'สุรพล'อัด'นักการเมือง'ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จช่วง10ปี

'สุรพล'อัด'นักการเมือง'ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จช่วง10ปี

"สุรพล"อดีตอธิการ มธ.ชี้10ปีไทยถูกนักการเมืองพลเรือนใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เพียงแต่ไม่ได้ใส่เครื่องแบบ

ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนักกฏหมายมหาชนระดับแถวหน้าของเมืองไทย กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาเรื่อง "สู่10 ทิศวรรษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" ที่ห้องประชุมสัญญา ธรรมศักดิ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปีแห่งการสถาปนามหาวทิยาลัย วันที่ 27 มิ.ย.2557 ภายใต้แนวคิด " 8 ทศวรรษ อภิวัฒน์สังคมไทย" ว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผูกพันกับการเมืองการปกครองไทยมาตั้งแต่สถาปนามหาวิทยาลัย เพียงแต่การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยก่อนเดือน พ.ค.2534 คือเผด็จการทหาร แต่หลังจากนั้นประชาธิปไตยไทยก็เป็นเผด็จการ โดยเฉพาะ 17 ปี หลังจากที่เราใช้รัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2540 ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบผู้มีอำนาจได้ เราเผชิญกับอำนาจแบบเบ็ดเสร็จที่ไม่ใช่ทหาร แต่เป็นนักการเมืองพลเรือนที่เข้ามามีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ

"หลังการรัฐประหารวันที่ 22 พ.ค.2557 สังคมตั้งคำถามว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ละทิ้งประชาธิปไตย ซึ่งผมคิดว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ปรับตัวและเรียนรู้ได้ทันการเมืองไทย จะเห็นได้ว่า บรรดาชาวมหาวิทยาลัยที่ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติเรียกไปรายงานตัว จะมีคนธรรมศาสตร์มากที่สุด และในสถานการณ์ความขัดแย้งของทั้ง 2 ฝ่าย ก็มีคนธรรมศาสตร์ร่วมอยู่ด้วยจำนวนไม่น้อยเช่นกัน สถานการณ์ปัจจุบันอาจไม่ใช่สถานการณ์ที่ยอมรับได้ หลายคนรู้สึกอึดอัด แต่ก่อนหน้านี้ก็เลวร้ายและไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเช่นกัน เพราะเรามีนักการเมืองพลเรือนที่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ เพียงแต่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบเท่านั้น"นายสุรพล กล่าว

ศ.ดร.สุรพล กล่าวต่อไปว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คาดหวังว่า จากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี หลังการเลือกตั้ง เราก็คาดหวังว่าประชาธิปไตยของประเทศนั้น ประชาชนจะต้องตรวจสอบผู้ใช้อำนาจที่เราเลือกเข้าไปได้ ไม่ว่าคคนเหล่านั้นจะเป็นใครก็ตาม ขอยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ทางการเมือง เราเกี่ยวข้องกับการเมืองไทยตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบันและตลอดไป