'อรรถวิชช์'เตือน'กิตติรัตน์'ลักไก่กู้ระวังคุก

'อรรถวิชช์'เตือน'กิตติรัตน์'ลักไก่กู้ระวังคุก

"อรรถวิชช์"นำจดหมาย"ชูเกียรติ"อ้างเป็นความเห็น"คกก.กฤษฎีกา" ไฟเขียวรัฐบาลกู้เงิน"จำนำข้าว" เตือน"กิตติรัตน์"ลักไก่ ตบตาแบงก์ ระวัง"คุก"

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี โฆษกคณะรัฐมนตรี ( ครม.เงา) พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า รัฐบาลลักไก่อ้างความเห็นของเลขาธิการกฤษฎีกาว่า เป็นความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งมีความแตกต่างกัน เนื่องจากความเห็นของเลขาธิการกฤษฎีกา ไม่ได้ผูกพันหน่วยงานรัฐให้ต้องถือเป็นแนวปฏิบัติ ทำให้ไม่มีธนาคารแห่งไหนเสนอการประมูลพันธบัตรของรัฐบาล เนื่องจากไม่มีใครกล้าออกเงินกู้ให้รัฐบาลเพราะผิดกฎหมาย

โฆษกครม.เงา กล่าวว่า รัฐบาลไม่สามารถกู้เงินเพิ่มได้อีก เนื่องจากได้ใช้เงินเกินกรอบ 5 แสนล้านบาทไปแล้ว โดยไม่ยอมระบายข้าวในโกดัง และมีการทำหนังสือถามไปยังคณะกรรมารการเลือกตั้ง (กกต.)เพื่อขออนุมัติกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาท แต่ไม่ใช่อำนาจของกกต.จึงไม่รับเรื่องไว้พิจารณา ทั้งที่รัฐบาลมรู้อยู่แล้วว่ากกต.ไม่มีอำนาจ จึงเป็นการโยนเผือกร้อนให้กกต. แต่ก็หาเงินมาไม่ได้จึงเกิดการผิดนัดชาวนาครั้งแรกในวันที่ 15 ม.ค.2557 ต่อมาพยายามที่จะนำสภาพคล่องของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปจ่ายชาวนา 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรรายอื่น ไม่สามารถขอสินเชื่อได้

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า จากนั้นมีความพยายามไปขอสินเชื่อจากธนาคารออมสิน แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีการผิดนัดชำระหนี้ให้ชาวนาอีกครั้ง ในวันที่ 30 ม.ค.2557 เมื่อมีปัญหาในข้อกฎหมาย รัฐบาลจึงลักไก่ใช้ความเห็นของเลขาธิการกฤษฎีกามาอ้าง ว่าเป็นความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้สถาบันการเงินกล้าที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับรัฐบาลเพื่อมาข่ายค่าข้าวให้ชาวนา โดยหนังสือดังกล่าวเลขาธิการกฤษฎีกาส่งถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง

โฆษกครม.เงา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเอกสารที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะว่า มีความเห็นกฤษฎีกาว่าสามารถกู้เงินได้ 1.3 แสนล้านบาท แต่เตือนว่า กกต.ให้ความเห็นว่าการเปลี่ยนแปลง การกู้ยืมเงินโดยการปรับลดเงินกู้รัฐวิสาหกิจอื่นมาให้กับ ธ.ก.ส. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความรับผิดชอบของ ครม. ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181(3) แต่นายกิตติรัตน์ กลับให้ดำเนินการตามความเห็นของเลขาธิการกฤษฎีกา

"เอกสารชิ้นนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญ ที่จะทำให้นายกิตติรัตน์ติดคุก หากมีการกู้เงินโดยผิดกฎหมาย นายกิตติรัตน์ เป็นคนแรกที่ต้องรับผิดชอบ รวมทั้งรัฐบาลชุดนี้ด้วย เพราะเป็นการสร้างภาระผูกพันให้กับรัฐบาลใหม่ ทั้งนี้ขอให้รัฐบาลประกาศประมูลขายข้าวในโกดังอย่างเร่งด่วน ซึ่งจะทำให้ชาวนาได้เงินเร็วกว่าการไปขอกู้ รัฐบาลควรเลิกซื้อเวลาได้แล้ว เพราะไม่มีทางได้เงินกู้ก่อนวันที่ 2 ก.พ.2557 จึงต้องเปิดพรมออกแล้วดูว่าของใต้พรม คือ ข้าวในโกดังเป็นอย่างไร เพื่อเปิดประมูลอย่างโปร่งใส โดยจะทำให้ได้เงินเร็ว ได้เงินทันที เลิกถ่วงเวลาอุ้มคนทุจริตโครงการจำนำข้าว รัฐบาลต้องเจ็บ เปิดโกดังอย่าเอาของดีปนของเลว เพราะในขณะนี้มีการระบายข้าวได้ไม่เกิน 200 ล้านบาท แต่ติดหนี้ชาวนา 1.3 แสนล้านบาท จึงต้องเปิดประมูลทั่วไปแต่กระทรวงพาณิชย์ไม่กล้าเพราะจำนวนที่ระบุกับของจริงที่มีอยู่ในโกดังไม่ตรงกัน หากเปิดข้อมูลออกมาก็จะต้องมีคนติดคุกแน่นอน"นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ชาวนาไม่ได้เงินจำนำข้าวก่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 แน่นอนแล้ว เพราะไม่มีสถาบันการเงินใดกล้าปล่อย เนื่องจากผิดกฎหมายจึงเกรงว่าจะถูกดำเนินคดี ถึงเวลากระทรวงพาณิชย์เปิดโกดังปรับคุณภาพข้าวใหม่เพื่อหาเงินมาจ่ายให้ชาวนาได้แล้วร้อยละ 3.5 ต่อปี หากมีการกู้โดยเสียดอกเบี้ยสูงกว่านี้ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด ทั้งนี้ได้ข่าวว่าธนาคารทหารไทยจะเสนอการประมูลพันธบัตรของรัฐบาลในสัปดาห์หน้า ซึ่งดอกเบี้ยปกติจะอยู่ที่ร้อยละ หากมีการก่อหนี้ขึ้นจริงจะทำให้ความผิดสำเร็จแล้ว ก็จะดำเนินคดีทันทีโดยร้องต่อ กกต.ว่ามีการทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 181(3) และ (4) รวมทั้งร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพราะมีการกระทำขัดรัฐธรรมนูญ และจะดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 เพราะเป็นการทุจริตในหน้าที่"นายอรรถวิชช์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถวิชช์ได้นำเอกสารความเห็นของนายชูเกียรติ รัตนชัยชาญ เลขาธิการกฤษฎีกา ที่ระบุว่า รัฐบาลกู้เงินมาใช้ในโครงการจำนำข้าวเพื่อจ่ายเงินให้ชาวนามาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลอ้างความเห็นของเลขาธิการกฤษฎีกา