กสร.เร่งทำ'คู่มือนายจ้าง'ดูแลต่างด้าวอย่างเท่าเทียม

กสร.เร่งทำ'คู่มือนายจ้าง'ดูแลต่างด้าวอย่างเท่าเทียม

กสร.เร่งทำ'คู่มือนายจ้าง' ดูแลต่างด้าวอย่างเท่าเทียม สนใจคู่มือดังกล่าว โทรสายด่วน 1546

การนำแรงงานต่างด้าวมาทำงานในประเทศไทยอย่างหลบๆ ซ่อนๆ นั้นได้ก่อให้เกิดปัญหาค้ามนุษย์ และอาจเปิดช่องนำไปสู่ข้ออ้างในการกีดกันทางการค้าจากประเทศมหาอำนาจซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกโดยตรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประมงต่อเนื่องไปถึงกิจการอาหารทะเล

จากปัญหาดังกล่าวภาครัฐได้จัดระบบการนำเข้าแรงงานต่างด้าว โดยมีกระทรวงแรงงานเป็นเจ้าภาพ มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม การตรวจสุขภาพ การประกันสุขภาพ การพิสูจน์สัญชาติ

โดยล่าสุดได้ยกระดับการคุ้มครองแรงงานต่างด้าวให้เท่าเทียมกับแรงงานไทย เพื่อป้องกันการถูกกล่าวหาว่าประเทศไทยมีการค้ามนุษย์และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ

นายพานิช จิตร์แจ้ง อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) บอกว่า แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยมักจะถูกละเลย ถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ และไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการด้านต่างๆ ได้เท่ากับแรงงานไทย

โดยส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาในเรื่องของสถานภาพทางกฎหมาย ความไม่เข้าใจในกฎหมาย การถูกโกงค่าแรง การมีระยะเวลาการทำงานมากกว่าที่กฎหมายแรงงานของไทยกำหนด ตลอดจนการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อแรงงานต่างด้าว และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมไทยตามมา

“จริงๆ แล้ว แรงงานต่างด้าวควรจะได้รับสิทธิในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง และในฐานะเป็นผู้ใช้แรงงานคนหนึ่ง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการที่แรงงานต่างด้าวยังไม่รับรู้ และไม่เข้าใจในสิทธิที่ตนเองพึงมีและได้รับตามที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนปัญหาในเรื่องของการสื่อสาร การทำความเข้าใจกันระหว่างเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับตัวแรงงาน” อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าว

ปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิของแรงงานต่างด้าว เกิดการเอารัดเอาเปรียบ เกิดปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งหากไม่ได้รับการแก้ไขจะทำให้เกิดผลกระทบในเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงาน สิทธิมนุษยชน จนเป็นประเด็นที่ประเทศมหาอำนาจอาจจะหยิบยกมาเพื่อกีดกันทางการค้ากับการส่งสินค้าของประเทศไทยตามมาได้

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงได้กำหนดนโยบาย และประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างด้าวมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งการให้ความรู้กับนายจ้าง ในการดูแลสิทธิแรงงานต่างด้าวอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีในการให้นายจ้างปฏิบัติต่อแรงงานต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ด้วยเหตุนี้ กสร.จึงได้จัดทำ “คู่มือความรู้สำหรับนายจ้างในการดูแลสิทธิแรงงานต่างด้าวเกี่ยวกับการป้องกันการค้ามนุษย์และการคุ้มครองสิทธิแรงงาน” ขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนการจัดพิมพ์จากเงินกองทุนเพื่อการส่งคนต่างด้าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักร กรมการจัดหางาน เพื่อมอบให้กับนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวเข้าทำงานได้มีความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแลสิทธิแรงงานต่างด้าวอย่างเป็นธรรม เป็นการป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงานต่างด้าว การบังคับใช้แรงงาน และการค้ามนุษย์ด้านแรงงานได้

