คสช.สั่งแจงต่างชาติหวั่นงดซื้อสินค้าไทย

คสช.สั่งแจงต่างชาติหวั่นงดซื้อสินค้าไทย

"ประยุทธ์"สั่งชี้แจงต่างชาติ หวั่นสินค้าไทยได้รับผลกระทบรายงานค้ามนุษย์ ด้านกต.เล็งทำหนังสือรมว.ต่างปท.สหรัฐ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งให้เร่งชี้แจงกับต่างชาติที่ซื้อสินค้าไทย หลังมีรายงานว่ามีบางบริษัทเริ่มระงับสั่งซื้อสินค้าไทย ตามที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ออกรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2014 (พ.ศ.2557) ที่ได้ปรับลดสถานะของไทยลงไปอยู่ระดับ 3 หรือ เทียร์ 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด

การประชุมคสช. วานนี้ (27 มิ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุม โดยผู้รับผิดชอบงานแต่ละฝ่ายได้รายงานสถานการณ์และการปฏิบัติที่สำคัญของฝ่ายตน

ทั้งนี้ ในเรื่องการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่อยู่ระหว่างดำเนินการจัดระเบียบนั้น ฝ่ายความมั่นคงได้รายงานความคืบหน้าหลังมีการเปิดศูนย์ประสานงาน 4 แห่งเพื่อรับและอำนวยความสะดวกแรงงานชาวกัมพูชาที่กลับเข้ามาทำงาน โดยยังมีความจำเป็นต้องชี้แจงข้อมูลให้แรงงานกัมพูชาทราบอย่างต่อเนื่อง

ในเรื่องนี้ พล.อ.อุดมเดช ได้กล่าวกำชับให้ดูแลปัญหาแรงงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการเร่งทำความเข้าใจกับบริษัทข้ามชาติต่างๆ ที่มีแนวโน้มงดนำเข้าสินค้าจากไทยเนื่องจากปัญหาแรงงาน เช่น บริษัทเวิลด์ฟู้ดของอเมริกา และ บริษัทไอซีเอ ของนอร์เวย์ที่เคยนำเข้าอาหารทะเลสดจากไทย ให้มีความเข้าใจและยืนยันถึงเหตุผลในการดูแลแรงงานของไทยผ่านทางกระทรวงการต่างประเทศ

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้มีการติดตามดูแลปัญหาแรงงานเมียนมาร์ในประเทศไทยด้วย เนื่องจากล่าสุดทางเอกอัครราชทูตเมียรมาร์ประจำประเทศไทยได้ร้องขอมาให้ช่วยแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ในวันพุธที่ 2 ก.ค. จะมีกลุ่มนักธุรกิจจีนเข้าพบหารือกับหัวหน้า คสช.ที่ บก.ทบ.

ขณะเดียวกัน ในส่วนงานขึ้นตรงกับหัวหน้า คสช. ยังได้รายงานต่อที่ประชุมด้วยว่า สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ได้ประเมินแล้วว่าการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในประเทศขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจทุกประเภทอย่างแน่นอน

บัวแก้ว-เอกชนโต้ข่าวระงับซื้อสินค้าไทย

วันเดียวกัน นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาของไทย ภายหลังสหรัฐลดอันดับไทยในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ไปอยู่ในระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด จนหลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าจะกระทบกับสินค้าส่งออกของไทยหลายรายการ

นายทรงศัก กล่าวว่า ไทยมีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการปกป้องแรงงานและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือถึง นายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ เพื่อยืนยันว่าไม่เห็นด้วยและรู้สึกผิดหวังกับสหรัฐที่มองว่าไทยไม่ดำเนินการใดๆ

ขณะที่เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตันดี.ซี. กำลังทำหนังสือถึง ส.ส. และวุฒิสมาชิกสหรัฐที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ และกลุ่ม ส.ส.สหรัฐ 20 คนที่เป็นสมาชิกของเพื่อนประเทศไทย (Firend of Thailand) ยืนยันว่าไทยจะยังคงทำงานหนักอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ การค้าแรงงานเด็กและผู้หญิงอย่างเป็นรูปธรรม

รายใหญ่สหรัฐ-ยุโรปยันซื้อสินค้าไทย

พร้อมกันนี้ ทั้งสถานทูต สถานกงสุลใหญ่ไทยในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ได้ดำเนินการชี้แจงในเบื้องต้นกับผู้เกี่ยวข้องและผู้ซื้อรายใหญ่ว่า รายงานของสหรัฐไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างไรบ้าง และประเด็นใดที่เป็นปัญหาอยู่จริงก็กำลังเร่งแก้ไขอยู่

