คสช.พบผู้บริหารสื่อพรุ่งนี้ปรับความเข้าใจ

คสช.พบผู้บริหารสื่อพรุ่งนี้ปรับความเข้าใจ

"พ.อ.วินธัย"เผยพรุ่งนี้พบผู้บริหารสื่อเพื่อปรับความเข้าใจ แจงไม่มีทหารบุกกองบรรณธิการ

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงว่า เรื่องข้อกังวลของของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เรียนว่าการตั้งคณะทำงานด้านสื่อหลายคณะเพื่อเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติเพื่อให้การตอบกลับข่าวสารเป็นไปอย่างทันท่วงทีเพื่อให้ข้อเท็จจริงจากภาครัฐกระจายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะถ้าเราไม่ร่วมกันบริหารจัดการให้ดีก็จะเกิดความสับสนเหมือนที่ผ่านมา ยืนยันไม่ใช่เป็นการปิดกั้นหรือกระทบการรับทราบข้อเท็จจริงของประชาชน

" นอกจากข่าวที่เป็นเรื่องของการจินตนาการ หรือสร้างกระแสข่าวลือหวังแสวงผลประโยชน์โดยมิชอบจากสื่อ ถ้ามีกรณีแบบนี้อาจจะต้องขอความร่วมมือในการให้น้ำหนัก พื้นที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามอยู่ในลักษณะของการแลกเปลี่ยนรับฟังซึ่งกันและกันด้วยหลักการเหตุผลและข้อเท็จจริง โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติให้เป็นไปอย่างเหมาะสม ยืนยันไม่ใช่มาตรการบังคับเพื่อริดรอนสิทธิ์เสรีภาพใดๆอย่างแน่นอน " พ.อ.วินธัย กล่าว

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาต้องขอบคุณสื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อมวลชนที่มีความเข้าใจตรงกันในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคม ซึ่งถือว่าสื่อทุกสื่อมีส่วนสำคัญในการพัฒนาของประเทศให้ดีขึ้น

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปยังกองบรรณาธิการสื่อนั้นจริงหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับข้อมูล เพราะตามปกติเราจะใช้การสื่อสารแบบขอความร่วมมือไม่มีบุกไปที่กองบรรณาธิการแต่อย่างใด ซึ่งลักษณะของคนนำสารจะเป็นใครเราไม่ทราบ อาจเป็นบุคคลหรือเอกสารก็ได้ แต่วัตถุประสงค์คือการขอความร่วมมือกับสื่อมวลชน

เมื่อถามว่าหากมีการนำเสนอข่าวนายจักรภพ เพ็ญแข หรือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ สื่อมวลชนจะสามารถนำเสนอได้หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่ดุลยพินิจของสื่อมวลชนเอง เราไม่มีมาตรการในเชิงบังคับ โดยในส่วนงานของโฆษกคสช.ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องดังกล่าวอยู่แล้วเพราะถือว่าข้อมูลไม่ได้ผลกระทบอะไรเนื่องจากเราให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศมากกว่า เพราะการเคลื่อนภายนอกประเทศเข้าข่ายความไม่เหมาะสมในเรื่องกฎหมายความมั่นคงหลายมาตรา ซึ่งในต่างประเทศเองคงไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำการในลักษณะดังกล่าวในประเทศตัวเองเพราะฉะนั้นตนเชื่อว่าต่างประเทศไม่สนับสนุนอยู่แล้ว ซึ่งเราได้ให้ข้อมูลข่าวสารกับสื่ออย่างเท่าเทียมกันไม่ใช่เฉพาะบุคคลใดบุคลลหนึ่ง

เมื่อถามว่าเบื้องต้นจะมีการพูดคุยกันหรือไม่ว่าจะควบคุมการนำเสนอข่าวของสื่อนานแค่ไหน พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เราไม่ได้ควบคุมเนื้อหาเราจะให้สื่อใช้วิจารณญาณในภาพรวมกันเอง และให้ดูความเหมาะสมรวมถึงมองในภาพกว้าง อาทิ เรื่องคดีความต่างๆ ที่มีกระบวนการที่จะเดินหน้าในขั้นแรกสื่อก็จะนำเสนอในทางที่ผิดซึ่งอาจนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่ผิดทำให้ประชาชนเข้าใจผิด แต่เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นไม่เป็นตามที่สื่อนำเสนอก็ทำให้กระบวนการดูไม่น่าเชื่อถือ

ส่วนที่วันพรุ่งนี้ (27 มิ.ย.) จะมีการเชิญผู้บริหารสื่อเข้ารับประทานอาหารกับเลขาคสช.จะมีการชี้แจงแนวทางดังกล่าวหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า มีโอกาสชี้แจงซึ่งในเรื่องของการพบปะสื่อจะเป็นเรื่องของการชี้แจงและปรับความเข้าใจในการทำงานระหว่างกันเพื่อให้สถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้น โดยการพูดคุยจะเป็นการขอความร่วมมือให้การนำเสนอเป็นไปอย่างสร้างสรรค์หรือเป็นประโยชน์

เมื่อถามว่าการที่จะให้ผู้บังคับการตำรวจสันติบาลติดตามข้อมูลข่างสารของสื่อจะมีการทำเหมือนในอดีตหรือไม่ที่มีการเฝ้าจับตาสื่อบางบุคคลพ.อ.วินธัย กล่าวว่า เท่าที่ดูตามเอกสารและการประสานงานในเบื้องต้นจะเป็นการติดตามเพื่อให้ประสิทธิภาพการตอบกลับข่าวมีความรวดเร็ว ซึ่งตนคิดว่าน่าจะมองในมุมนี้มากกว่า ตนขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นริดรอนสิทธิเสรีภาพการทำงานของสื่อมวลชน