คสช.แถลงผลการจับอาวุธช่วง1เดือน

คสช.แถลงผลการจับอาวุธช่วง1เดือน

โฆษกศสช.แถลงผลจับกุมอาวุธสงคราม เครื่องกระสุน และยุทธภัณฑ์ ในช่วงเวลา 1 เดือน หลังคสช.เข้ากุมอำนาจบริหารปท.

พ.อ.วินธัย สุวารี คณะทำงานโฆษกคสช. แถลงข่าวการจับกุมอาวุธสงครามในพื้นที่กองทัพภาค 1 และกองทัพภาค 2 ว่า ตามที่คสช.ได้เข้าควบคุมอำนาจในการบริหารประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา เหตุผลประการหนึ่ง คือการปรากฎข่าวสารชัดเจนว่ามีการจัดตั้ง และใช้กองกำลังติดอาวุธ รวมถึงการตระเตรียมอาวุธสงครามจำนวนมาก เพื่อการปฏิบัตการอย่างรุนแรง โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งกองทัพจะยอมให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้นไม่ได้ ทั้งนี้ภารกิจสำคัญ ในการติดตามจับกุมกลุ่มติดอาวุธ และเข้าตรวจค้น แหล่งซุกอาวุธสงคราม และวัตถุระเบิด รวมทั้งคสช.ได้ออกประกาศ ให้มีการนำอาวุธ หรือวัตถุระเบิดสำหรับใช้ในการสงครามนำมาส่งให้กับนายทะเบียบท้องที่ ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืนฯ ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. ถึง 25 มิ.ย. กองกำลังรักษาความเรยบร้อย ซึ่งประกอบด้วย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กองทัพภาค 1 - 4 กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น จัดตั้งจุดตรวจร่วมความมั่นคง ในพื้นที่รับผิดชอบ

โดยผลการติดตาม จับกุม และตรวจยึด ในช่วงวันที่ 22 พ.ค. - 25 มิ.ย. ประกอบด้วย ปืนเล็กยาว และปืนกลชนิดต่างๆ จำนวน 144 กระบอก ปืนยาวและปืนลูกซอง จำนวน 258 กระบอก ปืนพกชนิดต่างๆ จำนวน 2,490 กระบอก เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 จำนวน 23 เครื่องยิง เครื่องยิงจรวจ RPG จำนวน 9 เครื่องยิง ลูกระเบิดขว้างชนิดต่างๆ จำนวน 330 ลูกและวัตุระเบิดชนิดต่างๆ เช่น ระเบิด TNT จำนวน 134 รายการ สำหรับเครื่องกระสุน ประกอบด้วย กระสุนปืนเล็กยาวและปืนกลชนิดต่าง จำนวน 20,999 นัด กระสุนปืนยาว และปืนลูกซอง จำนวน 557 นัด กระสุนปืนพกชนิดต่างๆ จำนวน 33,200 นัด กระสุนระเบิดแบบเอ็ม 79 จำนวน 166 นัด ลูกจรวจRPG จำนวน 57 ลูก และยุทธภัณฑ์อื่นๆ เช่นเสื้อเกราะ จำนวน 426 รายการ

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า สำหรับอาวุธ กระสุน และยุทธภัณฑ์ ที่นำมาแถลงนั้น เป็นผลการปฏิบัติการของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยร้อยกองทัพภาคที่ 1 และกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 2 โดยเฉพาะในส่วนของขอนแก่นโมเดล โดยในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องแล้ว 99 ราย และส่วนกองทัพภาคที่2 มีการติดตามจับกุมผู้ต้องหาแล้ว 38 ราย

ทั้งนี้อาวุธที่นำมาโชว์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ประมาณร้อยละ 40 เท่านั้น ที่มาจากในส่วนการจับกุมของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ของกองทัพภาคที่ 1 และ 2 นอกจากนี้ ยังมีอาวุธปืนที่ได้มาจากกลุ่มผุ้ชุมนุม เมื่อปี 2553 ได้ยึดไป และได้คืนกลับมาบางส่วน จึงขอความร่วมมือประชาชน ช่วยแจ้งเบาะแสหากพบการซุกซ่อนอาวุธสงคราม