ทีโอทีเข้าขั้น'วิกฤติ'เสี่ยงขาดทุนพุ่ง8พันล้าน

ทีโอทีเข้าขั้น'วิกฤติ'เสี่ยงขาดทุนพุ่ง8พันล้าน

รัฐวิสาหกิจโทรคมส่อเค้าวิกฤติ "ทีโอที" หนักสุดประเมินปีนี้ขาดทุนพุ่ง 5 พันล้าน เหตุไร้รายได้สัมปทาน

รัฐวิสาหกิจโทรคมส่อเค้าวิกฤติ "ทีโอที" หนักสุดประเมินปีนี้ขาดทุนพุ่ง 5 พันล้าน เหตุไร้รายได้สัมปทาน แผนฟื้นฟูองค์กรไม่คืบ หลายโครงการถูกเบรก คสช.สั่งตรวจสอบหนัก ทั้งโครงการ 3จี โครงการยูเอสโอ ประเมินยาวถึงปี 2558 เสี่ยงขาดทุนทะลุ 8 พันล้าน ด้าน "กสท" ผลดำเนินงานโดยรวมยังดี อานิสงส์บริการสื่อสารข้อมูลมีแนวโน้มโตสูง เผยปีที่แล้ว รับรายได้ 3จีเอชเอสพีเอ กว่า 2.5 หมื่นล้าน

ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ประเมินผลข้อมูลสำคัญของรัฐวิสาหกิจไทย โดยประเมิน ทีโอทีอยู่ในระดับวิกฤติ และเสนอให้เร่งดำเนินการปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์ แผนงานในการกำหนดบทบาท เพื่อให้เกิดความชัดเจนในบทบาทการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาการดำเนินธุรกิจขณะที่ "กสท" อยู่ในข่ายต้องระมัดระวัง

นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า ผลประกอบการปี 2556 ที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิ รวมรายได้จากสัญญาสัมปทาน 4,128 ล้านบาท ลดลง 62% เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 10,874 ล้านบาท โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิปี 2556 ลดลง เกิดจากการด้อยค่าสินทรัพย์ตามสัญญาร่วมการงานเพิ่มขึ้น 87.9% คิดเป็นมูลค่า 14,728 ล้านบาท และกรณีไม่รวมรายได้จากสัญญาสัมปทานจะขาดทุน 13,993 ล้านบาท

โดยขาดทุนเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปี 2555 ทั้งนี้ปี 2556 ทีโอทีมีรายได้ 58,910 ล้านบาท ขณะที่ปี 2555 มีรายได้ 73,514 ล้านบาท

คาดปีนี้ขาดทุน 5 พันล้าน

สำหรับเป้าปี 2557 ทีโอทีตั้งเป้ารายได้ 31,744 ล้านบาท หรือโตจากปีก่อน 10% จากบริการ 3จี ที่คาดว่าจะมีรายได้ 2,992 ล้าน คิดเป็นจำนวน 2.6 ล้านราย และรายได้จากบริการเดิมโทรศัพท์ประจำปี บรอดแบนด์ และมัลติมีเดีย และรายได้เพิ่มอีกจำนวน 5,873 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ปีนี้คาดว่า ทีโอที จะขาดทุนประมาณ 5,000 ล้านบาท เนื่องจากมาตรา 84 วรรคสาม ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ทำให้ ทีโอที ไม่มีรายได้จากค่าสัมปทาน ที่เคยได้รับจาก บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ราวปีละ 22,000 ล้านบาท ซึ่ง ทีโอที ก็พยายามหารายได้ส่วนอื่น โดยเฉพาะการคาดหวังกับการลงทุนตามแผนฟื้นฟู ที่เน้นลงทุนในโครงการที่สามารถสร้างรายได้ในระยะยาว

