เศรษฐกิจซบ-การเมืองป่วน ว่างงานพุ่ง

เศรษฐกิจซบ-การเมืองป่วน ว่างงานพุ่ง

"ทีดีอาร์ไอ"หวั่นจีดีพีโตต่ำการเมืองยืดเยื้อ ส่งผลกระทบภาคแรงงาน ห่วงนักศึกษาจบปริญญาตรีตกงานสะสมเพิ่ม แนะหาอาชีพอิสระ

นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่าปัจจัยลบที่เกิดขึ้นหลายอย่างในขณะนี้ ทั้งการส่งออก การบริโภคภายในประเทศ การลงทุน และการใช้จ่ายของรัฐบาลช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ลดลง รวมไปถึงปัญหาทางการเมือง ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวในไตรมาสแรก และค่อยๆฟื้นตัวช่วงไตรมาสต่อไป ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงาน

"มีการคาดการณ์ว่าปีนี้จีดีพีจะเติบโต 3-4% โดยหลักการแล้ว หากต่ำกว่า 4% อาจส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเกินกว่า 1% จากเดิมที่มีประมาณ 0.7-0.8% เท่านั้น ดังนั้นหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ไปอีก 6 เดือน หรือ 1 ปี ผลกระทบจะชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่อ่อนไหว คือ อุตสาหกรรมและภาคบริการที่เป็นแหล่งดูดซับแรงงานแบบเข้มข้นหลายสาขาโดยเฉพาะอุตสาหกรรมรับจ้างนำชิ้นส่วนมาประกอบ"

นายยงยุทธ กล่าวว่า ปัญหาที่น่าวิตกและคาดว่าจะปรากฏชัดครึ่งหลังปีนี้และปีถัดไป คือปัจจัยการเมืองที่จะทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุน ยกเลิก ย้ายไปลงทุนประเทศอื่น หรือมีการย้ายฐานการผลิตเร็วขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมชิ้นส่วนประกอบของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์ซึ่งมีแรงงานกว่า 3-4 แสนคน

ขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่ และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อื่นๆจะไม่มีผลกระทบมากนัก ซึ่งจะเป็นการช่วยลดปัญหาได้ส่วนหนึ่ง จากการรองรับแรงงานจากอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

ส่วนภาคบริการซึ่งดูดซับแรงงานได้หลายสาขา แต่เป็นภาคที่มีความอ่อนไหวมากกับสถานการณ์ความมั่นคงของรัฐบาล จึงได้รับผลกระทบเร็ว นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงอาชีพที่อยู่นอกระบบ ที่หารายได้เสริมจากงานในภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น การค้าขายต่าง ๆ สปา นวดแผนไทย มีลักษณะการเคลื่อนย้ายมาทำงานตามฤดูกาลเพื่อเป็นรายได้เสริม

สำหรับสถานการณ์แรงงานปี 2557 โดยภาพรวมจากโครงสร้างการจ้างงานยังคงมีทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงาน และปัญหาการว่างงานไม่แตกต่างจากปีที่เพิ่งผ่านมา โดยกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ แรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในไตรมาส 2 ของปีนี้ โดยเฉพาะระดับปริญญาตรีที่มีปัญหาว่างงานสะสมมาต่อเนื่องทุกปี

อย่างไรก็ตามในตลาดแรงงานที่มีความผันผวนสูงและต้องการคนที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ประกอบกับผลกระทบจากปัญหาการเมืองที่ยืดเยื้อเช่นนี้ ผู้ที่ทำงาน หรือแรงงานรุ่นเก่า อาจจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผวนผวน ความเสี่ยงต่อการสูญเสียงาน สูญเสียรายได้ ขณะที่แรงงานจบใหม่ก็ต้องเตรียมความพร้อมรับมือด้วยการหาความรู้เพิ่มรอเวลาที่ตลาดแรงงานจะฟื้นตัว หรือผันตัวเองไปสู่อาชีพอิสระมากขึ้น

"สถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อและยังไร้ข้อยุติ ยิ่งนานวัน ทำให้ปัญหาอื่น ๆ ของสังคมไทยที่ควรได้รับการแก้ไข ไร้การเหลียวแล โดยเฉพาะความเดือดร้อน ทุกข์ยากจากผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ของภาคแรงงานไทย" นายยงยุทธ กล่าว