'ประสงค์'ลั่นอย่าใส่ใจ'อียู-มะกัน'แค่ขู่คว่ำบาตร

'ประสงค์'ลั่นอย่าใส่ใจ'อียู-มะกัน'แค่ขู่คว่ำบาตร

"เกียรติ"แนะกต.เร่งแจงทำความเข้าใจ"อียู-อเมริกา"หลังไทยถูกแบน ขณะที่"น.ต.ประสงค์"อย่าใส่ใจเพียงแค่ขู่คว่ำบาตร

นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตผู้แทนการค้าไทย กล่าวถึงท่าทีของสหภาพยุโรป(อียู) ต่อประเทศไทยภายหลังมีเหตุรัฐประหาร โดยอียูจะดำเนินการทบทวนความสัมพันธ์กับประเทศไทย ว่า ไม่แปลกใจ อยู่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลชุดใหม่จะทำความเข้าใจได้มากแค่ไหน เชื่อว่าถ้าอธิบาย พร้อมนำหลักฐานไปแสดงก็จะทำให้เกิดความเข้าใจได้ เป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศของไทยต้องเร่งอธิบายเหตุผลว่ามีการดำเนินการเพราะอะไรและระหว่างนี้จะดำเนินการอะไรบ้างเพื่อให้ประชาธิปไตยดีขึ้น ทั้งนี้ในแถลงการณ์ของอียูยังมีส่วนดีและเป็นบวกที่มีการพูดถึงการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและความร่วมมือของทุกฝ่าย แสดงให้เห็นว่าเขาเข้าใจการเลือกตั้งในอดีตที่มีปัญหาไม่เห็นประชาธิปไตยและถือเป็นการสะท้อนความเข้าใจได้เรื่องหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่คสช. ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง

ทั้งนี้ได้สื่อสารกับผู้แทนของอียูหรือสหรัฐอเมริกาโดยพยายามให้เขาพิจารณาดูว่าท่าทีที่แสดงออกมาเหมาะสมกับไทยหรือไม่ เมื่อเทียบกับประเทศใกล้เคียง เช่นอียิปต์ ที่สหรัฐอมเริกาและอียูมีท่าทีโดยระบุว่าทหารเข้ามาเพื่อปกป้องประชาธิปไตย แต่กับประเทศไทยไม่ได้มีท่าทีแบบนี้ ทั้งที่มีลักษณะคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นฝ่ายเดียว รัฐบาลจากการเลือกตั้งมีปัญหา ซึ่งนักธุรกิจของเขาที่อยู่ในไทยก็เข้าใจสถานการณ์ไทยมากกว่ารัฐบาลเขา และน่าจะได้สะท้อนกลับไปบ้าง

ด้านน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกระทรวงการต่างประเทศจะต้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับนานาชาติถึงกระบวนการดำเนินการที่จะกลับไปสู่การเลือกตั้งและเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ขณะเดียวกันเห็นว่าไม่ควรไปใส่ใจกับท่าทีที่เกิดขึ้นของทั้งอียู และสหรัฐอเมริกาที่มีแถลงออกมามากนัก เพราะเชื่อว่าขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะมีมาตรการคว่าบาตรกับไทย และเชื่อว่าน่าจะเป็นเพียงการข่มขู่มากกว่า เนื่องจากไทยยังมีผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับประเทศเหล่านี้