบายไม่ได้ เขาจะใช้ตรงนี้ในการเข้าไปช่วยอธิบาย

๐ จากคำถามนั้น นำไปสู่ปฏิบัติธรรม?

ตอนกลับจากอเมริกามาเมืองไทย ทีแรกยังไม่ได้ไปปฏิบัติธรรมซะทีเดียว แต่ได้ไปใส่บาตร ทำบุญ ทำสังฆทาน และมีโอกาสได้ทำบุญทอดผ้าป่า เป็นเจ้าภาพงานกฐิน หลายๆ ที่มันเริ่มจากตรงนั้น จนสุดท้ายได้ไปปฏิบัติธรรมแบบนั่งสมาธิขั้นญาณ ตอนที่ไปนั่งไปที่วัดถ้ำขวัญเมือง จังหวัดชุมพร เป็นสมถวิปัสสนากรรม ได้ไปและได้ปฏิบัติก็รู้สึกดีมาก

ตอนที่นั่งได้เห็นว่า เราสามารถสู้กับความปวดได้ มันปวดแบบที่ว่าถ้ามีรถสิบล้อพุ่งชน เราต้องทนกับความทุกข์ตรงนั้นได้จนกว่าเราจะตาย มันเจ็บขนาดนั้น แต่เราต้องนั่งอยู่แบบนั้นไม่มีการขยับเลย แต่อีกใจหนึ่งก็บอกให้ลุกเพราะทนไม่ไหวแล้ว แต่อีกใจก็บอกว่าไม่หรอก เราอยากจะดูสิว่ามันจะเป็นยังไง อาจจะเป็นคนที่มีใจเด็ดเดี่ยวด้วย คือตัดสินใจทำอะไรก็ทำเลยแต่ไม่ใช่ทำแบบมุทะลุ เป็นการดูดีแล้วว่ามันเป็นสิ่งที่ชั่งดูแล้วว่ามีประโยชน์

ตอนที่นั่งสมาธิเราได้พลังความอดทนมากขึ้น และรู้จักวิธีการทำบุญที่ถูกต้องมากขึ้น เพราะว่าบางทีการทำบุญดูเหมือนกับเป็นประเพณี ศาสนาพุทธในส่วนที่เป็นกรอบนอก เป็นเรื่องของพิธีกรรม ประเพณีที่ถูกสืบทอดมา หลายๆ คนไม่รู้ว่าสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ คืออะไร

อย่างสังฆทานที่ไปถวายกันก็ไม่ใช่สังฆทานแท้ๆ ถ้าถวายให้ถูกต้องจริงๆ ต้องมีอาหารที่พระท่านฉันได้เลย ณ ตอนนั้น และต้องมีพระ 4 รูปขึ้นไป พระก็คือสมมติสงฆ์ คือยังไม่เป็นพระอรหันต์ ฉะนั้นสมมติสงฆ์ต้องมี 4 รูปขึ้นไปถึงจะเรียกว่าเป็นสังฆทานที่ครบถ้วน

ส่วนพวกถัง(สังฆทาน)หรือข้าวของต่างๆ ที่ถวายก็ถือเป็นบริวารของสังฆทานเพื่อถวายให้เป็นบริวาร แต่สังฆทานจริงๆ คือ "อาหารที่พระท่านฉันได้ ณ ตอนนั้น" และ ต้องมีการอุปโลกน์คือ การลาสังฆทาน

๐ ผลงานการแสดงมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องจิตวิญญาณ ความเชื่อ?

ด้วยความที่เราอาจจะชอบอะไรที่เป็นไทยๆ และที่ผ่านมาพยายามรับอะไรที่เป็นไทย เข้าถึงความเชื่ออะไรพวกนี้ อย่างเรื่อง "จอมขมังเวทย์" เป็นเรื่องก่อนไปปฏิบัติธรรม แต่ตอนนั้นเราก็ยังค้นหาอะไรบางอย่างแต่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ ณ จุดนั้นมันก็เป็นสิ่งที่เราโอเค และมีอะไรให้ได้ลองค้นหาดูข้อมูลว่า มันมีอีกแบบหนึ่งที่ยังมีอยู่ ทุกอย่างเป็นความรู้ของเราได้

ในหลายๆ อย่างผมรู้สึกว่าต้องมีปรัชญาด้วย ผมพบว่าหลายๆ เรื่องที่ไปแสดงมันมีปรัชญา มีการสอนคนดู อย่างหนังเรื่องไชยา ตัวเปี๊ยกจะเดินทางลงต่ำไปเรื่อยๆ จากจริงๆ แล้วควรจะขึ้นสู่ที่สูง ที่สว่าง แต่คาแร็กเตอร์มันดันลงต่ำไปเรื่อยๆ เพราะถูกผลของกรรมดึงลงไป สุดท้ายคนดูก็เห็นได้ว่า ท้ายแล้วก็ถูกยิงตาย ก็จะเห็นอะไรในหนัง มีธรรมะอยู่ในนั้น

ที่ผ่านมา ผมให้ความสำคัญกับบทมากเพราะมันสอนคนได้ อย่างผมอยากมาปฏิบัติธรรมก็ดูจากคนอื่นว่าพลาดยังไง ดูจากข่าว เราก็เรียนรู้จากคนอื่นได้โดยไม่ต้องไปคลุกกับมันด้วยตัวเอง ถ้าเสพอย่างมีสติก็สามารถเห็นว่าเป็นอย่างไรจากกรรมของคนอื่น เราเรียนรู้จากสิ่งทำและคนอื่นเอาเป็นแบบอย่างได้ ดูว่ามันใช่หรือไม่ใช่ อย่างไร

๐ ตอนนี้ถือว่าชีวิตอยู่ในจุดสมดุล?

การปฏิบัติแบบผมคือ การปฏิบัติแบบใจกับกายไปด้วยกัน มีสติ อยู่กับปัจจุบันคือการที่เข็มวินาทีเคลื่อนไปทุกวินาที ฉะนั้น ปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้วในทุกวินาที ตามมันให้ทัน เมื่อใดที่เราตามทันมันจบไปแล้ว แล้วทุกอย่างจะจบไปเอง อารมณ์ต่างๆ จะไม่สะสม ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมออกไปงานไปพบคนเยอะ พบเรื่องราวต่างๆ กลับมาบ้านกว่าจะเคลียร์ได้ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง

ผมว่าทุกอย่างคือการสร้างความสมดุลให้ชีวิต แม้แต่การใช้ชีวิตก็เหมือนกัน บางคนให้เพื่อนเยอะเกินไป บางคนให้กับแฟนเยอะเกินไป ก็เลยไม่มีเวลาให้ตัวเองทำให้ไม่สมดุล เพราะฉะนั้น เราต้องหาสมดุลตรงนั้นให้เจอ คือ ทำงานและต้องมีเวลาให้ตัวเองในแต่ละวัน มีเวลาให้ครอบครัวและก็แบ่งเวลาให้กับคนรอบข้างได้ด้วย จะทำให้ความทุกข์น้อยลง ปัญหาที่จะเกิดก็น้อยลง

นี่คือ หลักคิดหลักปฏิบัติที่ทำให้มีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้นของพระเอกที่ชื่อ กอล์ฟ อัครา