บัวแก้วชี้บัญชีค้ามนุษย์สหรัฐ'รายงานที่ไม่น่าเชื่อถือ'

บัวแก้วชี้บัญชีค้ามนุษย์สหรัฐ'รายงานที่ไม่น่าเชื่อถือ'

"ทรงศัก"อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ ชี้บัญชีค้ามนุษย์สหรัฐ "ลงโทษไทยทั้งๆที่ไทยทำงานหนัก"

ภายหลังจากสหรัฐออกรายงานสถานะค้ามนุษย์ตาม TIP Report มีมุมมองออกมาอย่างหลากหลาย โดยเฉพาะทีมเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ร่วมดำเนินงานและเจรจาเรื่องนี้มาโดยตลอด ผิดหวังกับท่าทีของสหรัฐที่ตัดสินให้ไทยไปอยู่ในสถานะบัญชี เทียร์ 3 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แย่ที่สุด

นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สหรัฐประกาศปรับลดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทยในปีนี้ ลงไปอยู่ในระดับต่ำสุด หรือระดับ เทียร์ 3 (Tier3) ซึ่งสหรัฐมีสิทธิ์ตอบโต้ไทยโดยงดให้ความช่วยเหลือ หรือความร่วมมือกับไทยในบางด้าน ยกเว้นด้านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และด้านการค้า จึงไม่มีบทลงโทษในการห้ามนำเข้าสินค้าจากไทยโดยตรง

ทั้งนี้ ในช่วง 90 วันหลังจากนี้ หรือไม่เกินวันที่ 30 ก.ย.นี้ สหรัฐจะพิจารณาว่าจะดำเนินมาตรการระงับความช่วยเหลือไทยหรือไม่ แต่ประเมินว่าไทยจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะที่ผ่านมาสหรัฐ ยกเว้นมาตรการระงับความช่วยเหลือ ให้แก่ประเทศที่อยู่ในระดับเทียร์ 3 โดยตลอด

อย่างไรก็ตาม แม้ในกรณีที่สหรัฐจะระงับความช่วยเหลือไทยในบางด้าน ก็ถือว่าผลกระทบจะมีไม่มาก เพราะความร่วมมือระหว่างไทย-สหรัฐส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะหุ้นส่วน หรือดำเนินการร่วมกัน อย่างการมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิการศึกษาไทย-สหรัฐ หรือทุนฟุลไบรท์ ทั้งไทยและสหรัฐก็สนับสนุนเงินร่วมกัน ไม่ใช่ไทยเป็นฝ่ายรับความช่วยเหลือจากสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว

อย่างไรก็ตาม ความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ ยังคงยืนยันว่า ผิดหวังอย่างมาก ต่อรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ปี 2557 (TIP Report 2014) ของสหรัฐฯ และยืนยันว่าไม่เห็นด้วยที่จัดอันดับให้ไทยไปอยู่ในระดับเทียร์ 3 เพราะไทย สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขขั้นต่ำ ของกฎหมายแรงงานสหรัฐฯ ได้ถึง 3 ข้อ จากทั้งหมด 4 ข้อ ทั้งการตัดสินคดี การลงโทษผู้กระทำความผิด และความพยายามอย่างต่อเนื่องของภาครัฐ ในการแก้ปัญหาการค้าแรงงาน โดยในปี 2556 ไทยดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดด้านการค้าแรงงานได้ถึง 670 คดี มีการตัดสินคดีแล้วมากกว่า 400 คดี และมีการลงโทษผู้กระทำผิดแล้วอย่างน้อย 225 ราย ส่วนใหญ่ถูกลงโทษหนักจำคุก 2-4 ปี

"การจับกุม ตัดสินคดี และลงโทษผู้กระทำความผิดด้านการค้าแรงงาน ที่ไทยได้ดำเนินการมาแล้วถือเป็นการตอบโจทย์มาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายสหรัฐฯ อยู่แล้ว แต่สหรัฐฯ กลับจัดให้ไทยอยู่ในระดับเทียร์ 3 ซึ่งหมายถึงประเทศที่ไม่ทำอะไรเลย ถือเป็นการลงโทษประเทศไทย ทั้งๆ ที่ไทยทำงานหนัก สถานทูตสหรัฐฯก็เห็น เพราะช่วง 3-4 เดือนก่อนหน้าที่จะมีการประกาศการจัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ เจอหน้ากันแทบทุกวัน"

จากการตรวจในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ปี 2557 ของสหรัฐ พบว่า เนื้อหาของรายงานมีความขัดแย้งกันเองอยู่มาก เช่น ในเนื้อความตอนกลางของรายงาน ระบุว่าไทยมีความคืบหน้ามาก ในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ แต่บทส่งท้าย ในย่อหน้าสุดท้ายซึ่งมีอยู่ 3- 4 บรรทัดกลับเขียนว่า ไทยมีข้อบกพร่องในการบังคับใช้กฎหมาย แต่ก็ไม่ได้ชี้แจงให้ชัดเจนว่าไทยมีความบกพร่องตรงจุดไหนอย่างไร

นอกจากนี้ วิธีการจัดทำรายงานก็ไม่มีความหนักแน่นน่าเชื่อถือ เช่น การอ้างตัวเลขว่า มีแรงงานในไทยมากถึง 57% ที่ระบุว่าถูกบังคับใช้แรงงาน ทั้งที่ในรายงานดังกล่าวก็ระบุเองว่า เข้าไปสัมภาษณ์ตัวอย่างแรงงานที่ จ.สมุทรสาคร เพียง 430 คนเท่านั้น ทั้งที่แรงงานใน จ.สมุทรสาครมีนับแสนคน และไม่มีการประสานขอข้อมูลจากราชการไทย มีการใช้ข่าวมาตัดแปะลงในรายงาน ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและตัวรายงานจึงไม่มี ทั้งที่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์นี้ต้องส่งให้รัฐสภาสหรัฐฯ จึงควรอ้างอิงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ดังนั้นหลังจากนี้ก่อนที่สหรัฐฯ จะจัดทำรายงานอะไรที่เกี่ยวกับประเทศไทยออกไป คงต้องขอให้มายืนยันข้อมูลกันก่อน

สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาของฝ่ายไทย ล่าสุดนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้ทำหนังสือถึงนายจอห์น แคร์รี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแล้วว่า การปรับลดไทยไปอยู่ในระดับเทียร์ 3 ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง นอกจากนี้ ภายในช่วง 2-3 วันนี้ สถานทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จะขอเข้าพบและส่งรายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดจากฝ่ายไทย ให้แก่กลุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ของสหรัฐที่เป็นมิตรกับประเทศไทย หรือ เฟรนด์ ออฟ ไทยแลนด์ (Friend of Thailand) รวมประมาณ 22 คน รวมทั้งคณะอนุกรรมาธิการกิจการเอเชียและแปซิฟิก ในสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาของสหรัฐ เพื่อชี้ให้เห็นว่ารายงานของสหรัฐฯไม่สะท้อนความจริง พร้อมกับยืนยันว่า ไม่ว่าสหรัฐจะมีการจัดอันดับการค้ามนุษย์หรือไม่ ไทยก็ให้ความสำคัญดำเนินการอยู่แล้ว

สำหรับการดูแลการส่งออกสินค้าไทยไปยังสหรัฐ ได้มอบหมายให้สถานทูตและกงสุลใหญ่ของไทยในสหรัฐ ไปพูดคุยทำความเข้าใจ และสร้างความมั่นใจกับผู้ซื้อสินค้ารายใหญ่ของไทย ผ่านทางสมาคมผู้นำเข้าอาหารทะเลสหรัฐ (เอ็นเอฟไอ) ที่มีห้างยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เช่น คอสต์โก้ และวอลล์มาร์ท ร่วมเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ทำให้เอ็นเอฟไอ ได้จัดประชุมและมีมติ 4 ข้อ

ประกอบด้วย 1.จะยังคงให้ความเชื่อมั่นและสั่งซื้อสินค้าจากประเทศไทยต่อไป 2.พร้อมให้ความร่วมมือและช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการจัดการปัญหาแรงงาน 3.เอ็นเอฟไอเห็นว่ากุ้งไทยยังคงมีคุณภาพดีที่สุด เป็นที่ถูกใจผู้บริโภค โดยขณะนี้ผู้บริโภคสหรัฐฯ มีปฏิกิริยาตอบโต้สินค้าไทยน้อยมาก และ 4.ในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ คอสต์โก้ จะเดินทางมายังประเทศไทยตามคำเชิญของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเข้ามาดูสภาพข้อเท็จจริงในอุตสาหกรรมประมงไทยทั้งหมด เพื่อนำข้อมูลไปอธิบายให้ผู้บริโภคในสหรัฐฯเข้าใจ ว่าไทยไม่ได้มีปัญหาเรื่องการใช้แรงงานมนุษย์ตามที่สื่ออย่างเดอะ การ์เดียน ไปวาดภาพเอาไว้

“ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า สื่อ อย่างเดอะ การ์เดียน หรือรอยเตอร์ส จะโจมตีประเทศไทยเพื่ออะไร ทั้งที่ในรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐ จัดอันดับให้ประเทศไทย เป็น 1 ใน 9 ประเทศ ที่อยู่ในอันดับ 1 ของประเทศที่มีความก้าวหน้าสูงสุดในการจัดการกับปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แต่เรื่องดีๆ อย่างนี้ เดอะ การ์เดียน หรือรอยเตอร์ส ไม่เคยเอามาพูดถึง”

ในส่วนของสินค้าไทย 5 รายการ คือ กุ้ง ปลา อ้อย สิ่งทอ และสื่อลามกเด็ก ที่ถูกจัดขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง ของกระทรวงแรงงานสหรัฐในเดือนส.ค.นี้ กระทรวงการต่างประเทศจะยื่นข้อมูลเพื่อให้สหรัฐถอดออกไป 4 รายการ ยกเว้นสื่อลามกเด็กที่ไม่มีข้อมูลชัดเจน โดยมีข่าวดี คือ อ้อย เป็นสินค้าที่สหรัฐระบุว่า มีศักยภาพที่จะหลุดพ้นจากบัญชีเฝ้าระวัง น่าจะถอดออกจากบัญชีได้ภายในปีนี้ เพาะอ้อยไทยไม่มีการใช้แรงงานเด็ก แต่อาจมีการเข้าใจผิด เพราะมีลูกของคนงานที่เข้าไปอยู่กับพ่อแม่ในไร่อ้อยช่วงปิดเทอม