ปลัดกลาโหมรับฟังเสียงปชช.เตรียมการปฏิรูป

ปลัดกลาโหมรับฟังเสียงปชช.เตรียมการปฏิรูป

ปลัดกลาโหม เดินหน้ารับฟังเสียงประชาชนเตรียมการปฏิรูป ระบุไม่มีข้อสรุป วอนทุกคนนึกถึงชาติบ้านเมือง

กระทรวงกลาโหม ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ได้จัดงานสัมมนาการปฏิรูปประเทศ เรื่อง “แนวทางปฏิรูปการเมือง การเข้าสู่อำนาจ” โดยมีพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายนรนิติ เศรษฐบุตร ประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า และนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าไทย รวมถึงตัวแทนภาคธุรกิจ เข้าร่วม

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวเปิดงานว่า ในฐานะรับผิดชอบคณะเตรียมการปฏิรูปของคสช. มีทีมงานของทหารส่วนหนึ่งและนักวิชาการพร้อมรับฟังความเห็นจากประชาชนและทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย พวกเราเป็นพวกจัดทำกรอบความเห็นร่วม โดยไม่มีการสรุป เพื่อเสนอให้สภาปฏิรูปนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป และการประชุมที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการสรุปผล แต่เป็นการเตรียมข้อมูลเพื่อให้สภาปฏิรูปนำไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ขอให้ทุกคนนึกถึงชาติบ้านเมือง เรื่องในอดีตขอให้เป็นบทเรียน ย้อนกลับไปดูได้แต่ต้องคิดว่าจะนำมาสู่การแก้ไขปัญหาปัจจุบันอย่างไร ที่ผ่านมาเขียนรัฐธรรมนูญดีมากมาย แต่บ้านเมืองเดินหน้าไปไหนไม่ได้ เป็นเรื่องที่น่าแปลก แต่ในวันนี้เราจะระดมความคิดเห็น หากใครมีความคิดเห็นอย่างไรก็สามารถส่งข้อมูลให้กระทรวงกลาโหมได้

ขณะที่นายนรนิติ กล่าวถึงแนวทางในการปฏิรูปว่า ที่ผ่านมาสถาบันพระปกเกล้าได้ดำเนินการเรื่องการปฏิรูปการเมือง เพราะการปฏิรูปทางการเมืองเป็นเรื่องใหญ่ มีมุมมองประเด็นที่จะต้องพิจารณาหลายเรื่อง ทั้งเรื่องพรรคการเมืองและเรื่องการเลือกตั้ง ที่ไม่รู้จะทำเสร็จเมื่อไหร่หากลงไปให้ลึก ในการปฏิรูปครั้งนี้การรับฟังความเห็นจากประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ หากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงไม่ฟังความเห็นประชาชนก็อาจจะไม่ได้มุมมองที่กว้างมากขึ้น ส่วนกรอบระยะเวลานั้นจะต้องมีการประมวล วันนี้มีโอกาสที่ดี เพราะมีเครื่องมือในการช่วยประเมินผลและวิเคราะห์ที่มีความถูกต้อง หากลงไปรับฟังทุกท้องที่ก็จะสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของคนที่กระจายออกไป ไม่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ การระดมความเห็นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการรวบรวมแนวคิดสิ่งที่เคยดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งไม่ต้องไปทำใหม่แต่นำสิ่งที่เคยดำเนินการแล้วมาประมวลและวิเคราะห์ การดูรอบด้านเป็นประโยชน์ สภาปฏิรูปน่าจะโชคดีมีคนทำการบ้านให้ก่อนล่วงหน้าไม่ต้องเสียเวลามากในการเริ่มดำเนินการ เพราะการไม่มีข้อมูลเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การมีข้อมูลพร้อมทำให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ที่จะดำเนินการสามารถดำเนินการได้ถูกต้องและเหมาะสม จึงเป็นโอกาสดี

ด้านนายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า ในนาม 7 องค์กร ได้แก่ สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย สภาตลาดทุนไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยงแห่งประเทศไทย สมาคมจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ ที่เราได้คุยกันมาหลายเดือนในช่วงที่บ้านเมืองไม่สงบสิ่งที่ภาคธุรกิจดำเนินการได้นั้นที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ การปฏิรูปด้านการเมืองเราไม่มีความเชี่ยวชาญ เพราะเราเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเศรษฐกิจ แต่ก็จะเข้าไปช่วยทุกภาคส่วน ประเทศไทยขณะนี้มีปัญหามาก ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องสังคมที่มีความเหลือมล้ำมาก ไม่ใช่เฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ แต่ความไม่มีโอกาสของคนเมืองกับคนต่างจังหวัด ส่วนนี้ภาคธุรกิจต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลช่วยเหลือ เช่น การเข้าถึงการรักษาพยาบาล และการศึกษาที่เราควรเข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันด้วย