ตลาดผันผวนรายย่อยหยุดเทรด

ตลาดผันผวนรายย่อยหยุดเทรด

ตลาดเผยสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยฮวบ เหลือ 45% หลังตลาดผันผวน นักลงทุนไม่เชื่อมั่น จึงไม่กล้าซื้อขายหุ้น เตรียมลุยขยายฐานนักลงทุนตจว.

นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนรายบุคคล มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา นักลงทุนรายบุคคลมีสัดส่วนการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเหลือ 45% จากปีก่อนอยู่ที่ 57% เป็นผลมาจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นตลาดทุนลดลง หลังจากดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่สงบ

"ปัจจุบันสัดส่วนการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของนักลงทุนรายบุคคลปรับตัวลงเหลือ 45% มีทิศทางเดียวกับปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 30,000 ล้านบาท เหตุผลหลักมาจากการปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาต่อเนื่อง รวมไปถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ยังคงมีไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนหยุดการลงทุน แต่ส่วนนักลงทุนกลุ่มอื่นๆ ยังคงปกติ นักลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนการซื้อขาย 32 % นักลงทุนสถาบันในประเทศมีสัดส่วน 10% และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์มีสัดส่วนที่ 13%"

นางเกศรา กล่าวต่อว่า การปรับตัวลดลงของนักลงทุนรายบุคคลอาจเป็นเรื่องดี หากเป็นรายที่เน้นการลงทุนระยะสั้น หยุดการซื้อขาย เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวน แต่นักลงทุนระยะยาว การเกิดวิกฤติถือว่าเป็นโอกาส ที่จะลงทุนเพื่อได้ผลตอบแทนที่สวนสถานการณ์ของตลาดทุน

"ในช่วง 1-2 เดือนนี้ยอมรับว่า ประเมินได้ยากมาก แม้ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงมาต่อเนื่อง แต่ในทางกลับกันแสดงให้เห็นว่า ตลาดหุ้นไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะในช่วงที่มีสถานการณ์ที่เป็นวิกฤติมากๆ แต่ดัชนีหุ้นไม่ได้ร่วงลงไปแรงเหมือนที่กังวล ส่วนนักลงทุนต่างชาติช่วงนี้ เห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงก็หลีกเลี่ยงไปลงทุนในตลาดอื่น เชื่อว่าหากทุกอย่างคลี่คลาย ดัชนีหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาจนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ จะทำให้ตลาดหุ้นไทยจะกลับมาเป็นที่น่าสนใจอีกครั้ง"นางเกศรา กล่าว

สำหรับแผนการขยายฐานนักลงทุนหลังจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ ได้ปรับแผนใหม่ทั้งหมด โดยตั้งเป้าจะมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ปีนี้เพิ่มขึ้น 1.1 แสนบัญชี โดยจะเป็นบัญชีนักลงทุนหน้าใหม่ 7 หมื่นบัญชี ส่งผลให้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์จากสิ้นปีก่อนที่ 974,891 บัญชี จะทะลุ 1.1 ล้านบัญชี ได้ในปีนี้ ซึ่งแผนงานการขยายฐานนักลงทุนนั้น จะเน้นนักลงทุนต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะการขยายตัวของจีดีพีต่างจังหวัด มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าในกรุงเทพฯ ซึ่งแผนการขยายงานจะมุ่งเน้นในการไปโรดโชว์ในต่างจังหวัดมากขึ้น โดยจะทำงานร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ในการให้ความรู้นักลงทุน ซึ่งการขยายฐานนักลงทุน จะมุ่งเน้นขยายเชิงคุณภาพมากกว่าจำนวน เพราะจะช่วยให้นักลงทุนอยู่ในตลาดได้ยาวนานกว่า

ส่วนปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างจังหวัดเริ่มมีอิทธิพลในการซื้อขายมากขึ้น เห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการซื้อขายต่อวันอยู่ในระดับ 19% ของนักลงทุนรายย่อยทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 10% และยังมีพื้นที่ให้ขยายฐานการลงทุนได้

นางเกศรา กล่าวต่อว่า ตลาดหลักทรัพย์ตั้งเป้าต้องเพิ่มสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนต่างจังหวัดให้ได้ 25% ในอีก 2 ปีข้างหน้า รวมถึงมีเป้าจะเพิ่มการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์เพิ่มขึ้น จากเดิมมีสัดส่วน 55.34% ของการซื้อขายรายย่อยให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบโทรศัพท์มือถือ หรือแทบเล็ตปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 9.25% จากปริมาณการซื้อขายของรายบุคคลทั้งหมด