ขณะเดียวกันได้ประสานกับภาคประมง ซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา และได้รับคำยืนยันว่าจะยังซื้อสินค้าจากไทยต่อไป และไม่มีใครไม่ซื้อ รวมทั้งบรรดาผู้ซื้อยินดีให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในไทย และผู้ซื้อในสหรัฐอเมริกายังได้ประสานกับผู้ซื้อในยุโรปเพื่อสนับสนุนสินค้าไทยด้วย พร้อมกันนี้ตัวแทนจากบริษัทคอสโก ซึ่งเป็นผู้ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ยืนยันจะเดินทางมายังประเทศไทยในวันที่ 28 ก.ค.นี้ และอาจจะมีผู้ค้ารายอื่นตามมา

"การทำงานทั้งเรื่องการค้ามนุษย์และเรื่องแรงงาน ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการที่ผู้ซื้อรายใหญ่ของสหรัฐเข้าใจนั้น นอกจากจะเชื่อมั่นในสินค้าไทยแล้ว เขายังได้มอนิเตอร์ผู้ซื้อในประเทศของเขา ซึ่งยังเชื่อมั่นต่อสินค้าที่ส่งออกจากประเทศไทยเช่นกัน" อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กล่าว

"สมาคมแช่เยือกแข็งฯ"ร่วมประสานเสียง

ด้าน ม.ล.ปุณฑริก กล่าวถึงกรณีจะมีการขอยื่นถอดสินค้า 4 รายการจาก 5 รายการ ที่ถูกขึ้นบัญชีว่ามีการใช้แรงงานเด็กว่า กระทรวงแรงงานจะทำแผนเพื่อชี้แจงไปยังสหรัฐ โดยมีการตั้งศูนย์ประสานงานแรงงานประมงใน 7 จังหวัดจากจังหวัดชายทะเล 21 จังหวัด มีการทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นต้นทางแรงงานประมาณ 4 แสนคน ซึ่งศูนย์นี้จะมีหน้าที่คุ้มครองแรงงาน รวมถึงเยียวยาหากมีปัญหา และทำตามมาตรฐานจีแอลพี ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย 3 ฉบับในเรื่องความปลอดภัยในการทำงาน และกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

ขณะที่ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีลูกค้ารายไหนที่ยกเลิกสั่งซื้อสินค้าจากไทย ทั้งสหรัฐและยุโรป

สหพัฒน์แจงยุโรปแบนสินค้าไทยไม่ลุกลาม

ด้านนายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ห้างค้าปลีกในยุโรป ประกาศแบนสินค้าหมวดอาหารของไทยนั้น คาดว่าจะไม่ลุกลามไปยังสินค้ากลุ่มอื่น เนื่องจากสินค้าหมวดอาหารมีความอ่อนไหวในเรื่องของการใช้แรงงานและการค้ามนุษย์อยู่แล้ว ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่นจะไม่ค่อยมีผลมากนัก อีกทั้งการผลิตสินค้าก่อนส่งออกนั้น ตามมาตรฐานคู่ค้าในยุโรปจะต้องเข้ามาตรวจสอบกระบวนการผลิตในประเทศไทยก่อนอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ยอมรับว่า การแบนสินค้าอาหารของไทย อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก และรายได้ของประเทศ จากเดิมที่คาดการณ์ว่าครึ่งปีหลังอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น

"หากยุโรปแบนสินค้าไทย การส่งออกอาจมีปัญหาและมีผลต่อการขยายตัวของจีดีพีที่อาจไม่ดีแน่ จากเดิมคาดว่าครึ่งปีหลังจีดีพีจะปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย เห็นว่าการที่สหรัฐจัดอันดับไทยให้อยู่ในประเทศกลุ่มบัญชี Tier 3 เป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศนั้นๆ ออกมาแสดงบทบาทและท่าทีไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์ต่างๆ ในไทย ซึ่งจำเป็นที่ไทยจะต้องชี้แจงทำความเข้าใจ ส่วนการแบนสินค้าหมวดอาหาร บริษัทไม่มีความกังวลว่าจะลามมายังสินค้าหมวดอื่นๆ รวมทั้งสินค้าของบริษัท เพราะการใช้แรงงานของเรามีความโปร่งใส"

คสช.เตรียมจัดระเบียบอีกระลอก

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมี "ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์" คล้ายหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่รับผิดชอบงานด้านนี้เป็นการเฉพาะ กล่าวว่า ข้อสังเกตที่สหรัฐระบุไว้ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ฉบับล่าสุด มีประเด็นหลักๆ อยู่ 3 ประเด็น คือ แรงงานต่างด้าวและเรื่องค้ามนุษย์โดยการบังคับใช้แรงงาน กรณีโรฮิงญา และการคัดแยกดูแลผู้เสียหายคดีค้ามนุษย์

สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือการจัดระบบ ซึ่งเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องจากที่เคยทำมา โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้แสดงข้อมูลแรงงานต่างด้าวหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การแจ้งจดทะเบียนแรงงานให้ถูกต้อง

