นักวิชาการแนะจัดดุลอำนาจให้มีระบบถ่วงดุล

นักวิชาการแนะจัดดุลอำนาจให้มีระบบถ่วงดุล

นักวิชาการแนะจัดดุลอำนาจ ให้มีระบบถ่วงดุลอย่ากลัวประชาชนจะมีอำนาจ พร้อมให้แสวงหาต้นตอปัญหา-ข้อบกพร่องสังคมไทย

สถาบันพระปกเกล้าได้จัดสัมมนา (ครั้งที่ 1) เพื่อนำเสนอประเด็นการอภิปราย เรื่อง การปฏิรูปประเทศไทย : ดุลแห่งอำนาจ โดยมีนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการอภิปราย

นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องพูดให้ชัดเจน คือสาเหตุของการปฏิรูป โดยที่ผ่านมาพบการโกง และออกกฎหมายนิรโทษ ทำให้มีคนต่อต้านทั้งในและนอกกติกา โดยไม่เกี่ยวกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นสิ่งที่ควรพิจารณา คือ ตัวคนที่ตัองรักษาและเคารพกติกา ทั้งนี้ระยะเวลา 82 ปี ของการพัฒนาประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะถูกบิดเบือน ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ควรนำมาพิจารณา คือ 1.การศึกษาและสื่อมวลชน เพื่อสร้างองค์ความรู้, 2. การเข้าสู่อำนาจการเมือง และ 3.การจัดสรรทรัพยากร

ด้านนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร สมาชิกสถาบันพัฒนาการเมือง กล่าวว่ารัฐธรรมนูญของประเทศไทยเป็นประเภทตัดปะ โดยนำเนื้อหารัฐธรรมนูญจากประเทศตะวันตกมาเขียนรายละเอียด โดยไม่ได้คำนึงถึงจุดอ่อนและข้อบกพร่องของประเทศไทยมาพิจารณาและกำหนดรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับประเทศ ทำให้เมื่อถึงทางตัน ประเทศไทยไม่สามารถแก้ปัญหาได้ อย่างไรก็ตามตนเคยเสนอให้ที่ประชุมอธิบการบดี (ธปอ.) ศึกษาข้อบกพร่องและต้นเหตุของปัญหารวมถึงจุดอ่อนของประเทศไทยในแต่ละด้าน โดยใช้เวลา 6 เดือน จากนั้นให้นำผลศึกษาไปให้กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ประกอบด้วยคน 15 คนที่รู้เรื่องไปดำเนินการยกร่างโดยรายละเอียดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องมีน้อยมาตรา มีความยืดหยุ่ม ส่วนรายละเอียดที่มีมากให้ไปเขียนในกฎหมายประกอบ ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บ่อยครั้ง ดังนั้นถ้าคิดจะวางระบบให้ประเทศ ต้องเริ่มที่รัฐธรรมนูญ

"สังคมไทยปัจจุบันมี 3 ส่วนอำนาจ คือ รัฐบาล, นักการเมือง, ประชาชน โดยกรณีของรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มตามกฎหมาย และฝ่ายนิติบัญญัติที่เป็นพรรคพวกเดียวกัน ล้วนไม่มีวิสัยทัศน์ในการสร้างความสุขให้ประชาชน เพราะเห็นแก่ผลประโยชน์ และความฉ้อฉล ทั้งนี้ผมทราบข้อมูลจากคนวงในมาว่า ในประเทศสาระขันธุ์ ตามคำของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช หมายถึงคำเรียกประเทศไทยนั้น จะเขียนรัฐธรรมนูญให้มีสภาเดียว และสมาชิกแห่งสภานั้นมาจากการแต่งตั้งผสมด้วย" นายอัษฎางค์ กล่าว

ขณะที่นายพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ดุลแห่งอำนาจนั้นต้องไม่กลัวการมีอำนาจของประชาชน และต้องให้ประชาชนมีอำนาจ แต่ไม่ใช่ให้อำนาจจนเกินไป ดังนั้นต้องมีส่วนที่เข้ามาแทรกแซงเพื่อไม่ให้มีอำนาจมากเกินไป ดังนั้นกรณีเกิดรัฐประหารรอบนี้ ตนมองว่าทหารพยายามเข้ามาสร้างดุลขณะที่มีความขัดแย้งของ 2 ฝ่าย ดังนั้นประเด็นที่ต้องพูดคุย คือจะให้ประชาชนที่รวมตัวเป็นกลุ่มการเมืองภาคประชาชนจะให้ความสำคัญอย่างไร ทั้งนี้ในประเทศที่พัฒนาประชาธิปไตย จะมีการออกแบบที่มาของสถาบันที่จะไปใช้อำนาจแทนประชาชนที่สะท้อนความหลากหลายของสังคม

"กรณีที่จะเกิดขึ้นไม่ใช่มองว่าเสียงข้างมากแย่ แล้วหาคนมาจัดการเสียงข้างมาก แต่ต้องสร้างสภาเพื่อคานอำนาจ ผมไม่ปฏิเสธสองสภา แต่สภาที่สองต้องไม่ใช่สภาเพื่อจับผิดเสียงข้างมาก แต่ต้องสะท้อนความหลากหลายของสังคมไม่ใช่มุ่งร้ายต่อประชาธิปไตย" นายพิชญ์ กล่าว