CPALL

CPALL

อากาศร้อนและบอลโลกหนุน SSSG พลิกกลับมาเป็นบวก

คาดกำไรสุทธิ 2Q14 จะเติบโตได้ทั้ง Q-Q และ Y-Y แม้ต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงระดับ 2 พันล้านบาท ภายหลัง Refinance จาก Bridge Loan เป็น Bond และ Long Term Loan ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าแล้วเสร็จเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แต่ได้รับการชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายดีลซื้อ MAKRO ที่น้อยลง คงเหลือเพียงค่าที่ปรึกษางวดสุดท้าย และค่า Refinance fee เล็กน้อยเพราะทยอยตัดจำหน่ายเป็นเวลา 24 ไตรมาส รวมถึงผลการดำเนินงานของ 7-11 ฟื้นตัวอีกครั้ง

โดยคาด SSSG พลิกกลับมาเป็นบวกหลังจากติดลบเป็นครั้งแรกในไตรมาสก่อน จากเหตุอากาศร้อนและเทศกาลบอลโลก และคาดกำไรสุทธิจะดีต่อเนื่องใน 2H14 โดยเฉพาะ 4Q14 ที่อาจเป็นกำไรสูงสุดของปี จากช่วง High Season และมีการจัด Stamp Promotion หนุนรายได้เป็นประจำทุกปี เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2014 เติบโต 19.5% Y-Y และคงราคาเป้าหมายเท่ากับ 55 บาท (DCF) ราคาหุ้นปรับขึ้นมาแล้ว 9% จากที่เราแนะนำซื้อในรายงานฉบับก่อน (8 พ.ค. 14) แต่ยังมี Upside อีกราว 15.8% คงคำแนะนำซื้อลงทุน ปัจจุบัน CPALL ถือหุ้น MAKRO สัดส่วน 97.88% ที่ต้นทุน 39.35 บาท/หุ้น โดยมีแผนลดสัดส่วนการถือหุ้นเหลือ 51% (ไม่กำหนดระยะเวลา) เพื่อคงอำนาจการบริหารไว้ตามเดิม

อากาศร้อนและบอลโลกหนุนกำไรฟื้นตัวใน 2Q14 : คาดกำไรสุทธิ 2Q14 อยู่ที่ 2,882 ล้านบาท (+6.5% Q-Q, +8.8% Y-Y) สาเหตุกำไรฟื้นตัวมาจากอากาศที่ร้อนขึ้น และได้รับปัจจัยหนุนจากเทศกาลบอลโลก (ช่วงวันที่ 12 มิ.ย. – 13 ก.ค.) จึงคาด SSSG ในไตรมาสนี้พลิกกลับมาเป็นบวก 3% Y-Y จากที่ -1.1% Y-Y ในไตรมาสก่อน และคาดขยายสาขาใหม่ราว 165 แห่ง จะทำให้สิ้น 2Q14 มีจำนวนสาขารวม 7,809 แห่ง และด้วยสินค้าเครื่องดื่มและอาหารสำเร็จรูปน่าจะขายดีในไตรมาสนี้ จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ราว 21%

อย่างไรก็ตามแม้จะเริ่มรับรู้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเต็มที่ในไตรมาสนี้โดยคาดไว้ราว 2.1 พันล้านบาท ภายหลัง Refinance ภาระหนี้ 1.83 แสนล้านบาทแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา โดยแปลงเป็น Bond สกุลบาทรวม 9 หมื่นล้านบาท (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 4.8% ระยะเวลา 6 – 7 ปี), Long Term Loan สกุลบาท 8.19 หมื่นล้านบาท (อัตราดอกเบี้ยอิง MLR-Spread ระยะเวลา 6 ปี) และ USD Term Loan US$350 ล้าน (อัตราดอกเบี้ยอิง LIBOR-Spread ระยะเวลา 2 ปี) แต่สามารถชดเชยได้จากกำไรจาก MAKRO (เราคาดกำไรสุทธิ MAKRO ไว้ที่ 1.3 พันล้านบาท) และค่าใช้จ่ายดีลซื้อ MAKRO ที่น้อยลง โดยคาดเหลือค่าที่ปรึกษาดีลซื้อ MAKRO ที่ทยอยตัดจำหน่ายงวดสุดท้าย (รวมทั้งหมด 4 ไตรมาส) และค่า Refinancing Fee ซึ่งจะทยอยตัดจำหน่ายเพียงเล็กน้อย (รวม 24 ไตรมาส)

คาดกำไรสุทธิ 2H14 จะดีต่อเนื่อง และทำจุดสูงสุดของปีใน 4Q14 : หากกำไรสุทธิ 2Q14 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H14 เท่ากับ 5,587 ล้านบาท (ลดลง 4.3% Y-Y เนื่องจาก 1H13 ยังไม่รวม MAKRO และไม่มีภาระค่าใช้จ่าย) คิดเป็น 44% ของประมาณการทั้งปี โดยคาดเห็นการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 2H14 แม้จะเป็นช่วง Low Season ใน 3Q แต่เชื่อว่าปีนี้จะได้รับปัจจัยหนุนจากเทศกาลบอลโลก และรับรู้รายได้จาก Stamp Promotion และคาดเห็นกำไรสูงสุดของปีใน 4Q14 จากช่วง High Season ของทั้ง CPALL และ MAKRO เรายังคาดกำไรสุทธิปีนี้เติบโตราว 19.5% Y-Y เป็น 12,592 ล้านบาท