"ที่ประชุมคณะทำงานของ คสช.มีการหารือในเรื่องนี้แล้ว คาดว่าจะออกเป็นประกาศในเร็ววันนี้เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ จะได้ไม่ต้องกังวล" พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ระบุ

สำหรับคณะทำงานที่อธิบดีดีเอสไอพูดถึง คือ คณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว หรือ อกนร. ซึ่ง คสช.แต่งตั้งขึ้นตามคำสั่งที่ 60/2557

ส่วนกรณีที่แรงงานต่างด้าวเปลี่ยนงานและมีการย้ายถิ่น ซึ่งจะส่งผลต่อการขึ้นทะเบียนเหมือนกับจดทะเบียนกันทั้งปีนั้น พล.ต.ท.ชัชวาลย์ บอกว่า ต้องหารือกับทุกฝ่ายอีกครั้ง เนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวเนื่องกับความมั่นคง แต่หากมีการเชื่อมโยงระบบทะเบียนกันได้ก็น่าจะช่วยได้ สำหรับผู้ประกอบการก็ต้องให้ความร่วมมือแจ้งว่าแรงงานเหล่านี้เคลื่อนย้ายไปที่ไหน เพราะจะเป็นการช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ไปรับแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าทำงาน

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการบังคับใช้แรงงานในภาคประมงนั้น มีปัญหาอยู่ 2 ส่วน คือ ประมงนอกน่านน้ำ ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีอยู่ประมาณ 260 ลำ และประมงในน่านน้ำ แต่วนเรือในอ่าวไม่เข้าฝั่ง ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ดีเอสไอได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อรับฟังความเห็นและร่วมกันหาทางแก้ไขในช่วงบ่ายวันที่ 7 ก.ค.

"เรือประมงทั้งสองส่วนนี้มีปัญหาเรื่องการบังคับใช้แรงงานส่วนหนึ่ง เพราะออกทะเลไปนานกว่าจะกลับเข้าฝั่ง แต่ประมงประเภทนี้จะมีเรือทัวร์ออกไปรับสินค้าและส่งเสบียง จึงมีแนวคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่เรือทัวร์จะนำแรงงานชุดใหม่ไปสับเปลี่ยน เพื่อลดความเครียดและกดดันของแรงงานที่ทำงานบนเรือเป็นเวลานานๆ" พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ระบุ

เล็งฟันเจ้าหน้าที่มีเอี่ยว

ขณะที่ พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ดีเอสไอ กล่าวว่า ศูนย์ขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว 7 แห่งที่กระทรวงแรงงานกำลังเร่งจัดตั้งให้ครบโดยเร็วนั้น จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงของแรงงานต่างด้าวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ซึ่งส่วนนี้เป็นระบบตรวจสอบและควบคุม ถือเป็นงานด้านการป้องกัน

ส่วนการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งเป็นงานด้านปราบปรามนั้น ที่ผ่านมาดีเอสไอกับตำรวจดำเนินการอย่างเข้มข้น กรณีที่มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ ต้องทำให้ปรากฏเป็นตัวอย่าง โดยดีเอสไอจะให้น้ำหนักกับเรื่องนี้มากขึ้น

ประมงหนุนขึ้นทะเบียน

ขณะที่ นายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงสมุทรสาคร กล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบายของ คสช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว และอยากให้รักษาศูนย์ขึ้นทะเบียนแรงงานทั่วประเทศทั้ง 7 แห่งเอาไว้ เพราะกว่าจะเกิดศูนย์ฯนี้ขึ้นมาได้ ต้องผ่านการลองผิดถูกมาแล้วหลายครั้ง

"การขึ้นทะเบียนต่างด้าวและเรือประมงจะช่วยแก้ปัญหาได้มาก แต่ระบบขึ้นทะเบียนควรยืดหยุ่นและหลากหลาย เช่น จดทะเบียนแบบ 3 เดือน หรือ 1 ปีก็ได้ หรือมีระบบการผ่อนชำระค่าธรรมเนียม ส่วนประเภทประมงก็ควรแยกให้ชัดเจนว่าแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนนั้นอยู่ในประมงแบบไหน"

นายกสมาคมประมงสมุทรสาคร ยังเห็นว่า เรื่องค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนต่างด้าว ประกันสังคม หรือกองทุนส่งกลับนั้น ควรมีการทบทวนอัตราค่าใช้จ่ายต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการกรณีที่แรงงานขึ้นทะเบียนและรับเงินล่วงหน้าแล้วหลบหนีไปทำงานที่อื่น หลายรายที่หนีไปแล้วถูกจับ ก็มีการกล่าวหาผู้ประกอบการว่าบังคับใช้แรงงานต่างๆ นานา