มาสเตอร์โพลล์หนุน'ประยุทธ์'เป็นนายกฯ

มาสเตอร์โพลล์หนุน'ประยุทธ์'เป็นนายกฯ

มาสเตอร์โพลล์ หนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ วอนแก้ราคาเชื้อเพลิง ทุจริตคอร์รัปชั่น

รศ.ดร. เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล รองประธานมาสเตอร์โพลล์ ชมรมนักวิจัยไทยความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ (Master Poll)เรื่อง ก้าวต่อไปของประเทศไทย หลังครบ 1 เดือนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยเมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างถึงสิ่งที่ต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ดำเนินการในด้านเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน หลังครบ 1 เดือน คสช. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ83.3 ระบุช่วยเหลือดูแลประชาชนเรื่อง ที่ทำกิน แหล่งทำมาหากิน หน้าที่การงาน และการประกอบอาชีพ รองลงมาคือร้อยละ 82.8 ระบุแก้ปัญหาราคาน้ำมัน แก๊ส และเชื้อเพลิง ร้อยละ 71.7 ระบุแก้ปัญหา ราคาสินค้า ราคาอาหาร และบริการ ร้อยละ 65.2 ระบุแก้ปัญหา ต้นทุนการผลิตสินค้าการเกษตร และร้อยละ 60.2 ระบุช่วยเหลือประชาชนได้เมื่อประชาชนว่างงาน นอกจากนี้ ตัวอย่างร้อยละ 59.9 ระบุดูแลประชาชนอย่างดีเมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่ต้องให้ประชาชนจ่ายมาก ร้อยละ 57.0 ระบุต้องดูแลเรื่อง ต้นทุน ค่าใช้จ่าย ในการประกอบอาชีพของประชาชน ร้อยละ 52.8 ระบุลดช่องว่างระหว่างคนรวย กับ คนจน และร้อยละ 48.7 ระบุจัดหาความจำเป็นพื้นฐาน เช่น อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ตามลำดับ

สำหรับด้านสังคมและการเมืองที่ต้องการให้ คสช.ดำเนินการในวันนี้ พบว่า ร้อยละ 76.8 ระบุจัดระเบียบสังคม ขจัดกลุ่มผู้มีอิทธิพล ยาเสพติด และอาชญากรรม รองลงมาคือร้อยละ 69.8 ระบุเอาจริง เอาจังด้านกฎหมายและการจัดระเบียบสังคม ร้อยละ 68.8 ระบุทำให้การเมืองไม่มีคอรัปชั่นร้อยละ 59.4 ระบุจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ร้อยละ 57.0 ระบุคอยช่วยลดความขัดแย้งแตกแยกในหมู่ประชาชน และพบว่าต้องการให้ คสช. ทำให้ศาลช่วยประชาชนได้จากเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรม (ร้อยละ 56.0) ทำให้การเมืองช่วยลดความขัดแย้งในหมู่ประชาชน (ร้อยละ 55.9) แก้ปัญหาการค้ามนุษย์ (ร้อยละ 53.5) ทำให้ประชาชนมีการศึกษาสูง มีคุณภาพในราคาที่ประชาชนมีความสามารถจ่ายได้(ร้อยละ 50.3) ให้บริการประชาชนด้วยความรวดเร็ว ยิ้มแย้มแจ่มใส แก้ปัญหาให้จบได้ดี (ร้อยละ 43.9) และการแก้ปัญหาการค้างาช้าง นอแรดและสัตว์ป่าต่างๆ (ร้อยละ 36.1)

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.4 ของประชาชนที่ถูกศึกษามีความหวังในก้าวต่อไปของประเทศไทย ในขณะที่ร้อยละ 12.6 ยังคงมีความกลัวในก้าวต่อไปของประเทศไทย

ที่น่าสนใจ คือ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของตัวอย่างกรณีบุคคลที่ต้องการให้เป็นนายกรัฐมนตรี ที่เป็นคำถามปลายเปิด ให้ประชาชนตอบเองโดยไม่มีการชี้นำ ผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 32.1 ระบุต้องการให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี รองลงมาคือร้อยละ 13.9 ระบุนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ร้อยละ 8.4 ระบุนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ร้อยละ 8.1 ระบุนายชวน หลีกภัย และร้อยละ 6.9 ระบุนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตามลำดับ นอกจากนี้ตัวอย่างยังระบุชื่อบุคคลที่ต้องการให้มาเป็นนายกรัฐมนตรี อาทิ นายอานันท์ ปันยารชุน /ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ/ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุลและพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร เป็นต้น