ผู้ส่งออกแนะรัฐเลิกขาย'ข้าวเก่า'

ผู้ส่งออกแนะรัฐเลิกขาย'ข้าวเก่า'

สมาคมผู้ส่งออกข้าวแนะรัฐบาลวางยุทธศาสตร์ข้าว ประกาศไม่ขายข้าวเก่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่น-ทวงตลาดคืน งดทำนาปรัง ยกเลิกโครงการรับจำนำ

นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ ประธานกรรมการ บริษัท อุทัยโปรดิวส์ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ราคาข้าวไทยปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2556 จึงเป็นเรื่องยากที่การส่งออกข้าวในปีนี้จะมีทิศทางการแข่งขันที่ดีขึ้น เพราะคู่แข่งสำคัญของไทยคือเวียดนาม จะมีข้าวฤดูกาลใหม่ออกสู่ตลาดในเดือนก.พ.นี้ในปริมาณมาก และมีท่าทีจะปรับลดราคาเพื่อแข่งขันกับข้าวไทย โดยปัจจุบันข้าวเวียดนามราคาตันละ 380 ดอลลาร์ ต่ำกว่าข้าวไทยประมาณ 50-60 ดอลลาร์ แต่การที่เงินบาทอ่อนค่าการส่งออกจึงยังไปได้ดี

นอกจากนั้น ไทยยังมีอุปสรรคเรื่องสต็อกข้าวของรัฐที่สูงถึง 15 ล้านตันข้าวสาร และต้องเร่งระบายเพื่อนำเงินไปใช้หนี้เกษตรกร ซึ่งปัญหานี้ทั้งคู่แข่งและผู้นำเข้าต่างรับรู้ และนำมาเป็นเงื่อนไขกดราคารับซื้อข้าวไทย และบางประเทศยังมีความกังวลเรื่องข้าวเก่า จึงไม่ยอมเปิดตลาดให้ไทย เช่นกรณีของประเทศอิรัก ซึ่งไทยเสียตลาดไปในปีที่ผ่านมา โดยอิรักหันไปนำเข้าข้าวจากอาร์เจนตินาและสหรัฐ ซึ่งมั่นใจได้ว่าเป็นข้าวใหม่แม้ว่าราคาจะสูงกว่าข้าวไทยก็ตาม

"สถานการณ์ข้าวของไทยตั้งแต่นี้ต่อไปจะต้องวางแผนร่วมกันทั้งรัฐบาลและเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ทวงตลาดเก่าคืน และเร่งระบายสต็อกด้วยการส่งออกเป็นหลัก รัฐบาลควรประกาศว่าในปีนี้จะไม่ขายข้าวเก่า งดทำนาปรังโดยสิ้นเชิง และเลิกโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งการประกาศไม่ขายข้าวเก่าจะส่งผลให้ตลาดมั่นใจในคุณภาพข้าวไทยมากขึ้น และข้าวเก่าที่มีอยู่ต้องระบายเพื่อบริโภคในประเทศเป็นหลัก"

ทั้งนี้ การระบายข้าวในสต็อกจะต้องดำเนินการควบคู่กับการงดทำนาปรังโดยสิ้นเชิง เพื่อตัดวงจรข้าวเข้าสู่โกดัง โดยเฉพาะข้าวคุณภาพต่ำที่ไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ และรัฐต้องชดเชยเกษตรกรในรูปแบบของการจ่ายเงินโดยตรง เกษตรกรที่ยังปลูกข้าวอยู่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ ขณะที่เกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปีจะได้รับการสนับสนุนด้านปัจจัยการผลิตจากภาครัฐแทนการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด วิธีการนี้แม้จะใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีกว่าที่ข้าวในสต็อกจะหมด แต่เป็นการเริ่มต้นที่ดี

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลต้องวางแผนเรื่องข้าวอย่างจริงจัง ส่วนการประชาสัมพันธ์เป็นโครงการลดราคา เช่น ธงฟ้า จะไม่ได้ผลแน่นอน สุดท้ายข้าวจะเป็นปัญหาไม่จบสิ้น และไทยจะตกอยู่ในสถานะเป็นรอง ตลาดเป็นของผู้ซื้อ แม้ในปี 2556 ตัวเลขอย่างเป็นทางการไทยจะส่งออกได้ 6.8-6.9 ล้านตัน สูสีกับเวียดนาม แต่ในความเป็นจริงเวียดนามขายบาร์เตอร์เทรดกับจีนกว่า 1.5 ล้านตันและไม่ได้ลงบัญชีไว้

สำหรับการส่งออกข้าวไทยในปี 2557 ซึ่งตั้งเป้าไว้ 8 ล้านตันนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าไม่เกิน 7.5 ล้านตัน เพราะเวียดนามยังปรับลดราคาเพื่อแข่งขันกับไทย แต่หากไทยสามารถประมูลการรับซื้อข้าวของตลาดอิรักซึ่งนำเข้าปีละ 7-8 แสนตันได้บ้าง การส่งออกน่าจะดีขึ้น ส่วนตลาดข้าวอื่น เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ขณะนี้ประมูลซื้อจากเวียดนามไปหมดแล้ว

"ตลาดที่อยากได้มากคือตลาดอิรักซึ่งเคยเป็นของไทย แต่การทวงคืนตลาดเป็นเรื่องยาก รัฐบาลต้องร่วมมือด้วย ตลาดนี้ต้องขายข้าวใหม่ทั้งหมด หากผู้ประกอบการรายใดไม่ให้ความร่วมมือ รัฐต้องลงโทษขั้นสูงสุดคือแบล็กลิสต์ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและยอมรับ กอบกู้ภาพลักษณ์ของข้าวไทยได้เร็วขึ้น"