สอบ100บริษัทเอี่ยวจำนำข้าว

สอบ100บริษัทเอี่ยวจำนำข้าว

ป.ป.ช.ลุยตรวจบัญชีบริษัทที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวกว่า 100 แห่ง เช็คเส้นทางเงินพร้อมสอบปริมาณข้าว

ป.ป.ช.ลุยตรวจบัญชีบริษัทที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวกว่า 100 แห่ง เช็คเส้นทางเงินพร้อมสอบปริมาณข้าวตรงกันหรือไม่ "วิชา" เผยไม่รับสอบ 8พยานที่ "ยิ่งลักษณ์" ยื่นขอเพิ่ม เตรียมชี้มูลคดีอาญาทั้งหมดช่วง ส.ค.-ก.ย.นี้ ด้านทหารยันตรวจโกดังข้าวตามขั้นตอนปกติ ไม่มีเจตนาอื่น ขณะที่วงเสวนาธรรมศาสตร์ ประธานองค์กรต้านโกงเสนอประชาชนร่วมตรวจสอบเมกะโปรเจค

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวเมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.) ถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวว่า ป.ป.ช.ได้มีการตรวจสอบอย่างละเอียดและต้องใช้เวลา เนื่องจากมีบริษัทกว่า 100 แห่งเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้

ทั้งนี้ ต้องมีการขยายผลการสอบสวนเพื่อหาจำนวนเงินที่ใช้ในการซื้อขายว่าไปอยู่ที่ไหน และมีจำนวนเงินที่จ่ายออกตรงตามบัญชีหรือไม่ นอกจากนี้จะต้องตรวจสอบทรัพย์สินของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการด้วยเช่นกัน

"ระยะเวลาการตรวจสอบหาแหล่งที่มาที่ไปของเงินและจำนวนข้าวที่เข้าร่วมโครงการว่ามีการจ่ายออกหรือเก็บรักษาตรงตามยอดที่แจ้งไว้หรือไม่ มีกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้" นายวิชา ระบุ

ไม่รับสอบพยานยิ่งลักษณ์ 8 ปาก

นายวิชา กล่าวถึงกรณีทนายความของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอสอบพยานเพิ่มเติมในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่าป.ป.ช.ได้แจ้งยุติการสอบพยานเพิ่มเติม 8 ปากตามที่มีการร้องขอแล้ว และคาดว่าหลังจากสรุปสำนวนเสร็จ ป.ป.ช.จะชี้มูลคดีอาญาทั้งหมดในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้

เดินหน้าสรรหาป.ป.จ.48จว.

นายวิชา ยังกล่าวถึงกรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบการการทุจริตประจำจังหวัด (ป.ป.จ.) ว่า การแก้กฎหมายดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อ ป.ป.ช.ที่จะช่วยลดแรงกดดันในการทำงานของ ป.ป.ช.จากฝ่ายการเมืองลงทันที

"รูปแบบเดิมอาจถูกแทรกแซงได้โดยการฮั้วหรือแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง เพราะฉะนั้นจึงให้มีคณะกรรมการชุดใหม่ที่จะดำเนินการสรรหา โดยมี 48จังหวัดที่ต้องดำเนินการสรรหาใหม่ ส่วน 28 จังหวัดสรรหาเสร็จสิ้นแล้วให้ทำงานต่อไป โดย ป.ป.จ.จะเน้นสร้างเครือข่ายป้องกันการทุจริต และสร้างจิตสำนึกด้านการป้องกันอย่างเดียว ส่วนงานด้านการปราบปรามจะถูกยกเลิกไป"

นายวิชา กล่าวด้วยว่า ป.ป.ช.ได้นำข้อกฎหมายนี้หารือ คสช. เนื่องจากเกิดปัญหาเรื่องการสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.จ.ที่ดำเนินการอยู่ไม่โปร่งใส ทั้งที่คุณสมบัติข้อหนึ่งคือจะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตให้เป็นที่ประจักษ์ แต่ปรากฏว่าเป็นพวกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ได้ส่งหนังสือไปยังจังหวัดต่างๆ ที่เหลือ 48 จังหวัดให้สรรหากรรมการ ป.ป.จ.ใหม่ทั้งหมดแล้ว

แนะ ป.ป.จ.ผนึกกำลังทุกฝ่าย

นายวิชา กล่าวว่า ป.ป.จ.จะทำงานให้มีประสิทธิภาพได้ ต้องเข้าใจผู้คนและวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ให้มาก พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนว่าป.ป.ช.มีหน้าอะไร และประชาชนสามารถพึ่งพาอะไรจาก ป.ป.ช.ได้บ้าง นอกจากนั้น ป.ป.ช.จังหวัดจะต้องรู้เท่าทันลักษณะเฉพาะของกลวิธีการโกงที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ด้วย

ขณะเดียวกัน การปราบปรามการทุจริตในระดับจังหวัดให้ได้ผล ต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะการให้ข้อมูล ซึ่งจะเป็นการผนึกกำลังกันทุกฝ่าย และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพเพื่อบูรณาการการปราบปรามทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดให้เป็นนโยบายเดียวกันทุกจังหวัด

ทหารยันตรวจโกดังข้าวตามขั้นตอน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผช.ผบ.ทบ.) ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.กล่าวถึงกรณีทหารไปตรวจโกดังข้าวในพื้นที่ต่างๆ ตามโครงการรับจำนำข้าวแล้วพบข้าวหายไปจากโกดังว่า เป็นการส่งทหารลงไปตรวจตามขั้นตอน อย่าไปกังวล ไม่ได้มีการเจาะจงหรือต้องการขยายความแตกแยก

"คสช.ทำงานตามปกติ เมื่อมีการสำรวจและจัดทำบัญชี ก็จะมีคณะกรรมการที่ลงไปตรวจสอบตามบัญชี หากเจอสิ่งไม่ถูกต้องก็รายงาน คสช."พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

โกดังข้าวที่ปทุมฯหาย9หมื่นกระสอบ

ก่อนหน้านี้ พ.อ.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.2 รอ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนกฤต อ่อนลออ ผู้กำกับการสภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี นำกำลังทหารและตำรวจ บุกตรวจค้นโกดังเก็บข้าว บริษัท ฟีนิกซ์ อกริเทค (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 9/1 หมู่ 1 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี

เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในโกดังพบว่ามี 5 อาคาร โดยที่อาคารด้านหลัง ประตู 7 และ 8 เมื่อเปิดเข้าไปพบว่ามีร่องรอยกระสอบข้าวหายไป เมื่อตรวจนับเบื้องต้นพบว่า หายไปกว่า 91,000 กระสอบ มูลค่ากว่า 69 ล้านบาท โดยสภาพข้าวพบว่าเป็นปลายข้าว เอวัน เลิศ และข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่มีร่องรอยมอดกินข้าวได้รับความเสียหาย

เมื่อตรวจสอบจำนวนกองข้าวที่อยู่ภายในโกดังพบว่า บริเวณกองข้าวช่วงกลางเป็นช่องว่าง และมีการนำนั่งร้านไปตั้งไว้ตรงกลางกองข้าว แทนที่จะเป็นกระสอบข้าว

พ.อ.สุขสรรค์ กล่าวว่า สืบทราบว่ามีการขนย้ายข้าวออกจากโกดังนี้ จึงเข้ามาตรวจสอบพบว่ามีข้าวหายไป ซึ่งเป็นข้าวที่ทำการสีแล้วจากโรงสีข้าวและอยู่ในความดูแลขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) จากนั้นได้มอบให้บริษัท ฟีนิกซ์ เก็บข้าวไว้ในโกดัง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ได้มีการแจ้งข้าวหายจำนวน 1 กองประมาณ 1 หมื่นกระสอบ เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2556 และวันที่ 12 พ.ย.2556

ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้จะมีหน่วยตรวจสอบเข้ามาเพื่อทำการตรวจสอบในเรื่องของชนิดของข้าวว่าตรงกับที่ได้รับจำนำไว้หรือไม่ ซึ่งในขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ทหารเฝ้าโกดังดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมงและจะแจ้งความกับตำรวจต่อไป

ชี้ระบบอุปถัมภ์เปิดช่องทุจริต

วันเดียวกัน ในงาน "ธรรมศาสตร์ 8 ทศวรรษ อภิวัฒน์สังคมไทย" ได้มีการจัดเสวนาหัวข้อ "กำจัดคอร์รัปชันให้สิ้น : ทำอย่างไรให้ตรงจุด"โดยมี นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการ ป.ป.ช. และ นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์การต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นผู้ร่วมเสวนา

นายกล้านรงค์ กล่าวว่า การรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้ถึงผลเสียหายจากการคอร์รัปชันยังไม่มีผล เพราะคอร์รัปชันไม่กระทบประชาชนประชาชนยังได้รับผลจากประชานิยม ข้าราชการยังได้รับโบนัส แต่หลังจากมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมซึ่งคนไทยรับไม่ได้ และระหว่างการชุมนุมนั้นมีการพูดเรื่องการคอร์รัปชันขึ้นมาจนเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องชาวนาที่มีการฆ่าตัวตาย ประชาชนจึงรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น

"สาเหตุการคอร์รัปชันส่วนหนึ่งมาจากสภาพสังคมไทยก็ยังเป็นระบบอุปถัมภ์ นักการเมืองกับข้าราชการยังวิ่งหากัน โครงการเป็นล้านๆกระดาษแผ่นแรกก็มาจากมือข้าราชการ" นายกล้านรงค์ กล่าว และว่า ถ้าเอาจริงเรื่องคอร์รัปชันก็จะสามารถสกัดเรื่องเหล่านี้ได้ ซึ่ง คสช.ก็มีหลายมาตรการออกมา เช่น การปราบบ่อน ปราบตู้ม้า หรือกำชับหน่วยงานข้าราชการในเรื่องการคอร์รัปชัน แต่ถ้า คสช.พ้นไปแล้วมีการเลือกตั้งตามมา ผลการเอาจริงต้องดูต่อไป ต้องให้รัฐธรรมนูญใหม่ทำให้การทุจริตเกิดขึ้นไม่ได้

