บิลคุกกี้รันผุดอื้อ'เอไอเอส'ยกหนี้ทุกราย

บิลคุกกี้รันผุดอื้อ'เอไอเอส'ยกหนี้ทุกราย

บิลเรียกเก็บเงินใช้แอพพลิเคชันเกมคุกกี้รัน ผุดอีกหลายจว. ยอดหลักหมื่นถึงแสน 'เอไอเอส'ยกหนี้ทุกราย

ใบเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากการใช้บริการแอพพลิเคชันเกมคุกกี้รันผุดอีกหลายจังหวัด ยอดเงินหลักหมื่นถึงหลายแสนบาท พบส่วนใหญ่ผู้ปกครองเปิดเบอร์ให้ลูกเล่น เอไอเอสต้องตามแก้ปัญหายกหนี้ให้หลายราย ย้ำปิดระบบเรียกเก็บค่าบริการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ด้าน กสทช.เร่งล้อมคอกกำหนดมาตรการจำกัดวงเงิน พร้อมให้ความรู้ผู้ปกครอง

จากกรณีเด็กนักเรียนใน จ.สุพรรณบุรี ซื้อไอเทมเกมส์ชื่อดังอย่าง "คุกกี้ รัน" บนโทรศัพท์มือถือในสัญญาณเครือข่ายเอไอเอส ผ่านระบบซื้อขายบนเว็บไซต์ กูเกิ้ล เพลย์ สโตร์ จนมียอดเรียกเก็บเงินค่าใช้บริการ 2 แสนกว่าบาท ทำให้ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจกิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องเชิญบริษัทที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันแก้ปัญหานั้น

วานนี้ (24 มิ.ย.) กสทช.ได้เชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ และกูเกิ้ล (ประเทศไทย) เข้าร่วมหารือกันอีกครั้งเกี่ยวกับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาออกใบค่าเรียกเก็บค่าใช้บริการแอพพลิเคชันต่างๆ ในจำนวนที่สูง โดยเฉพาะกับแอพพลิเคชันเกมบนโทรศัพท์มือถือ

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวภายหลังการหารือว่า เบื้องต้นได้กำชับให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือกำหนดวงเงินการใช้งานไม่เกิน 1,000 บาท รวมทั้งให้ส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ไปยังผู้ใช้บริการได้รับทราบด้วย รวมถึงการรณรงค์ให้ข้อมูลความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้ใช้บริการมือถือ

"เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจอย่างมาก มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาอีก โดยเฉพาะผู้ปกครองหากรับทราบแล้วยังปล่อยให้เด็กเล่นเกมอีกก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง หากกรณีใดพิสูจน์ทราบว่าไม่ทราบเงื่อนไขจริงๆ ก็ต้องเจรจากัน เพื่อความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย" นายฐากร กล่าว

สำหรับมาตรการป้องกันปัญหาในลักษณะเดียวกันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต กสทช.จะขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการจำกัดวงเงินค่าใช้บริการ และให้มีบริการเอสเอ็มเอสส่งไปยังเลขหมายอื่นที่กำหนด โดยการส่งเอสเอ็มเอสนี้จะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ผู้ปกครองซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้เยาวชนใช้งาน

นอกจากนี้ จากการติดตามข่าวผ่านสื่อมวลชน พบว่ามีเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งผู้ประสบปัญหาในกรณีอื่นก็ให้รีบติดต่อเข้ามายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสำนักงาน กสทช. หมายเลขโทรศัพท์ 1200 เพื่อจะได้ช่วยเป็นคนกลางประสานเจรจากับผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนให้ด้วย

เอไอเอสยันปิดบิลเสริมตั้งแต่31พ.ค.

นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสได้ปิดบริการระบบเรียกเก็บค่าบริการเสริม ผ่านใบแจ้งหนี้ (ไดเร็ค แคร์ลิเออร์ บิลลิ่ง หรือ ดีซีบี) ซึ่งใช้ได้กับระบบแอนดรอยด์ไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้นกรณีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นใบเรียกเก็บที่มีค่าใช้จ่ายก่อนวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งหากมีกรณีบิลช็อกเกิดขึ้นก่อนปิดบริการนั้น เอไอเอส จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด

"เอไอเอส ยืนยันจะดูแลลูกค้า โดยยกเว้นค่าสินค้าและบริการดังกล่าวทั้งหมดให้แก่ลูกค้าทุกรายที่ใช้งานโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์” นายปรัธนา กล่าว

