บิ๊ก'ประกัน'ลั่นช่องทางขายผ่านตัวแทนยังโตได้

บิ๊ก'ประกัน'ลั่นช่องทางขายผ่านตัวแทนยังโตได้

ผู้บริหาร"ประกันชีวิต"ชี้ช่องทางขายผ่านตัวแทนยังโตได้ ไตรมาสแรกปีนี้มีตัวเลขเบี้ยประกัน1.3แสนล้านบ.

ผู้บริหาร "ประกันชีวิต" ยืนยันช่องทางขายผ่านตัวแทนยังไม่ตาย แม้การขายผ่านแบงก์จะเติบโตก้าวกระโดด แต่ยอมรับการเติบโตอาจชะลอลง ขณะที่ "โตเกียวมารีน" ปรับยุทธศาสตร์ใช้โมเดลจากญี่ปุ่นรุกตลาดบำนาญสู้คู่แข่ง หวังผงาดในไทย โดยอาศัยช่องทางตัวแทนทำตลาด

นายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ช่องทางตัวแทน ยังถือว่ามีบทบาทที่สำคัญอยู่ ในอดีตที่ผ่านมาถือเป็นช่องทางที่ใหญ่สุดเกือบ 100% แต่หลังจากมีช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ (ขายผ่านธนาคารพาณิชย์) ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ทำให้อัตราการเติบโตของช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด และมีขนาดที่ใหญ่มาก ทำให้บริษัทประกันที่ไม่มีแบงก์เป็นของตัวเอง มีส่วนแบ่งการครองตลาดที่ลดลง จาก 50% มาเหลือกว่า 20% เท่านั้น

"ช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์เป็นช่องทางที่ใหญ่มาก มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าช่องทางตัวแทน เพราะไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับตัวแทน อัตราการต่ออายุก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยอยู่ที่ประมาณ 50-60% ณ ปัจจุบันขยับมาเป็น 80-90% แต่ช่องทางตัวแทนก็ยังมีอยู่ไม่ถึงกับวันตายเพราะ ตราบใดที่ผู้บริโภค ยังไม่พร้อมซื้อประกันชีวิตโดยตรงกับบริษัท ไม่เข้าใจดีพอก็ต้องอาศัยช่องทางตัวแทนมาอธิบาย เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง และตลาดประกันในภูมิภาคเอเชีย ถือว่าช่องทางตัวแทนยังมีความสำคัญอยู่ อย่างน้อยอยู่ได้อีก 5-10 ปี เป็นอย่างน้อย ซึ่งต่างกับตลาดที่พัฒนาที่ซื้อประกันตรงกับบริษัทประกัน"

นายอำนาจ วงศ์พินิจวโรดม ผู้ช่วยเลขาธิการสายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบการตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ตัวเลขเบี้ยประกันชีวิต ในไตรมาสแรกของปีนี้มีทั้งสิ้น 130,057 ล้านบาท มาจากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ถึง 60,821 ล้านบาทคิดเป็น 46.76% ของเบี้ยประกันทั้งหมด และมีอัตราการเติบโตถึง 38.04% ขณะที่ช่องทางตัวแทนมีเบี้ยประกันอยู่ที่ 61,119 ล้านบาท คิดเป็น 47.06% ของเบี้ยทั้งหมด แต่มีอัตราการเติบโตแค่ 9.04% เท่านั้น

นายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทไม่ได้มีแบงก์เป็นของตัวเอง เหมือนกับบริษัทประกันชีวิตรายอื่นๆ สิ่งที่บริษัทมีคือช่องทางตัวแทนที่ถือว่าเป็นช่องทางหลักในการรุกตลาด และได้นำรูปแบบ หรือ โมเดล มาจากประเทศญี่ปุ่น ในการรุกตลาดบำนาญเป็นหลัก จึงได้มุ่งพัฒนาตัวแทนให้มีคุณภาพ มีศักยภาพในการนำเสนอผลิตภัณฑ์บำนาญให้กับลูกค้ารายบุคคลเป็นหลัก เพราะโจทย์ระยะยาวของบริษัทคือ ต้องการเป็นผู้นำประกันชีวิตแบบบำนาญ เนื่องจากสังคมไทยกำลังเปลี่ยนแปลงเป็นสังคมผู้สูงอายุ และจากฐานข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่าในปี 2563 สังคมไทยจะมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปประมาณ 18-20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ขณะที่อัตราการเกิดของเด็กใหม่นั้นมีอัตราที่ลดลง