คู่มือดังกล่าว จะมีข้อแนะนำในด้านต่างๆ ตั้งแต่เรื่องการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ หมายความว่า การข่มขืนใจให้ทำงานหรือให้บริการ ซึ่งหากมีการซื้อขาย จำหน่าย รับไว้ หน่วงเหนี่ยว กักขังบุคคลใดโดยใช้กำลังบังคับ ข่มขู่ หลอกลวง หรือด้วยวิธีการอื่นใดจนกระทั่งบุคคลนั้นจำต้องยอมรับสภาพการทำงานให้แก่นายจ้าง ย่อมถือได้ว่าเป็นการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ซึ่งการให้ข้อมูล ความรู้กับนายจ้างจะได้เป็นหนทางหนึ่งในการป้องกันการค้ามนุษย์

ส่วนในกรณีจ้างงานนั้น คู่มือนายจ้างจะพูดถึง การจ้างงานที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 และพฤติการณ์เสี่ยงต่อการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เช่น การให้ลูกจ้างทำงานเกินชั่วโมงการทำงานที่กฎหมายกำหนด การให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุดโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง การให้ลูกจ้างทำงานโดยไม่จัดเวลาพักระหว่างการทำงานให้ลูกจ้าง การให้ลูกจ้างทำงานโดยไม่จัดวันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้าง

สำหรับข้อห้ามในการจ้างงาน คือ ห้ามจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เป็นลูกจ้าง ยกเว้นเด็กอายุตั้งแต่ 13 ปีบริบูรณ์ในงานเกษตรกรรมที่ไม่ทำตลอดทั้งปี และให้หมายความรวมถึง ห้ามจ้างเด็ก อายุ 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี ทำงานในลักษณะงานหรือสถานที่ที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานห้าม

รวมทั้ง ห้ามหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด หรือค่าล่วงเวลาในวันหยุด โดยเฉพาะนายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวทำงาน ห้ามผูกพันด้วยภาระหนี้สิน โดยต้องทำงานเพื่อชดใช้หนี้สินนั้น

ห้ามการกักขัง หน่วงเหนี่ยว หรือการจองจำ ห้ามใช้กำลังบังคับ และการคุกคามเสรีภาพหรือข่มขู่ว่าจะทำร้ายบุคคลในครอบครัว ห้ามยึดเอกสารประจำตัว เช่น หนังสือเดินทาง หรือใบอนุญาตทำงาน

ทั้งนี้นายจ้างที่สนใจรับคู่มือนายจ้าง สามารถติดต่อได้ที่การติดต่อขอรับคู่มือได้ที่ กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ กสร. โทร 02-245-9133 หรือโทรสายด่วน 1546

อย่างไรก็ดีในการแก้ไขปัญหาแรงงานและการค้ามนุษย์นั้น ก่อนหน้านี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (ผู้ช่วย ผบ.ทบ.) ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ารับฟังยุทธศาสตร์กระทรวงแรงงาน จำนวน 4 ข้อ เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2557 ที่ผ่านมา เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ได้แก่ 1.การแก้ไขภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเรื่องการถูกสหรัฐจัดอันดับเป็นประเทศเฝ้าระวัง ด้านการค้ามนุษย์

2.การเฝ้าระวังสถานการณ์การจ้างงานและเลิกจ้างซึ่งภายใน 6 เดือนข้างหน้า หากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวคาดว่าจะมีแรงงานถูกเลิกจ้างจำนวนมาก รวมทั้ง ขอให้เร่งฟื้นฟูธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรม ซึ่งจะช่วยให้ประเทศมีรายได้และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น

3.การขยายเวลาให้แรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายหลายแสนคนที่ทำงานในประเทศไทยครบ 4 ปี สามารถทำงานในไทยต่อไปได้ และ4.การพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2558 ซึ่งคณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้คงค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ไว้ 2 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2558 ควรจะมีการทบทวนหรือไม่

นับเป็นนิมิตหมายที่ดีว่า นอกจากแรงงานไทยจะได้รับการคุ้มครองดูแลในระดับที่ไม่อายใครในระดับนานาประเทศแล้ว ในส่วนของแรงงานต่างด้าว ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้านก็จะได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกันด้วยเช่นกัน