แนะขรก.กล้าในสิ่งที่ถูกต้อง

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า ในส่วนการแต่งตั้ง ถ้าผู้บริหารระดับกระทรวงกล้ายืนยันในสิ่งที่ถูกต้องในการแต่งตั้งข้าราชการระดับ 9 ลงมาโดยให้ระดับปลัดกระทรวงจับมือกันให้มั่น ถ้าล้มก็ล้มเป็นโดมิโน ถ้าทำได้นักการเมืองจะไม่กล้า ดังนั้นปลัดกระทรวง อธิบดีต้องรักษาอิสรภาพของตัวเองไว้

"เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ผมได้ไปประชุมร่วมกับท่านสมเกียรติ (นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือ ทีดีอาร์ไอ) ท่านพูดไว้อย่างน่าคิดว่า การแก้ปัญหาคอร์รัปชันจะคิดแบบคนดีคิดไม่ได้ ต้องคิดแบบคนโกงว่าคนโกงคิดอย่างไร เราต้องไปแก้แบบนั้น" นายกล้านรงค์ กล่าว

เสนอประชาชนร่วมสอบโครงการใหญ่

ด้าน นายประมนต์ กล่าวว่า ประชาชนยังไม่ได้ตระหนักว่าการต่อต้านคอร์รัปชันเป็นหน้าที่ ยังคิดว่าไม่ใช่เรื่องใกล้ตัว ส่วนภาคธุรกิจก็เป็นส่วนหนึ่งว่าเมื่อมีผู้รับก็ต้องมีผู้ให้ ดังนั้นถ้าสังคมไทยไม่เปลี่ยนทัศนคติเรื่องนี้ ก็แก้ไขยาก

นอกจากนี้ ในโครงการใหญ่ๆ ของภาครัฐ ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการเปิดเผยรายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้าง ดังนั้นต้องเสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วม ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการเข้าไปตรวจสอบตั้งแต่การตั้งราคากลาง การทำทีโออาร์ หรือตรวจสอบในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้ได้

"หวังว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่จะมีกระบวนการแต่งตั้งข้าราชการที่เป็นธรรม และมีความสุจริต อย่างไรก็ตาม สังคมไทยเป็นระบบอุปถัมภ์ระบบเกรงใจ เป็นวัฒนธรรมที่ดี แต่ต้องแยกแยะเรื่องผิดกับเรื่องถูก และต้องรณรงค์ให้สำนึกเรื่องนี้ให้ได้" นายประมนต์ กล่าว

ปปง.เรียกเครือข่ายโกงแวตแจงทรัพย์สิน

ส่วนความคืบหน้าคดีทุจริตขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเท็จในรอบปีภาษี พ.ศ.2555-2556 หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าอายัดทรัพย์เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาในคดีนี้มาตรวจสอบ รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาทนั้น

วานนี้ พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ ปปง.จะออกหนังสือเชิญ น.ส.พัชรี ศิริโชติ ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้มาชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นของมารดา และน้องสาวของนางพัชรี ส่วนจะมีทรัพย์สินอื่นอีกหรือไม่ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวด้วยว่า หากพบว่าผู้ใดให้การช่วยเหลือไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มาจากการกระทำความผิด สำนักงานปปง.จะดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับผู้นั้นอย่างเด็ดขาด

อ.ต.ก.ยอมรับข้าวโกดังปทุมฯหายจริง

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ทหารจากกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) ได้เข้าตรวจโกดังเก็บข้าวของ บริษัท ฟีนิกซ์ อกริเทค (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 9/1 หมู่ 1 ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่ามีการเคลื่อนย้ายข้าวออกไปจากโกดัง และพบว่าจากเดิมที่เป็นโกดังเก็บข้าว 130,000 กระสอบ เมื่อตรวจสอบนับเบื้องต้น พบว่าหายไปกว่า 91,000 กระสอบ มูลค่าราว 69 ล้านบาท

ต่อมาวานนี้ (27 มิ.ย.) นายทนงศักดิ์ เชื้อพิพัฒน์ นักการตลาด (5) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพ.ต.ต.กวี ช่วยสร้าง พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้าวที่หายไป โดยยืนยันว่าข้าวหายไปจากโกดังจริง แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

พ.ต.ต.กวี กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับทางโกดังเข้ามาให้ปากคำ และได้ติดต่อทาง บริษัท ฟีนิกซ์ อกริเทค (ประเทศไทย) จำกัด เข้าให้ปากคำด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ของ อ.ต.ก.เข้าแจ้งความกับ สภ.ปากคลองรังสิต เกี่ยวกับการขโมยข้าวภายในโกดังของบริษัท ฟีนิกซ์ อกริเทค (ประเทศไทย) จำกัด มาก่อนหน้าแล้ว โดยครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 ต.ค.56 มีข้าวหายไปกว่า 7,000 กระสอบ และรอบสองเมื่อวันที่12 พ.ย.56 ข้าวหายไป 11,480 กระสอบ กระทั่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปตรวจสอบครั้งล่าสุดก็พบว่าข้าวหายไปทั้งหมดรวมกว่า 91,000 กระสอบ