เฟดลดคิวอี ขย่ม'หุ้น-ค่าเงิน'ทั่วโลก

เฟดลดคิวอี ขย่ม'หุ้น-ค่าเงิน'ทั่วโลก

ตลาดหุ้น-ค่าเงินทั่วโลกร่วงรับเฟดลดคิวอี ธปท.ชี้เป็นไปตามตลาด บาทอ่อนค่าสอดคล้องภูมิภาค เตือนระวังต่างชาติอาจลดลงทุนเหตุใกล้ช่วงเลือกตั้ง

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ของ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติให้ลดวงเงินซื้อพันธบัตร (QE Tapering) ลงอีก 10,000 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งที่ 2 เหลือ 65,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนก.พ. 2557 ตามนโยบายการลดการผ่อนคลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ (คิวอี)

ขณะที่ สกุลเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ดิ่งลงเมื่อวานนี้ รับข่าวเฟดลดคิวอี แม้ว่า จะมีปัจจัยบวกของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งใหญ่ในตุรกีและแอฟริกาใต้ เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อและสกัดกั้นการอ่อนค่าของเงิน โดยสกุลเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้ดิ่งลงกว่า 2% สู่ 11.21 แรนด์ต่อดอลลาร์ ถึงแม้ธนาคารกลางแอฟริกาใต้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 6 ปี โดยปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสู่ 5.5% จากเดิมที่ 5.0%

ธนาคารกลางตุรกีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สำคัญทุกตัว และส่งผลให้ลีร์ตุรกีพุ่งขึ้นกว่า 3% ในช่วงแรก ก่อนจะลดช่วงบวกลงในเวลาต่อมา โดยลีร์อยู่ที่ 2.243 ลีร์ต่อดอลลาร์ในช่วงท้ายวานนี้ โดยแข็งค่าขึ้นเพียง 0.45% จากช่วงท้ายวันอังคาร

ส่วนตลาดหุ้นเอเชียและไทยวานนี้ (30 ม.ค.) พากันปรับลงติดอยู่ในแดนลบ เช่นเดียวกับค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลงเล็กน้อยเทียบดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกยังกังวลกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับค่าเงินตลาดเกิดใหม่ โดยดัชนีนิกเคอิ ลดลง 2.45% ปิดที่ 15,007 จุด ดัชนีหั่งเส็งปิดครึ่งวันแรกลดลง 0.48% ปิดที่ 22,035.42 จุด ดัชนีหุ้นฟิลิปปินส์ ปรับลง 0.75% และดัชนีหุ้นอินโดนีเซียลง 0.68%

เงินเยนเทียบดอลลาร์อ่อนค่าลง เช่นเดียวกับรูเปี๊ยะห์ อยู่ที่ 12,215 รูเปี๊ยะห์ต่อดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินรูปีอินเดียอ่อนลงมาอยู่ที่ 62.7010 รูปีต่อดอลลาร์ ขณะที่เงินบาท มาอยู่ที่ 32.98 บาทต่อดอลลาร์

ธปท.ชี้เฟดลดคิวอีตามคาด

ด้าน นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เฟดลดคิวอี อีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดการเงินส่วนใหญ่ได้คาดการณ์เอาไว้

"จากการประกาศทำ QE Tapering ต่อเนื่อง ตลาดทั่วโลกปรับตัวในทิศทางเดิม คือ ออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเช่น หุ้น และสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ ไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ และเงินสกุลที่มีความปลอดภัยสูง (Safe haven) แข็งค่าขึ้นอีกจังหวะหนึ่ง และตลาดเกิดใหม่ ยังมีความอ่อนไหวสูง"นางรุ่ง กล่าว

สำหรับเงินบาทวานนี้ นางรุ่ง กล่าวว่าอ่อนค่าลงไปบ้าง โดยเป็นการปรับตัวไปกับเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ซึ่งในภาพรวมเป็นการปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสอดคล้องกับมุมมองของตลาดว่าเศรษฐกิจภูมิภาคไม่ได้เป็นเศรษฐกิจที่มีความเปราะบางสูง และถูกจับตามอง

อย่างไรก็ดี ระยะนี้ถือเป็นช่วงที่ตลาดโลกมีความอ่อนไหวกว่าปกติ ประกอบกับไทยเข้าสู่ช่วงใกล้การเลือกตั้ง จึงอาจเห็นการปรับลดสถานะทางการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติบ้าง แต่จะไม่ใช่การตื่นตระหนกขายเพราะไทยยังมีพื้นฐานที่ดีพอ ที่สำคัญไทยได้ดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคโดยให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลมาโดยตลอด ซึ่งในระยะนี้ที่นักลงทุนต่างชาติเห็นว่าสภาพคล่องโลกมีแนวโน้มลดลง และปรับแนวทางการลงทุน จึงหันกลับมาให้ความสำคัญกับพื้นฐานเศรษฐกิจต่างๆ ดังจะเห็นได้ว่าตลาดเกิดใหม่ที่สามารถรักษาสมดุลและมีนโยบายมหภาคที่ดีจะไม่อ่อนไหวมาก

ซีไอเอ็มบีที่ไทยไม่รอดเงินไหลออก

นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า สำนักวิจัยไม่ได้มองว่าบาทจะอ่อนค่ามากนัก เนื่องจากความเชื่อมั่นที่ลดลงไม่ได้เป็นผลดีต่อความต้องการสินค้านำเข้าประเภทสินค้าทุน เพื่อใช้ในภาคการผลิต ดังนั้นความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐ อาจมีไม่มากนัก และน่าจะส่งผลให้บาทไม่อ่อนค่าแรงเกินไป โดยคาดว่าค่าเงินบาทน่าจะอยู่ที่ระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ปลายไตรมาสที่ 1 นี้

"ธีระชัย"เชื่อเงินไหลออกไม่แรง

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า ผลกระทบกับตลาดการเงินคงมีขึ้นในทุกครั้งที่ เฟด ลดคิวอีลง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติมักจะมีการปรับพอร์ตการลงทุน แต่ผลกระทบโดยภาพรวมเชื่อว่าคงไม่รุนแรงมาก และจะเริ่มกลับมาสงบเมื่อมีการปรับสมดุลเรียบร้อยแล้ว

"ถ้าไปดูงบดุลของเฟดจะเห็นว่ายังบวมอยู่มาก ดังนั้นปริมาณเงินที่ปั๊มออกมา แม้จะลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังเหลืออีกมาก จึงคิดว่าผลกระทบคงเป็นเพียงช่วงสั้นๆ และไม่น่าจะมากนัก"นายธีระชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ประเทศที่จะประสบปัญหาหนักจากการลดคิวอีของเฟด คงเป็นประเทศที่เพลิดเพลินและยอมปล่อยให้เงินต่างชาติไหลเข้าไปลงทุนหรือเก็งกำไรภายในประเทศกันมาก จนทำให้ราคาหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ปรับเพิ่มขึ้น เมื่อเงินเหล่านี้กลับออกไป ราคาหุ้นและราคาอสังหาฯ ก็คงจะแฟบลง

สำหรับประเทศไทย ต้องบอกว่าที่ผ่านมาเพลิดเพลินกับคิวอีของสหรัฐ พอสมควร ดังจะเห็นว่าในอดีต รัฐบาลพยายามบีบให้ ธปท. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย รวมทั้งไม่ได้มีมาตรการควบคุมการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติมากนัก จนส่งผลให้ราคาหุ้นและราคาอสังหาริมทรัพย์ปรับขึ้นไปค่อนข้างมาก ยิ่งในช่วงนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาทางการเมืองด้วย จึงทำให้การปรับลดลงของราคาหุ้นและราคาอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบมากขึ้น

