ดีเอสไอเบิกความออกหมายจับแกนนำกปปส.

ดีเอสไอเบิกความออกหมายจับแกนนำกปปส.

"ดีเอสไอ"พาตำรวจ-กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เข้าเบิกความขอออกหมายจับ 19 แกนนำกปปส.

ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอออกหมายจับ กรณีที่พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมคณะ ที่ได้ยื่นคำร้องเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับแกนนำกปปส. จำนวน 19 ราย ประกอบด้วย 1.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 2.นายสาธิต วงศ์หนองเตย 3.นายชุมพล จุลใส 4.นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ 5.นายอิสระ สมชัย 6.นายวิทยา แก้วภราดัย 7.นายถาวร เสนเนียม 8.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ 9.นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ 10.น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก 11.นายนิติธร ล้ำเหลือ 12.นายอุทัย ยอดมณี 13.เรือตรีแซมดิน เลิศบุศย์ 14.พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ 15.นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ 16.นายกิตติชัย ใสสะอาด 17 นายสำราญ รอดเพชร 18 นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม และ 19นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ในข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา11 (1) และมาตรา 12

โดย พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า ในวันนี้ฝ่ายดีเอสไอได้เตรียมพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และเจ้าหน้าที่ประจำจุดหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าต่างๆ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ที่ถูกกลุ่มกปปส.ปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งรวมจำนวน 19 ปาก มาเบิกความประกอบกับพยานเอกสารหลักฐานจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่าวันนี้ศาลอาจจะยังไม่มีคำสั่ง เนื่องจากต้องไต่สวนพยานให้เสร็จสิ้นก่อน

โดยในวันนี้ พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ ปานสาคร รองผบช.น. ขึ้นเบิกความต่อศาลเป็นปากแรก ตามด้วย พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.ฝอ.8 บก.อก. บช.น. และรองผกก.สส. ของสถานีตำรวจพื้นที่ต่างๆที่มีปัญหาถูกกลุ่มผู้ชุมนุมไปปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้า อาทิ พ.ต.ท.จารุภัทร ทองโกมล รอง ผกก.สส.สน.ดุสิต และพ.ต.ท.อดิศักดิ์ บุญโทแสง รองผกก.สส.สน.ธรรมศาลา ฯลฯ โดยเบิกความเพื่อชี้ให้ศาลเห็นถึงพฤติกรรมของแกนนำ กปปส. ทั้ง 19 ราย ว่ามีพฤติกรรมขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างไรบ้าง และกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อย่างไรบ้าง โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนของศาล

ด้าน พล.ต.ต.ขจรศักดิ์ เปิดเผยว่า ในวันนี้มีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยประจำหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าตามเขตต่างๆ เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา เพื่อชี้ให้ศาลเห็นถึงการกระทำของกลุ่ม กปปส. ว่ามีการผิด พรก.ฉุกเฉินอย่างไร ส่วนกรณีที่ศาลได้ออกหมายจับ นายสุเทพ พร้อมพวกในข้อหากบฏก่อนหน้านี้ มีความแตกต่างกับการขอหมายจับในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นกฎหมายพิเศษที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทันที 7 วัน โดยที่ทนายความไม่สามารถยื่นคำร้องขอประกันตัวได้ และหากสถานการณ์ยังไม่สงบก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายระยะเวลาควบคุมตัวเพิ่มได้อีก ส่วนสถานที่ในการควบคุมตัวผู้ต้องหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น จะไม่สามารถคุมตัวที่ สน. หรือกรมราชทัณฑ์ได้ ซึ่งจะควบคุมผู้ต้องหาตามสถานที่ที่มาตรการกำหนดไว้ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาทิ กองบัญชาการตำรวจตะเวนชายแดนภาค1 จ.ปทุมธานี โดยในช่วงเช้านี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นเบิกความแล้วทั้งหมด 10 ปาก ส่วนช่วงบ่ายจะมีพยานขึ้นเบิกความอีก 9 ปาก ส่วนศาลจะมีคำสั่งในวันนี้เลยหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล

อย่างไรก็ตามนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของกลุ่มกปปส. เดินทางมาที่ศาลอาญา เพื่อยื่นคำร้องขอคัดค้านการออกหมายจับ พร้อมเปิดเผยว่า ในวันนี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อคัดค้านการขอออกหมายจับของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ โดยเตรียมพยานบุคคลสำรองไว้แล้ว หากศาลเรียกให้ไต่สวนด้วยตนก็พร้อมจะนำพยานขึ้นเบิกความเพื่อไต่สวนทันที