ปตท.จับตาอิรักหวั่นกระทบราคาน้ำมัน

ปตท.จับตาอิรักหวั่นกระทบราคาน้ำมัน

"ไพรินทร์" จับตาสถานการณ์อิรัก หวั่นยืดเยื้อกระทบราคาน้ำมันในประเทศปรับขึ้น

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในอิรักเริ่มยืดเยื้อ และมีลักษณะคล้ายกับสงครามตัวแทน ทำให้กังวลว่าหากความรุนแรงขยายตัวมากขึ้นจะยิ่งสร้างแรงกดดันต่อประเทศอื่น เพราะแม้ว่าอิรักจะส่งน้ำมันดิบระดับปานกลาง แต่ความไม่สงบเกิดขึ้นในเขตทะเลแดงใกล้ซาอุดีอาระเบียและอิหร่านเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันในกลุ่มโอเปกอันดับ 1 และ 2 จึงกังวลว่าผลกระทบจะขยายวงกว้างมากขึ้น

นอกจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ในยูเครนและรัสเซีย หลังรัสเซียปิดท่อส่งก๊าซยูเครน ซึ่งยังโชคดีที่อยู่ในช่วงฤดูร้อน ทำให้ความจำเป็นใช้ก๊าซมีไม่มาก แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกจนไปถึงฤดูหนาวจะทำให้ความวิตกกังวลเพิ่มขึ้น

ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ตลาดดูไบขยับสูงขึ้นอยู่ที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสูงขึ้นจากช่วงก่อนที่อยู่ระดับ 103 - 105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลต่อน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงานยังได้รับปัจจัยบวกจากการที่ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ราคาลดลงเหลือ 12-13 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู จากเดิมในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ที่ราคาอยู่ที่ 18-19 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เพราะมีข่าวดีที่สหรัฐพบเชลล์แก๊ส และเชลล์ออยล์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน นายไพรินทร์ กล่าวว่า ถือเป็นแนวคิดที่ดี เพราะที่ผ่านมามีการบิดเบือนกลไกราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง การปรับโครงสร้างทำให้การบิดเบือนด้านราคาหมดไป แต่ประชาชนต้องยอมรับเมื่อมีการปฏิรูปราคาพลังงานมีทั้งได้และเสียต่างจากการทำประชานิยมที่มีการอุดหนุนราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้ใช้พลังงานอย่างไม่รู้คุณค่า

ส่วนการจะยกเลิกกองทุนน้ำมันเชื้องเพลิงหรือไม่ มองว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งขึ้นมาเพื่อลดความผันผวนของราคาน้ำมัน แต่มีการนำเงินไปอุดหนุนราคาน้ำมันข้ามประเภท ซึ่งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเครื่องมือทางการเงิน จึงเสนอให้ตั้งคลังสำรองน้ำมันทางยุทธ์ศาสตร์จะเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ป้องกันปัญหาการขาดแคลนได้ตรงจุด