เอไอเอส.แม่สอดยกหนี้คุกกี้รัน6แสน

ส่วนที่ จ.ตาก วานนี้ (24 มิ.ย.) นางอัจฉรา ใจครัว ลูกจ้างร้านขายเครื่องดื่มแห่งหนึ่งบนถนนอินทรคีรี ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้รับใบแจ้งยอดค่าใช้บริการโทรศัพท์มือถือส่งมาถึงบ้าน โดยมียอดเรียกเก็บเงินจำนวน 596,398.51 บาท ได้ติดต่อไปที่ศูนย์บริการลูกค้าบริษัท เอไอเอส สาขาแม่สอด

โดยทางศูนย์ฯ เห็นว่า นางอัจฉรารู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงยกเลิกการชำระเงินจำนวนดังกล่าวให้แต่ต้องชำระค่าโทรศัพท์ตามเดิม จำนวน 614.46 บาท สร้างความดีใจและสบายใจ หลังได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ให้บริการ พร้อมทั้งระบุถึงสาเหตุว่า เกิดจากบุตรชายวัย 18 ปีที่ชื่นชอบเกมส์คุกกี้รัน

คิดว่าเสีย 2แสนบาทแค่ในเกม

ส่วนที่ จ.พิษณุโลก พบนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนพุทธชินราชพิทยาถูกเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากเกมส์คุกกี้รันกว่า 2 แสนบาท โดยนายนุกูล อ่ำอ่วม รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน พร้อมคณะเดินทางไปพบนักเรียนคนดังกล่าวที่บ้านพักหมู่ 7 ต.ปากโทก อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยคนในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าและออกมาต้อนรับ พร้อมกับเล่าถึงความเป็นมาของบิลดังกล่าว

ด.ช.ต้น (นามสมมุติ) กล่าวว่า ไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ไม่ทราบว่าจะต้องเสียเงิน และเข้าใจว่าเป็นการเสียเงินแค่ในเกมส์ที่เล่นเท่านั้น รู้สึกเสียใจมากที่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน และอยากฝากเพื่อนๆ ว่าอย่าเล่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มารดาของเด็กได้เดินทางไปที่บริษัทเอไอเอส สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า พิษณุโลก เพื่อทำเรื่องขอยกเลิกเบอร์โทรศัพท์มือถือที่ลูกชายใช้เล่นเกม

เพชรบุรียกยอดอีก1.6 แสน

ที่ จ.เพชรบุรี มีรายงานว่า มีเด็กชายวัย 8 ปี เล่นเกมคุกกี้รันบนโทรศัพท์มือถือจนถูกเรียกเก็บเงินค่าบริการประจำเดือน พ.ค.กว่า 1.6 แสนบาท โดยระบุเป็นค่าบริการ "ไลน์ คอร์เปอร์เรชัน" ในหมวดค่าสินค้าและบริการ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มารดาเด็กชายคนนี้ กล่าวว่า บริษัทเอไอเอส ได้ส่งเอสเอ็มเอสเข้ามาที่โทรศัพท์มือถือเพื่อแจ้งว่า ได้ยกเลิกการเรียกเก็บเงินค่าบริการดังกล่าวแล้ว

โปรเล่นคุกกี้รัน299บาท-จ่าย7หมื่น

วันเดียวกัน ที่ร้านเทเลวิซ สาขา จ.อุดรธานี มีลูกค้าที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือคนหนึ่งมาติดต่อสอบถามเรื่องการชำระค่าบริการประจำเดือน พ.ค. ที่มียอดเรียกเก็บสูงถึง 70,495 บาท โดยเป็นยอดชำระหมวดสินค้าและบริการ 49 ครั้งๆ ละ 1,432.45 บาท รวมเป็นเงิน 70,190.05 บาท ที่เหลือ 304.95 บาทเป็นค่าโทรศัพท์

ลูกค้ารายนี้แจ้งว่า เบอร์โทรศัพท์มือถือที่เกิดเรื่อง เป็นเบอร์ที่ซื้อให้ลูกใช้ ซึ่งเลือกโปรโมชันรายเดือน 299 บาท แต่มีบิลมาเรียกเก็บจากเป็นเงินกว่า 7 หมื่นบาท

นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็งคอร์ป จำกัด ในนาม เทเลวิซ สาขาอุดรธานี กล่าวภายหลังหารือกับบริษัทเอไอเอสว่า เอไอเอสจะพิจารณาเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น กรณีลูกค้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยต้องมีการตรวจสอบว่า เป็นความผิดพลาดจริงหรือไม่

"เบื้องต้นเอไอเอสคงจะรับผิดชอบความผิดพลาดในรอบบิลนี้ แต่หากเกิดขึ้นอีกในรอบบิลหน้า คงจะให้เจ้าของเบอร์มือถือรับผิดชอบเอง ทั้งนี้จะมีการแจ้งลูกค้าให้ทราบถึงการจะหยุดใช้การเรียกเก็บค่าบริการผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อทำการแก้ไขระบบก่อน" นายสวาท กล่าว