ยูเครนลงนามครั้งประวัติศาสตร์กับอียู

ยูเครนลงนามครั้งประวัติศาสตร์กับอียู

"เปโตร โปโรเชนโก"ผู้นำใหม่ยูเครนลงนามข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์กับอียู เพิ่มความร่วมมือทางเมือง-เศรษฐกิจ

ผู้นำใหม่ยูเครนลงนามข้อตกลงฉบับประวัติศาสตร์กับอียู เพิ่มความร่วมมือทางเมือง-เศรษฐกิจ ด้านรัสเซียเตือนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลงโทษด้วยการจำกัดทางการค้าต่อยูเครน

ประธานาธิบดีเปโตร โปโรเชนโก ของยูเครนได้ลงนามข้อตกลงความเป็นสมาคมกับสหภาพยุโรปหรืออียู อันเป็นข้อตกลงฉบับที่นายวิกเตอร์ ยานูโควิช ประธานาธิบดีคนก่อนของยูเครนไม่ยอมลงนามจนสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนที่ชุมนุมประท้วงจนสภาปลดเขาออกจากตำแหน่งในที่สุด และเป็นชนวนให้ความสัมพันธ์ระหว่างตะวันออกกับตะวันตกเสื่อมถอยลงสู่ระดับต่ำที่สุดตั้งแต่สงครามเย็น

นายโปโรเชนโกกล่าวว่าข้อตกลงนี้่สร้างโอกาสใหม่สำหรับยูเครน ดังนั้นวันที่มีการลงนามข้อตกลงจึงมีความสำคัญมากที่สุดตั้งแต่ยูเครนได้รับอิสรภาพ ด้านอียูกล่าวว่าข้อตกลงจะเพิ่มการส่งออกของยูเครนไปยัง 28 ชาติสมาชิกอียูปีละ 1,350 ล้านดอลลาร์และประหยัดค่าภาษีได้ครึ่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่อียูกล่าวมาตลอดว่า รัสเซียไม่มีเหตุผลต้องกลัวข้อตกลงนี้ ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของอียูกับยูเครนใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น แต่ข้อตกลงนี้ดับฝันของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย ในการดึงยูเครนเข้าเป็นพันธมิตรของรัสเซียเพื่อแข่งขันกับอียูและนาโตในรูปของสหภาพศุลกากรอันจะนำไปสู่สหภาพยูเรเซียในที่สุด

อย่างไรก็ตาม รัสเซียเตือนว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากลงโทษด้วยการจำกัดทางการค้าต่อยูเครน หลังจากขึ้นค่าก๊าซไปแล้วเกือบ 2 เท่า โดยรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย "นายกริกอรี คาราซิน" กล่าวว่า การลงนามระหว่างยูเครนกับอียูจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ร้ายแรง ขณะที่โฆษกของประธานาธิบดีปูตินเตือนว่ารัสเซียจะลงมือหากข้อตกลงนี้ส่งผลเสียทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลรัสเซีย