กสิกรไทยชี้การเมืองคลี่คลาย-ศก.ฟื้น

กสิกรไทยชี้การเมืองคลี่คลาย-ศก.ฟื้น

กสิกรไทยชี้การเมืองคลี่คลาย-ศก.ฟื้น หนุนสินเชื่อแบงก์ครึ่งปีหลังขยายตัว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินแนวโน้มสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ไทย โดยเฉพาะสินเชื่อเอสเอ็มอีกับรายย่อยครึ่งหลังปี 2557 ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น หลังการเมืองคลี่คลาย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยแพร่บทวิเคราะห์เรื่อง "ทิศทางสินเชื่อครึ่งปีหลัง มีโอกาสเติบโตดีขึ้น" ด้วยการประเมินว่าแนวโน้มสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ช่วงครึ่งหลังปี 2557 เมื่อพิจารณาจากพัฒนาการเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นท่ามกลางแรงหนุนเศรษฐกิจจากหลายภาคส่วน

โดยแรงหนุนเศรษฐกิจจากหลายภาคส่วนนั้น เป็นเม็ดเงินงบประมาณของภาครัฐที่ทยอยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น การผลักดันมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรและมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงภาคการส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลก

อีกทั้งแรงหนุนข้างต้นก็เป็นแรงส่งสำคัญ ที่ทำให้ยอดการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ สามารถพลิกกลับมามีโมเมนตัมที่ดีขึ้นได้เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2557 โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยบางประเภท เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต และทำให้สินเชื่อธนาคารฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสอดคล้องกับพัฒนาการเศรษฐกิจไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประเมินภาพการขยายตัวของสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ไทยทั้งปี 2557 อย่างระมัดระวัง จากการเติบโตของสินเชื่อที่แผ่วลงในช่วง 5 เดือนแรกของปีและผลของฐานที่สูงในปีก่อน และคาดว่าภาคธุรกิจคงใช้ระยะเวลาในการทยอยลดสินค้าคงคลังแล้ว จึงเริ่มเข้าสู่รอบการผลิตใหม่ซึ่งจะแปลงมาเป็นความต้องการสินเชื่อเพิ่มเติม และภาคครัวเรือนคงต้องรอชั่งน้ำหนักระหว่างบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยและสถานการณ์ด้านรายได้ที่ดีขึ้นกับภาวะค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นตามเงินเฟ้อ

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงคาดการณ์ไว้ที่ระดับ 5.0 - 7.0% เมื่อเทียบกับสิ้นปีก่อน แม้มีโอกาสขยับเข้าใกล้กรอบบนของประมาณการมากขึ้น แต่จะติดตามผลเชิงบวกจากพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด และอาจปรับเพิ่มประมาณการได้ หากเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินเชื่อที่ชัดเจนในระยะถัดไป

ส่วนแนวโน้มเงินฝากในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 คาดว่า ภาวะการแข่งขันระดมเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ น่ามีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เงินฝากระยะกลางถึงยาวที่ให้ผลตอบแทนจูงใจ และสามารถแข่งขันได้กับทางเลือกการออมอื่นๆ เพื่อล็อกเงินฝากไว้กับธนาคาร และเพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องของ

ธนาคาร ให้เติบโตสอดคล้องกับความก้าวหน้าของสินเชื่อ ซึ่งในที่สุดแล้วคงสนับสนุนให้สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์ในองค์รวมช่วงครึ่งหลังของปี 2557 อยู่ในระดับทรงตัวหรือไม่เปลี่ยนแปลงมากนักเมื่อเทียบกับปัจจุบัน

สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามนอกจากพัฒนาการทางเศรษฐกิจไทย ภาวะค่าครองชีพและระดับราคาสินค้าและพลังงาน เนื่องจากจะมีผลต่อการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชน ซึ่งผูกโยงกับความก้าวหน้าของสินเชื่อแล้ว ยังต้องจับตามาตรการต่างๆ ของภาครัฐและวิธีการและช่องทางการระดมทุนซึ่งจะ

กระทบต่อทิศทางสภาพคล่องของระบบการเงินไทยในระยะถัดไป

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยเพิ่มเติมด้วยว่าได้รวบรวมข้อมูลสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องของระบบธนาคารพาณิชย์ไทยที่ประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ไทย 14 แห่ง ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลในเบื้องต้นถึงสิ้นเดือนพ.ค.2557 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และพิจารณาถึงสิ้นปี 2556 พร้อมประเมินแนวโน้มสินเชื่อ เงินฝาก และสภาพคล่องในระยะถัดไป เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์แนวโน้มสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ครึ่งหลังปีนี้ด้วย