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า หลังจากที่เอฟโอเอ็มซีมีมติลดคิวอีลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ก็ทำให้ค่าเงินสกุลต่างๆ ในตลาดเกิดใหม่ รวมทั้งค่าเงินบาทไทยอ่อนค่าลงไปบ้าง แต่ระดับการอ่อนค่าไม่ได้มากนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดได้รับข่าวไปบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าแต่ละประเทศในเอเชียเองก็มีปัจจัยเฉพาะประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย หรือ อินโดนีเซีย ที่มีปัญหาภายในประเทศอยู่ก่อนหน้านี้ หรือแม้แต่ประเทศไทยเองก็ยังมีเรื่องความไม่สงบทางการเมืองอยู่ จึงควรต้องระมัดระวังไว้บ้างเช่นกัน

นายสุชาติ ธนฐิติพันธ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า การลดขนาดคิวอีเป็นสิ่งที่ตลาดคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว โดยตลาดคาดว่า เฟด จะทยอยลดต่อเนื่องตลอดทั้งปี ก่อนที่จะยุติมาตรการคิวอีในปีนี้ ซึ่งนั่นอาจจะทำให้มีเงินต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยได้อีกประมาณ 100,000 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลัก เพราะกลุ่มนักลงทุนตราสารหนี้ระยะยาวเข้ามาเพื่อลงทุนจริงๆ คงไม่ขายไปไหน

นายสุชาติ ยังกล่าวอีกว่า ช่วงวันที่ 1-24 ม.ค. 2557 ที่ผ่านมา มีเงินทุนไหลออกไป 10,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากตราสารหนี้ที่ครบอายุ 8,000 ล้านบาท และเป็นการขายสุทธิ 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นขายตราสารหนี้ระยะยาว 17,000 ล้านบาท ในขณะที่เข้าซื้อตราสารหนี้ระยะสั้น 15,000 ล้านบาท ซึ่งยังมองเป็นลักษณะของการปรับพอร์ตจากตราสารหนี้ระยะยาวมาสู่ตราสารหนี้ระยะสั้นเป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะยาว ที่อาจจะปรับขึ้นได้ตามทิศทางของพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ ทำให้ต่างชาติมียอดถือครองตราสารหนี้สุทธิ 697,500 ล้านบาท แบ่งเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น 13% และตราสารหนี้ระยะยาว 87%

ด้าน นายไรอัน สวีท นักวิเคราะห์ของ มูดี้ส์ อานาไลติก กล่าวว่า แถลงการณ์ของเฟดมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย หรือมีเนื้อหาที่สร้างความประหลาดใจเพียงเล็กน้อย เขาระบุว่า หากมีสิ่งที่น่าประหลาดใจก็น่าจะเป็นการที่เฟดตัดสินใจไม่พูดถึงความเสี่ยงขาลงในตลาดระหว่างประเทศ เฟดไม่ได้เจาะจงพูดถึงตลาดเกิดใหม่

ในการสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ 17 คน ของรอยเตอร์ คาดว่าเฟดจะลดการเข้าซื้อพันธบัตรไปเรื่อยๆ จนยุติลงภายในปลายปีนี้ ทั้งยังเชื่อว่าเฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงไตรมาส 3 ของปีหน้าเป็นอย่างน้อย

ทั้งนี้ แถลงการณ์ของเฟดระบุว่าจะเข้าซื้อพันธบัตรเดือนละ 65,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนก.พ. ลดลงจากเดือนม.ค. ที่เข้าซื้อ 75,000 ล้านดอลลาร์ อันลดจากปีที่แล้วที่เข้าซื้อ 85,000 ล้านดอลลาร์

มาตรการเข้าซื้อพันธบัตรรอบปัจจุบันของเฟดมีขึ้นในเดือนก.ย. 2555 ซึ่งเป็นการทำคิวอีรอบที่ 3 ตั้งแต่เกิดวิกฤติการเงินปลายปี 2551

นับจากนี้ ความพยายามยุติมาตรการคิวอี จะตกเป็นภาระของนางเจเน็ต เยลเลน ที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดต่อจากนายเบอร์นันเก้ในเดือนก.พ. และจะทำหน้าที่ประธานการประชุมเฟดครั้งแรกในวันที่ 18-19 มี.ค.