Kasikornbank(KBANK)_300657

Kasikornbank(KBANK)_300657

แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 233 บาท คาดกำไร 2Q57 ลดลง 2%YoY และ 10%QoQ

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

สินเชื่อปลายเดือนพ.ค. 57 เติบโต 2.5% จากปลายปี 56: สิ้นเดือน พ.ค. 57 สินเชื่อเติบโต 2.5% จากปลายปี 56 เร่งตัวขึ้นจากปลายไตรมาสแรกที่เติบโตเพียง 0.79% จากปลายปี 56 จากความต้องการสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าธุรกิจและลูกค้า SME ขณะที่สินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นไม่มากนักจากการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ คุณภาพสินทรัพย์ยังไม่น่าเป็นห่วงจากการติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้า SME ในการลดดอกเบี้ย 3% นาน 3 เดือน และพักชำระเงินต้นนาน 6 เดือนซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกหนี้และทำให้ลูกหนี้สามารถฟื้นตัวได้ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวก่อนที่คสช.จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและปัจจัยในเรื่องฤดูกาลจะทำให้การปล่อยสินเชื่อเร่งตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีและน่าจะทำได้ใกล้เคียงสมมติฐานที่ระดับ 7.5%

คาดกำไร 2Q57 ลดลง 2%YoYและ10%QoQ จากฐานการเติบโตที่ดีมากในอดีต : บนสมมติฐานอัตราการเติบโตของสินเชื่อ ณ ปลายไตรมาสที่ 2 ปี 57 ราว 3.2% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ดีขึ้นจากระดับ 3.61% ในไตรมาสแรกเนื่องจากเงินฝากที่จ่ายดอกเบี้ยสูงทยอยหมดอายุ ฝ่ายวิจัยบล.โกลเบล็กคาดมีกำไรสุทธิราว 1.08 หมื่นล้านบาท ลดลง 2%YoY และ ลดลง 10%QoQ จากฐานการเติบโตที่ดีมากทั้งใน 2Q56 และ 1Q57 กำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 57 คิดเป็น 52% ของประมาณการทั้งปีที่ 4.4 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 6%YoY ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการตามเดิม เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีการกันสำรองหนี้สูญเพิ่มเติมในงวดครึ่งปีหลังตามหลักการความระมัดระวัง

คงคำแนะนำ“ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมจากเดิม 216 บาทเป็น 233 บาท: ฝ่ายวิจัยมองปัจจัยพื้นฐานของ KBANK ยังแข็งแกร่งและความมีประสิทธิภาพในการควบคุมหนี้เสียและความเข้มงวดมากขึ้นในการอนุมัติสินเชื่อและการจัดการบริหารหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ฟิทช์เรทติ้งที่ยังคงมุมมองอันดับเครดิตที่ระดับ BBB+ เนื่องพอร์ตสินเชื่อมีการกระจายตัวดี ส่งผลให้ผลประกอบการยังมีศักยภาพเติบโตต่อเนื่อง ด้านฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งจากที่มีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ Basel III ที่ 15.6% เมื่อปลายเดือนมี.ค. 57 โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 12.39% ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 2.1 เท่าจากระดับเดิมที่ 2 เท่า(จากภาพรวมธุรกิจที่ดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ)และKe 10.8% อยู่ที่ 233 บาทจากเดิม 216 บาทซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”