ผนึกกำลังธุรกิจย่านราชประสงค์ดึงนักท่องเที่ยว

ผนึกกำลังธุรกิจย่านราชประสงค์ดึงนักท่องเที่ยว

รายงาน.. ผนึกกำลังธุรกิจย่านราชประสงค์ ดึงแรงซื้อนักท่องเที่ยวฟื้นศก.ไทย

ปัญหาการเมืองและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวช่วงที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะแหล่งการค้าใจกลางเมือง "ราชประสงค์" ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางหมุนเวียนเข้ามาในย่านนี้จำนวนมากในแต่ละวันต้องเผชิญสภาพ "หดตัว" ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและยอดการใช้จ่าย อย่างไรก็ตามสถานการณ์ทางการเมืองที่เริ่มคลี่คลายทำให้ผู้ประกอบการในนามสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เร่งอัดกิจกรรมและแคมเปญส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นตลาดกลับเข้ามา สร้างเม็ดเงินสะพัดในย่านนี้มากขึ้น

ชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (อาร์เอสทีเอ) กล่าวว่า ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง 20-30% กระทบต่ออัตราการเข้าพักโรงแรม แต่ขณะนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น โดยพบว่าอัตราการเข้าพักโรงแรมเพิ่มขึ้นจาก 30% เป็น 40% จากปกติอยู่ในระดับ 70% แต่ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาที่พักโรงแรมปรับลดราคากว่า 50%

"ปริมาณผู้ใช้บริการผ่านทางเดินเชื่อม หรือ สกายวอล์ก พบว่ากลับสู่ภาวะปกติแล้ว เหลือเพียงยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในย่านฯ ที่ต้องกระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้น"

ทั้งนี้ ในช่วงเวลาปกตินักท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์มีการใช้จ่ายเฉลี่ย 1 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป โดยปัจจุบันย่านนี้มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย 50-60% ต่างชาติ 40-50%

“ร้านค้าเช่าภายในศูนย์การค้าต่างๆ ย่านราชประสงค์ เริ่มฟื้นตัวขึ้น เชื่อว่ากำลังซื้อนักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงไตรมาส 3-4 นี้"

ผนึกพันธมิตรจัดแกรนด์เซลล์

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างสีสันและกระตุ้นการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ได้จัดแคมเปญ “ราชประสงค์ แกรนด์ เซล 2014” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ย่านราชประสงค์เป็นแหล่งชอปปิงครบวงจร และใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง 6 ศูนย์การค้า ได้แก่ เกษร อัมรินทร์ พลาซา เซ็นทรัลเวิลด์ เอราวัณแบงค็อก เดอะแพลทินัมแฟชั่นมอลล์ และเพรสิเด้นท์ ทาวเวอร์ อาเขต ให้ส่วนลดสูงสุด 50%

นอกจากนี้ ได้ร่วมกับ 7 โรงแรม ได้แก่ โฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ เรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ โนโวเทล กรุงเทพฯ แพลทินัม อินเตอร์คอนติเนตัล กรุงเทพฯ เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ และเดอะเซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ รวมทั้งสถาบันการเงินต่างๆ จัดโปรโมชั่นดึงนักท่องเที่ยว

คาดแคมเปญดังกล่าวระหว่างวันที่ 25 มิ.ย.-2 ส.ค. นี้ จะสร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 7,500 ล้านบาท ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 4 แสนคนต่อวัน

ลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้น

ศิริชัย ประพันธ์ธุรกิจ รองกรรมการผู้จัดการ-ฝ่ายบริหารอาคาร บริษัท เดอะ แพลทินัม แฟชั่นมอลล์ จำกัด กล่าวว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ลูกค้าชาวต่างชาติเริ่มทยอยกลับมาใช้จ่ายและซื้อสินค้า โดยเฉพาะลูกค้าชาวเอเชีย เพิ่มขึ้น 10-20% เทียบช่วงที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าต่างชาติหายไปถึง 50% หรือเหลือไม่ถึง 1 หมื่นคน เทียบช่วงปกติ มีลูกค้า 2-3 หมื่นคน

ปัจจุบัน อัตราการเข้าใช้บริการภายในศูนย์เป็นลูกค้าคนไทย 3 หมื่นคนต่อวัน ลูกค้าต่างชาติ 1 หมื่นคนต่อวัน

"นานาประเทศต้องการเห็นประเทศไทยมีการเลือกตั้งและมีรัฐบาล จะเป็นปัจจัยสำคัญดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้าไทย"

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าภายในสิ้นปีนี้ ลูกค้าชาวต่างชาติจะกลับมาเติบโต 20% หากไทยสามารถปลดล็อคปัญหาต่างๆ ได้

สำหรับแผนกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะมีกิจกรรมส่งเสริมการขายรูปแบบต่างๆ เช่น แพลตินัม เคลียร์แรงค์ เซล ร่วมกับ 2,000 ร้านค้าภายในศูนย์มอบส่วนลด ระหว่างวันที่ 31 ก.ค.-4 ส.ค. นี้ คาดเม็ดเงินสะพัด 1,000- 1,500 ล้านบาท

ชาวจีนเดินทางไทยมากขึ้น

วิไลวรรณ ทวิชศรี รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ จำนวน 10 ล้านคน 50% หรือ 5 ล้านคนเป็นชาวเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและสหรัฐ มีสัดส่วน 30%

สำหรับการจัดแคมเปญ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซล” ช่วง 4 เดือน ระหว่าง มิ.ย.-ก.ย. นี้ คาดกระตุ้นเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้น 20% ตอกย้ำสถานะประเทศไทยเป็น 1 ใน 3 ศูนย์กลางชอปปิงแห่งเอเชีย