หลายโครงการโดนตรวจสอบ

แต่จนถึงขณะนี้ 3 โครงการใหญ่ ยังต้องรออนุมัติจากครม.ประกอบด้วยโครงการบรอดแบนด์ความเร็วสูง มูลค่า 32,000 ล้านบาท โครงการลงทุนระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศรองรับบริการอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ มูลค่า 6,000 ล้านบาท และโครงการสร้างโครงข่ายอัจฉริยะ (เอ็นจีเอ็น) มูลค่า 2,800 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อโครงการเหล่านี้ถูกชะลอ มีแนวโน้มว่าผลประกอบปีนี้จะขาดทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปี 2558 มีการรายงานตัวเลขต่อบอร์ดทีโอทีว่าอาจขาดทุนสูงถึง 8,000 ล้านบาท เพราะโครงการพื้นฐานสาธารณะในพื้นที่ห่างไกล (ยูเอสโอ) ที่ทีโอทีได้งานประมูลจาก กสทช. แล้ว มูลค่า 3,800 ล้านบาท ถูกชะลอเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เช่นเดียวกับโครงการ 3จี ของ ทีโอที ที่ยังติดปัญหา และโดน คสช.ตรวจสอบด้วยเช่นกัน

บอร์ดเก่าแฉปัญหาหยั่งรากลึก

แหล่งข่าวจาก ทีโอที ระบุว่า จากที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ (บอร์ด) นั้น ปัญหาที่พบมากสุดและเป็นปัญหาใหญ่ของทีโอที คือ โดนฝ่ายการเมืองล้วงลูกการทำงาน การกำหนดนโยบายต่างๆ ซึ่งฝ่ายการเมืองได้สั่งผ่านคนของตัวเองที่เข้ามานั่งเป็นบอร์ด นอกจากนี้ ความร่วมมือของบอร์ดกับฝ่ายบริหาร และลงไปยังพนักงานทีโอทีไม่ราบรื่น ทำให้แต่ละโครงการกว่าจะตกลงกันได้ ล่าช้ากว่าคู่แข่ง

ส่วนความล้มเหลวโครงการ 3จี ทีโอที 5,320 สถานีฐานที่ลงทุนกว่า 15,999 ล้านบาท แต่กลับมีรายได้ราว 100 ล้านบาท เพราะผิดพลาดมาตั้งแต่กำหนดให้ทีโอทีต้องใช้เสาสถานีฐานรวมกับเอกชน พอตกลงกันเรื่อยๆ ไม่ได้ พอมาเปลี่ยนบอร์ด บอร์ดชุดใหม่มาก็ต้องการจะแก้แนวทางใหม่ สุดท้ายทีโอทีไม่ได้เดินไปไหนเลย การทำตลาดด้วยตัวเองนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ พนักงานรวมเป็นกลุ่มก้อน พอนายตัวเองไม่ได้คุม 3จี ก็ไม่ทำงานต่อให้

"ปัญหามันหยั่งรากลึกมาก ตั้งแต่ระบบวัฒนธรรมองค์กร คนทีโอทีสมัยนี้ไม่ได้รักองค์กร ทำงานเร็วๆ เลิกงานเร็วๆ กลับบ้านเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องทำอะไรให้กับองค์กรบ้าง มาเจอกับโลกที่มันเปิดให้เอกชนทำได้ทุกอย่างทุกบริการทุกธุรกิจ ทีโอทีก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เจอการเมืองที่ส่งคนของตัวเองมานั่งเป็นบอร์ดกอบโกยทุกอย่างที่ทำได้ องค์กรก็อยู่ไม่ไหว" แหล่งข่าวกล่าว

กสท รายได้เข้าเป้า ภาพรวมธุรกิจยังดี

ขณะที่ ทีโอที อยู่ในสภาวะวิกฤติ แต่รัฐวิสาหกิจ อย่าง "บมจ. กสท โทรคมนาคม" กลับมีผลดำเนินงานที่ไม่ย่ำแย่นัก โดยเฉพาะการรับรู้รายได้จากโครงการ 3จีเอชเอสพีเอ ที่ทำร่วมกับทรู และรายได้จากบริการด้านสื่อสารข้อมูลที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า บริษัทมีรายได้ปี 2556 อยู่ที่ 37,363 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือผ่านบริการบนสัญญาให้บริการโทรศัพท์รูปแบบใหม่ 3จีเอชเอสพีเอ ของบริษัท บีเอฟเคที (ประเทศไทย) กับกลุ่มทรูฯ ราว 25,000 ล้านบาท หรือ 62% ของรายได้ และอีก 38% หรือ 15,000 ล้านบาท มาจากรายได้ธุรกิจอื่นๆ ส่งผลให้ กสท มีกำไร 887 ล้านบาท ในขณะนี้แผนดำเนินงานดีขึ้นกว่าแผนฟื้นฟูถึง 2,694 ล้านบาท มาจากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น และรายได้จากตัวบีเอฟเคทีรับรู้รายได้มากขึ้น

ปัจจุบันรายได้เฉพาะจากธุรกิจที่ กสท ดำเนินการเองมาจากบริการสื่อสารข้อมูล (ดาต้าคอม) 45-50% คิดเป็นมูลค่าปีละ 5,700 ล้านบาท ธุรกิจโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ (ไอดีดี) 4,000 ล้านบาท หรือ 35% ธุรกิจโมบาย 20% คิดเป็น 2,000 ล้านบาท แผนธุรกิจในอนาคตจึงให้ความสำคัญกับดาต้าคอมมากที่สุด

โดยศักยภาพการสร้างรายได้และโอกาสการเติบโตของธุรกิจ กลุ่มบริการสื่อสารข้อมูล จะได้รับแรงผลักดันจากการเติบโตของธุรกิจอินเทอร์เน็ตเกตเวย์และวงจรสื่อสารข้อมูลในประเทศของกสท ซึ่งรองรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทั้งอินเทอร์เน็ต เซอร์วิส โปรวายเดอร์ และ โมบาย โอเปอเรเตอร์

ขณะที่ กสท พยายามเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงข่ายทุกรูปแบบ เช่น การเปลี่ยนผ่านระบบทีวีอนาล็อกเป็นดิจิทัล เปิดบริการใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มคอนเทนท์ โปรวายเดอร์ผ่านระบบดาวเทียมออกอากาศระบบดิจิทัล

ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 4 หมื่นล้าน

สำหรับปี 2557 กสท ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 46,000 ล้านบาท ไม่รวมรายได้จากสัมปทาน หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 9,000 ล้านบาท จากปี 2556 ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ 37,363 ล้านบาท มาจากธุรกิจ 3จีเอชเอสพี 25,000 ล้านบาท หรือ 60% ของรายได้รวม ส่วนรายได้จาก 3จีแบรนด์มาย ตั้งเป้ามีรายได้ 2,500 ล้านบาท จากการขายเลขหมายให้ได้ 7 แสนเลขหมายภายในปีนี้ ส่วนธุรกิจสื่อสารตั้งเป้ามีรายได้ 7,500 ล้านบาท, ธุรกิจไอที 677 ล้านบาท และ ธุรกิจโทรศัพท์ระหว่างประเทศ 3,600 ล้านบาท รวมถึงธุรกิจอื่นๆ อาทิ ค่าเช่าใช้โครงข่าย และดอกเบี้ย เป็นต้น โดยจะมีรายได้อีกราวกว่า 6,000 ล้านบาท

ยันสถานะการเงิน "ไม่วิกฤติ"

ส่วนแผนฟื้นฟูองค์กร เบื้องต้นบอร์ด กสท ได้พิจารณารายละเอียดตามแผนงานที่ฝ่ายบริหารเสนอต่อกระทรวงการคลัง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และ สำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ว่า สภาวะทางการเงินของ กสท ไม่ได้น่ากังวล หรือเข้าสู่ภาวะวิกฤติอย่างที่เข้าใจ เพราะว่า กสท ยังมีรายได้ที่สม่ำเสมอ และเป็นรายได้จากการดำเนินงานของตัวเอง คือ บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศ และบริการสื่อสารข้อมูล ซึ่งในแต่ละปีมีรายได้รวมกันมากกว่า 15,000 ล้านบาท