นักโทษกลืนยาไอซ์แต่ถุงแตกดับอนาถ

นักโทษกลืนยาไอซ์แต่ถุงแตกดับอนาถ

นักโทษเรือ​นจำคลองไผ่ กลืนไอซ์20ถุงลงท้อง ถุงแตกดับอนาถ ผบ.เรือนจำเผยสมาร์โ​ฟนในเรือนจำเครื่องละ8แสน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 มิถุนายน เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้เคลื่อนย้ายศพนายอนุกูล ผาสุก อายุ 33 ปี นักโทษคดีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า) มาชันสูตรพลิกศพที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตามกระบวนการของกรมราชทัณฑ์ เนื่องจากเสียชีวิตอยู่ในระหว่างต้องโทษในเรือนจำ และผิดธรรมชาติ เบื้องต้นพบยาไอซ์ในช่องท้องจำนวนมาก

นายอารีย์ เฉลยสุข ผู้บัญชาการเรือนจำคลองไผ่ เปิดเผยว่า ตามข้อมูลประวัตินักโทษชายรายนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดสระบุรี ได้นัดให้ นช.อนุกูล ฯ มาดำเนินการสอบพยานเพิ่มเติม ขั้นตอนโดยรวมไม่พบสิ่งบอกเหตุแต่อย่างใด ก่อนที่จะนำตัวส่งไปแดน 8 ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษนักโทษที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เช่นโทรศัพท์มือถือ และยาเสพติด การตรวจค้นร่างกาย ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย

จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น วันที่ 26 มิถุนายน 2557 นช.อนุกูล ไม่ยอมลงมากินข้าว และทำกิจกรรมร่วมกับนักโทษคนอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งผิดปกติ จึงสั่งการให้เฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ จนกระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา พบ นช.อนุกูล ฯ เสียชีวิตอยู่ในห้องซอย 9 แดน 8 จึงนำส่งให้แพทย์เวรนิติเวช ผ่าศพชันสูตรพลิกศพ ระบุที่ช่องท้อง พบถุงยางอนามัยจำนวน 20 ก้อน ด้านในบรรจุยาไอซ์ น้ำหนักรวม 165.2 กรัม เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากถุงยางอนามัยแตก ทำให้ยาไอซ์ที่มีความเข้มข้นสูงไหลเข้าสู่ร่างกายจนเสียชีวิต นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจในห้องนอน นช.อนุกูล พบยาไอซ์อยู่ในถุงยางอนามัย 1 ก้อน คาดได้หลุดออกมาในระหว่างอุจจาระ รวมของกลางทั้งสิ้น 174.2 กรัม

นายอารีย์ ผบ.เรือนจำกลางคลองไผ่ กล่าวว่า ยาไอซ์ที่ตรวจพบครั้งนี้ ถือเป็นปริมาณมากที่สุด มีมูลค่าซื้อขาย 8-10 ล้านบาท ส่วนใหญ่ที่จับกุมได้ นักโทษจะกลืนไม่เกิน 3 ก้อน แต่ นช.อนุกูล ยอมเสี่ยงที่จะกลืนยาไอซ์จำนวนมาก เพื่อหวังรายได้ที่เป็นแรงจูงใจ คาดได้ลักลอบกลืนยาไอซ์ในระหว่างถูกควบคุมตัวไปศาลจังหวัดสระบุรี การเดินทางไปศาลฯของนักโทษ หากมีเบาะแส เราจะกักตัวไป เพื่อให้เขาถ่ายออก ที่ผ่านมาพบยาเสพติดทุกครั้ง

ก่อนหน้านี้ มีนักโทษชายรายหนึ่ง ยัดโทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง ในทวารหนัก แต่เครื่องได้ซ้อนกันในสำไส้ ไม่เรียงตามที่ต้องการ ร่างกายไม่สามารถถ่ายได้ตามปกติ ทำให้เกิดปวดท้องอย่างรุนแรง นักโทษรายนี้จึงยอมรับสารภาพ เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำส่งให้แพทย์ช่วยเหลือได้หวุดหวิด ส่วนโทรศัพท์มือถือ เป็นสิ่งต้องการมากที่สุด ล่าสุด เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา สามารถตรวจยึดโทรศัพท์ 6 เครื่อง ซิมการด์ 40 อัน โดยส่งทางเครื่องบินบังคับ ขณะนี้ราคาซื้อขายในเรือนจำ โทรศัพท์ประเภทสมาร์ทโฟน ขั้นต่ำ 8 แสนบาท มาตรการป้องกันห้ามนำสิ่งของเหล่านี้เข้าไปในแดนความมั่นคงสูง ประมาณเดือนสิงหาคม จะมีการติดตั้งเครื่องบอดี้สแกน ซึ่งสามารถเอ็กซ์เรย์หาสิ่งของแปลกปลอมในร่างกายได้