โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียใช่ว่าจะได้ผล

โฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียใช่ว่าจะได้ผล

บริษัททั่วโลกต่างเลือกช่องทางนี้ ในการทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและบริการแต่ผลที่ได้รับอาจไม่เป็นที่พอใจ

สื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย เป็นช่องทางที่กระจายข่าวสารได้รวดเร็วที่สุด ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเข้าถึงง่าย บริษัทหลายแห่งทั่วโลกต่างเลือกช่องทางนี้ ในการทำการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย และบริการ ทว่าผลที่ได้รับกลับมา อาจไม่เป็นที่น่าพอใจนัก บริษัทหลายแห่ง จึงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดเสียใหม่

รองประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ ของ ริตช์-คาร์ลตัน อัลลิสัน ซิตช์ เชนโรงแรมห้าดาวระดับโลก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทเคยต้องการเผยแพร่แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักผ่านเฟซบุ๊ค ทว่าไม่กี่วันต่อมา ผู้บริหารมีคำสั่งให้หยุดโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีผู้กดไลค์แฟนเพจมากเกินไป ซึ่งอาจสื่อสารข้อมูลบางอย่างให้คนจำนวนมากขนาดนั้นได้ไม่ทั่วถึง และแล้ว สิ่งที่บริษัทเคยคาดการณ์ไว้ก็เกิดขึ้นจริง ๆ จำนวนผู้กดไลค์แฟนเพจกว่า 498,000 คน ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจมากนัก จึงทำให้บริษัทปรับกลยุทธ์บางอย่างเสียใหม่

ผลสำรวจของแกลลอพ บริษัทสำรวจความเห็นสัญชาติอเมริกัน เผยว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย 62 %ไม่มีผลต่อการซื้อสินค้าและบริการ มีเพียง 30 %เท่านั้นที่ยอมรับว่า โฆษณามีผลบ้างเล็กน้อย และเพียง 5% เท่านั้น ที่ระบุว่า โฆษณามีอิทธพลอย่างมากต่อการเลือกซื้อสินค้า สอดคล้องกับรายงานของบริษัทนีลเสน โฮลดิงส์ เอ็นวี ที่ระบุว่า ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือโฆษณาในสื่อดั้งเดิมอย่าง สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายบิลบอร์ด และในโทรทัศน์ มากกว่าในสื่อสังคมออนไลน์

แกลลอพ ยังเปิดเผยอีกว่า ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ถูกยัดเยียดให้รับสื่อโฆษณามากเกินไป ส่วนการกำจัดสิ่งรบกวนในชีวิต ก็ง่ายเพียงกดกากบาททิ้ง นอกจากนี้ การหารายได้ทางใหม่ของผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการจ่ายเงินเพื่อลงโฆษณา ก็กลายเป็นอุปสรรคในการเผยแพร่โฆษณาเสียเอง โดยในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โฆษณาของบริษัทในสหรัฐ เข้าถึงผู้ใช้โซเชียลมีเดียเพียง 6% ลดลงจาก 16 %เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2555

นโยบายใหม่นี้ ยังส่งผลกระทบถึงธุรกิจขนาดรองลงมา อย่าง "อินเดียน โร้ด คาเฟ่" ในนครนิวยอร์ค โดยบริษัทลงทุนกว่า 5,000 ดอลลาร์ หรือราว 162,000 บาท ในแต่ละปี เพื่อเป็นค่าโฆษณาในเฟซบุ๊ค แม้จะมีผู้กดไลค์แฟนเพจกว่า 13,000 คน แต่กลับมีผู้เห็นโพสต์ของทางร้านเพียง 300 ถึง 400 คนเท่านั้น ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ค กลับทำกำไรมากขึ้นกว่า 72%

โฆษกของสื่อสังคมออนไลน์ชื่อดัง อย่าง เฟซบุ๊ค ออกมาตอบโต้ว่า บริษัทต่างๆต้องปรับแนวคิดการทำธุรกิจเสียใหม่ และควรเห็นความสำคัญของผู้กดไลค์ในเพจ หรือ ลูกเพจ มากกว่าประโยชน์ทางธุรกิจ

ด้านรองประธานอาวุโสด้านสื่อดิจิตอลของ "เอ็นบีเอ" ลีกบาสเก็ตบอลอาชีพชื่อดังของสหรัฐ เมลิซา โรเซนธัล เบรนเนอร์ กล่าวว่า สิ่งที่เอ็นบีเอ ให้ความสนใจมากกว่ายอดกดไลค์ในเฟซบุ๊ค คือสิ่งที่คนในสื่อสังคมออนไลน์พูดถึง เกี่ยวกับการแข่งขันและโฆษณาขณะถ่ายทอดสด