'จุฬารัตน์'ชูเครือข่ายแกร่ง

'จุฬารัตน์'ชูเครือข่ายแกร่ง

จุฬารัตน์ชูเครือข่ายแกร่งเชื่ออยู่รอดในกระแสโรงพยาบาลใหญ่ไล่เทคโอเวอร์ มั่นใจรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี

นายกำพล พลัสสินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ (CHG) กล่าวว่า ปัจจัยหลักที่จะทำให้โรงพยาบาลขนาดกลางและเล็ก รอดพ้นจากการถูกเทคโอเวอร์ และดำเนินกิจการได้เอง คือมีเครือข่ายดี เพื่อป้องกันการถูกแย่งตลาด หรือแย่งพื้นที่ให้บริการ จากกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ และการมีเครือข่ายก็ยังช่วยด้านการบริหารต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนการลงทุนซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ ทั้งยังสามารถบริหารการหมุนเวียนของทรัพยากรบุคคล และบุคลากรทางการแพทย์ได้

ตอนนี้กระแสการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลกำลังเกิดขึ้น ส่วนตัวประเมินมีโอกาสเป็นไปได้สูง เพราะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ต้องการลดต้นทุน และสร้างการเติบโตแบบรวดเร็ว การเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลที่เล็กกว่า และไม่มีความสามารถในการต่อสู้จึงเกิดขึ้นโดยง่าย

"อนาคต จะมีโรงพยาบาลที่อยู่ได้ ไม่ถูกซื้อ ต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ต้องมีเครือข่ายของตัวเอง เพราะถ้าไม่ใหญ่จริง หากโรงพยาบาลขนาดใหญ่มาเปิดให้บริการในพื้นที่ใกล้ๆ หรือในพื้นที่เดียวกัน ก็สู้ไม่ได้ สิ่งที่กลัวที่สุดคือ กลัวว่าประเทศไทยมีโรงพยาบาลใหญ่ผูกขาดอยู่เพียงแห่งเดียว ประชาชนก็ไม่มีทางเลือก เมื่อถึงเวลานั้น กลุ่มโรงพยาบาลก็จะไม่มีการแข่งขัน"

เขากล่าวว่า เครือโรงพยาบาลจุฬารัตน์ มีรพ.ในเครือ 12 แห่ง กระจายอยู่ในพื้นที่จ.สมุทรปราการ และภาคตะวันออก อาทิ จ.ชลบุรี ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ขณะเดียวกัน มีศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง 5 ศูนย์ คือ ศูนย์หัวใจ, ศูนย์โรคมะเร็ง, ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ, ศูนย์หลอดเลือดสมอง และศูนย์กระดูก และล่าสุด บริษัทได้เพิ่มบริการศูนย์ศัลยกรรมและความงาม เพิ่มขึ้น 1 แห่ง เพื่อรองรับพฤติกรรมคนไทยที่เริ่มใส่ใจความสวยงามของตัวเองเพิ่มขึ้น

ในการขยายการให้บริการโรงพยาบาลไปในพื้นที่ใหม่ๆ บริษัทใช้หลักขยายตามการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมที่ขยายไปสู่ภาคตะวันออกมากขึ้น รวมทั้งเน้นพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่เออีซีได้ เพื่อรับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน อาทิ การเปิดโรงพยาบาลใหม่ที่ จ.ปราจีนบุรี ก็คาดหวังไปถึงการให้บริการผู้ป่วยจากประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน เนื่องจากจ.ปราจีนบุรี ใกล้กับจ.สระแก้ว ซึ่งมีพื้นที่ติดชายแดน และยังไม่มีโรงพยาบาลเอกชนเข้าไปให้บริการ

ทั้งนี้ ในส่วนของการขยายพื้นที่ให้บริการ บริษัทจะเริ่มเน้นการเข้าซื้อกิจการมากกว่าการลงทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ เพราะให้ตอบแทนที่รวดเร็วกว่า และเป็นวิธีที่เหมาะในยุคปัจจุบันมากกว่า หลังจากที่บริษัทเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียน ต้องระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น เพื่อไม่ให้ผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์ หากบริษัทจะลงทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ ก็จะต้องเป็นพื้นที่ในทำเลที่ดี อาทิ พื้นที่โรงพยาบาลในจ.ปราจีนบุรี

"เรื่องแหล่งเงินทุนไม่น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทยังมีเงินจากการขายหุ้นไอพีโอ และการเป็นบริษัทจดทะเบียนก็จะทำให้มีเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น แต่ต้องระวังคือ ความเสี่ยงในการเอาเงินของผู้ถือหุ้นไปลงทุนไม่รอบคอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้"

บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 10% ต่อปี ซึ่งเชื่อว่าจะทำได้ตามแผน จากการที่มีผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การมีรพ.ให้บริการในพื้นที่ที่หลากหลาย อยู่ในแหล่งชุมชน ราคาสมเหตุสมผล ขณะเดียวกัน ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางที่เปิดให้บริการก็ทำให้มีผู้ป่วยมาใช้บริการมากขึ้น ซึ่งศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางจะให้มาร์จิ้นที่สูงกว่าการรักษาปกติ นับเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (Added Value) ให้กับบริษัท

ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทมีรายได้รวม 653 ล้านบาท กำไรสุทธิ 123 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.11 บาท ส่วนปี 2556 บริษัทมีรายได้รวม 2,254 ล้านบาท กำไรสุทธิ 414 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.41 บาท

ภายหลังจากเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนพ.ค. 2556 บริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างมาก ทั้งนักลงทุนทั่วไป และต่างประเทศ ล่าสุดได้เดินทางไปโรดโชว์ในต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลกับผู้จัดการกองทุนจากมาเลเซีย ญี่ปุ่น และเกาะฮ่องกง จำนวนหลายราย ซึ่งได้รับความสนใจค่อนข้างดี และได้มีผู้จัดการกองทุนจากมาเลเซีย ขอเข้าพบกับทีมผู้บริหาร เพื่อรับฟังข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวยังไม่เคยเข้าถือหุ้นในบริษัทมาก่อน