สปสช.ชงคสช.ตั้งกองทุนดูแลผู้สูงอายุ

สปสช.ชงคสช.ตั้งกองทุนดูแลผู้สูงอายุ

"ประทีป"รองเลขาฯสปสช.ชงคสช.ตั้งกองทุนดูแลผู้สูงอายุรัฐ-อปท.สมทบเงินคนละครึ่ง ครอบคลุมคนแก่ พิการ ป่วยเรื้อรัง

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า สปสช.เตรียมเสนอโครงการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว(Long term Care)ต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เนื่องจากสังคมกำลังเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุและจะส่งผลกระทบต่อการดูแลในระยะยาว หากไม่สามารถจัดระบบให้ดีจะใช้งบประมาณในการดูแลมากกว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ปัจจุบันมีประมาณปีละกว่าแสนล้านบาท โดยให้มีการจัดตั้งกองทุนดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยเรื้อรังที่จำเป็นต้องมีผู้ดูแล คาดว่าจะเสนอภายในการประชุมใหญ่ปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 2 ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 ซึ่งจะเป็นเวทีระดมความคิดเห็นจากหลากหลายฝ่าย และ 3 กองทุนสุขภาพ ทั้งหลักประกันสุขภาพสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม และสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ เพื่อหารือถึงการปฏิรูประบบสุขภาพ

นพ.ประทีป กล่าวอีกว่า กองทุนนี้จะดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องมีผู้ดูแลทุกคนไม่จำกัดว่าอยู่ในสิทธิรักษาพยาบาลใด โดยจะได้รับงบประมาณสนับสนุนเข้ากองทุนจากรัฐบาลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ของแต่ละพื้นที่ฝ่ายละครึ่ง นอกจากนี้ อาจได้จากเงินออมของประชาชนเพื่อดูแลตนเองในช่วงชราภาพ ซึ่งจากการศึกษาจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้สูงอายุ ประมาณ 20,000 บาทต่อคนต่อปี เบื้องต้นรัฐบาลกลางอาจจะสนับสนุนงบประมาณตั้งกองทุน 800 ล้านบาท ทั้งนี้ การดำเนินการอาจแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะละ 1 ปี ในระยะแรก อาจเริ่มต้นจากอปท.ขนาดใหญ่ เช่น เทศบาล 1 ใน 3 จากที่ปัจจุบันมีประมาณ 2,000 เทศบาลแล้วขยายครอบคลุมทุกจังหวัดภายใน 3 ปี

"เมื่อมีการจัดตั้งกองทุนแล้วจะเป็นการดูแลทั้งมิติด้านสุขภาพและมิติด้านสังคม จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ตั้งอยู่ภายในชุมชุน ทำหน้าที่ รวบรวมข้อมูล บริหารจัดการ จัดอบรมอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ เพื่อออกไปให้บริการประชาชนที่บ้าน หรือเปิดให้บริการดูแลที่ศูนย์แบบเช้าไปเย็นกลับเรียกว่า ศูนย์เดย์ แคร์(Day Care)"นพ.ประทีป กล่าว

ต่อข้อถามจะซ้ำซ้อนกับกองทุนชราภาพของสำนักงานประกันสังคมหรือไม่ นพ.ประทีป กล่าวว่า ไม่เหมือนกัน เนื่องจากกองทุนชราภาพจะเน้นเฉพาะการให้บำเหน็จบำนาญ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล แต่กองทุนดูแลผู้สูงอายุฯที่เสนอให้มีการจัดตั้งใหม่ เน้นเรื่องการดูแลรักษาพยาบาล ส่วนเรื่องบำเหน็จบำนาญเป็นคนละส่วนกัน ซึ่งกองทุนดูแลผู้สูงอายุจะดูแลประชาชนทุกสิทธิ โดยการมีกองทุนดังกล่าวจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้นว่า การรักษาพยาบาลจะเป็นหน้าที่ของกองทุนนี้ ส่วนสปส.เน้นในเรื่องการเก็บเงินสะสม