'มีชัย'ไขปม เลือกตั้ง2ก.พ.'โมฆะ'

'มีชัย'ไขปม เลือกตั้ง2ก.พ.'โมฆะ'

"มีชัย"โพสต์ไขปมเลือกตั้ง 2 ก.พ. "โมฆะ" อ้างรธน.มาตรา 108 กำหนดให้เลือกตั้งวันเดียว เสียดาย กกต.พลาดท่าต้องรับผิดชอบ-รัฐบาลลอยตัว

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ นักกฎหมายชั้นนำของสังคมไทย ตอบคำถามในเว็บไซต์www.meechaithailand.com เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ในคำถามของปกรณ์ว่า การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะด้วยเหตุปัจจัยอะไรบ้างครับว่า เรียน อ.มีชัย ครับ ได้อ่านบทความล่าสุดของอาจารย์เรื่อง "เราควรจะออกไปเลือกตั้งหรือไม่" มีอยู่ตอนหนึ่งอาจารย์เขียนว่าการเลือกตั้งมีโอกาสเป็นโมฆะหากไม่จัดวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร อยากขอให้อาจารย์ขยายความตรงส่วนนี้ด้วยครับ เพราะการเลือกตั้งเที่ยวนี้อาจจัดวันเดียวกันไม่ได้พร้อมกันทั่วราชอาณาจักร เพราะมีบางเขตยังสมัครไม่ได้ อย่างนี้จะเข้าข่ายโมฆะหรือไม่ครับ ด้วยความเคารพครับ

โดยนายมีชัยให้คำตอบว่า การที่รัฐธรรมนูญ ม. ๑๐๘ กำหนดให้ต้องกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ก็เพราะต้องการให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในระหว่างพรรคการเมือง ผู้สมัคร และเสียหายต่อการใช้สิทธิลงคะแนนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งที่ทำกระปริบกระปรอย ส่งผลต่อการลงคะแนนอย่างมาก เพราะธรรมชาติของมนุษย์ ถ้ารู้ว่าใครแพ้หรือชนะ ก็มักจะถูกครอบงำโดยผลแพ้ชนะนั้น สุดแต่ว่าจะชอบเข้าข้างคนชนะ หรือขี้สงสารคนแพ้ ยิ่งถ้าได้คะแนนใกล้เคียงกัน ก็หมิ่นเหม่ต่อการทุจริตเพื่อเอาชนะกันได้ง่าย ในขณะนี้ปรากฏชัดเจนว่ามีเขตเลือกตั้งถึง ๒๗ เขต ที่สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ (ไม่ใช่ไม่มีคนสมัคร) การเลือกตั้งจึงไม่อาจทำได้ในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าการที่ไม่อาจจัดให้มีการเลือกตั้งได้ใน ๒๗ เขต ถ้าไปจัดให้มีการเลือกตั้งในภายหลัง (หลังจากที่มีการเลือกตั้งเขตอื่น ๆ ไปแล้ว) จะถือว่าเป็นการค่อย ๆ เลือกไป หรือเป็นการเลือกซ่อม ถ้าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นการค่อยๆ เลือกไป ก็จะเข้าข่ายต้องห้ามคือ ไม่ได้ทำในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร แต่ถ้าถือว่าเป็นการเลือกซ่อม ทำนองเดียวกับการเลือกซ่อมเมื่อมีการให้ใบเหลืองใบแดง ก็อาจไม่เข้าข่าย ต้องห้าม จึงขึ้นอยู่กับการนำเสนอข้อเท็จจริงและข้อโต้แย้งต่อศาล ในเรื่องนี้ดูเหมือน กกต.เองก็ไม่แน่ใจอยู่ เพราะมีข่าวออกมาว่า กกต.เกรงว่าจะถูกฟ้องให้เป็นโมฆะ เพราะไม่ได้จัดให้มีขึ้นในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ซึ่งในเรื่องนี้ กกต.ออกจะไม่รอบคอบ เพราะทางที่ถูก กกต.ในฐานะผู้รับผิดชอบในการจัดให้มีการเลือกตั้งให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ กกต.ควรต้องพิจารณาประเด็นนี้ให้เป็นที่ยุติในหมู่ของ กกต. เสียก่อน ถ้า กกต.เห็นว่าถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแล้ว จะเดินหน้าต่อไปตามใจรัฐบาลก็เดินหน้าไปได้ แต่ถ้า กกต.เองก็เห็นว่าการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ถูกต้องตามรัธฐธรรมนูญ หัวเด็ดตีนขาด กกต.ก็จัดให้มีการเลือกตั้งต่อไปไม่ได้ ไม่ว่ารัฐบาลจะว่าอย่างไร ต้องการอย่างไร ก็ไม่มีอำนาจที่จะบังคับให้ กกต.ทำในสิ่งที่ กกต.เห็นว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ถ้ารัฐบาลยืนยันให้ กกต.เดินหน้า และ กกต.ไม่อาจเดินหน้าได้ ก็อาจถือเป็นกรณีขัดแย้งกันที่จะสามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ถ้าทำได้เช่นนี้ กกต.ก็จะปลอดภัย แต่น่าเสียดาย ที่ กกต.ไม่ได้ทำเช่นนั้น ดังนั้น ถ้าภายหลังศาลวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กกต.ก็อาจพลอยต้องไปรับผิดชอบในผลนั้น ส่วนรัฐบาลน่ะ ถึงตอนนั้นท่านก็คงปฏิเสธว่าท่านมิได้เป็นคนจัดการเลือกตั้ง ท่านมีแต่ความอยากให้มีการเลือกตั้งตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา