เลือกตั้ง2ก.พ.เสี่ยง!วอนถอยเพื่อชาติ

เลือกตั้ง2ก.พ.เสี่ยง!วอนถอยเพื่อชาติ

นักกฎหมายอิสระ-วุฒิสมาชิก มองการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 "เสี่ยง" เรียกร้องทุกฝ่ายถอย "เพื่อชาติ"

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ ร่วมวิเคราะห์แนวโน้มการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.นี้ ร่วมกับ วันชัย สอนศิริ วุฒิสมาชิก หัวข้อ นับถอยหลังเลือกตั้ง 2 ก.พ. โอกาสหรือความเสี่ยง" ในรายการ Business talk ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี

วีรพัฒน์ บอกว่า การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.นี้ หากมองในแง่ดีก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะนำไปสู่กระบวนการพูดคุยทำความเข้าใจของทุกฝ่ายผ่านตัวแทนในระบบรัฐสภา แต่ขณะเดียวกันก็มีสิ่งที่น่าห่วงและเป็นความเสี่ยงหากฝ่ายที่ต้องการขัดขวางการเลือกตั้งอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง ดังนั้นเรื่องนี้ทั้งคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐบาล รวมทั้งแกนนำผู้ชุมนุมทุกฝ่ายที่คัดค้านการเลือกตั้งหรือสนับสนุนการเลือกตั้ง ต้องร่วมกันรับผิดชอบ

ทั้งนี้ ความเสี่ยงขณะนี้เพราะการเจรจาไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากจุดยืนของฝ่ายหนึ่งพร้อมยอมเจรจา แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเจรจา ซึ่งมาถึงวันนี้คงเจรจากันไม่ทันแล้ว เพียงแต่จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดความรุนแรง โดยหากผู้ชุมนุมจะคัดค้านการเลือกตั้งก็น่าจะเว้นระยะถอยห่างจากหน่วยเลือกตั้ง ขณะที่รัฐบาลก็ต้องเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมาย

นายวีรพัฒน์ ยังชี้ว่า หากมีการเลือกตั้งแล้ว แต่ไม่สามารถนำหีบคะแนนออกมาได้ หรือประตูหน่วยเลือกตั้งถูกคล้องโซ่ห้ามเข้า นั้นตามข้อกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 93 วรรค 6 กำหนดว่า ถ้ามีการเลือกตั้งแล้วเกิดปัญหากกต.ก็ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 180 วัน แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า 180 วันนี้ นับจากวันใด ซึ่งนักกฎหมายตีความได้ 3 ประเด็น ได้แก่ 1.นับจากวันที่ยุบสภา 2.นับจากวันที่มีประกาศ พ.ร.บ.จัดการเลือกตั้งทั่วไป และ3.นับจากวันที่เกิดเหตุการณ์รุนแรงจนไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ โดยรัฐธรรมนูญเห็นว่าการเลือกตั้งอาจจะมีปัญหาจึงบัญญัติไว้ให้รีบจัดการเลือกตั้งภายใน 180 วัน แต่ไม่ได้หมายความว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ

นอกจากนี้ยังข้อปลีกย่อยในกฎหมายที่กำหนดกรอบไว้กว้างๆว่า ถ้าเลือกตั้งไม่ได้ ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 180 วัน ซึ่งในทางปฏิบัติหากจัดเลือกตั้งไม่ได้ เพราะมีเหตุการณ์รุนแรงเลยไป 10 วันต้องรีบจัดการเลือกตั้งอีกครั้งใน 7 วัน หลังเหตุการณ์รุนแรงยุติ

"ผมสงสัยว่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดีต่อประเทศ พยายามจะบอกว่าเมื่อมีการเลือกตั้งมีปัญหาวุ่นวายและรุนแรงให้ถือว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถ้าใครทำแบบนี้จะเท่ากับโยนคะแนนประชาชนที่ไปเลือกตั้งทิ้ง ก็อาจจะถูกประชาชนเหล่านี้ลุกฮือ ออกมาต่อต้านได้"

วันชัย บอกว่า สิ่งที่เห็นแน่นอนขณะนี้ คือไม่สามารถทำให้การเลือกตั้งบรรลุผล เพราะการเลือกตั้งต้องทำให้ผู้สมัคร พรรคการเมือง ประชาชน ต้องอยู่ในบรรยากาศที่พร้อมจะเลือกตั้ง แต่ถ้าบรรยากาศในหลายภาคส่วนมีปัญหา ทั้งภาคใต้และกรุงเทพฯ ฉะนั้นคิดว่า องค์ประกอบที่จะทำให้ได้รัฐบาลที่เป็นผู้แทนประชาชนนั้น ไม่ควรจะเกิดบรรยากาศเช่นนี้ เพราะมีการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้บรรยากาศไม่เหมาะสม ซึ่งมีประเด็นที่มองได้ว่า 1. ไม่แน่ใจว่าการเลือกตั้งจะเรียบร้อยหรือไม่ ซึ่งกกต. ก็ชี้แล้วว่าไม่เรียบร้อย 2. บ้านเมืองอยู่ในภาวะขลุกขลัก เชื่อหลังเลือกตั้งจะไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ภายในเวลา 3- 6 เดือน นับจากวันเลือกตั้งได้ 3. สิ่งที่เร่งรัดรับภาวะฉุกเฉิน จะเป็นปัญหาอันเป็นประเด็นทางกฎหมายอีกเยอะ อาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ เพราะเชื่อว่ากลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งอาจจะฟ้องศาล ทำให้การเลือกตั้งเสียหาย และเสียงบประมาณ ท้ายสุดคือ เป้าหมายการเลือกตั้งไม่สัมฤทธิผล

"การใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถือว่าขัดแย้งกับการเลือกตั้งและไม่เหมาะสมที่จะมีการเลือกตั้งในภาวะฉุกเฉิน ทำให้ประชาชนแตกตื่น เป็นการสวนทางและขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง คนเป็นผู้นำ ผู้บริหาร ผู้ปกครองต้องคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยมากกว่าจะคำนึงถึงประโยชน์ของตัวเอง ต้องยอมเสียสละ และทำทุกอย่างยับยั้งเพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย "

วันชัย ยังชี้ว่า คนที่ไม่ต้องการเลือกตั้งยอมที่ทำผิดกฎหมาย เพื่อจะต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ชอบคือรัฐบาลชุดนี้ ประชาชนยอมรับผลจากการขัดขวางทุกสิ่งกับสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้จะทำ แม้จะรู้ว่าผิดกฎหมาย เป็นวิถีทางของคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็ต้องยอมรับผลของการกระทำ ขณะที่รัฐบาลทำไมไม่ยอมให้บ้านเมืองสงบ เมื่อรู้ว่าเป็นเหตุแห่งปัญหา ก็ควรยุติ แล้วค่อยมีการเลือกตั้ง ปัจจุบันบ้านเมืองเราต้องปฏิรูปทุกด้าน การเลือกตั้ง การบริหารราชการแผ่นดิน

วันชัยบอกด้วยว่า เมื่อทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่าควรปฏิรูปก็ควรดำเนินการ อาทิ ปฏิรูปกระบวนการและวิธีการเลือกตั้งทั้งหมดรวมถึงอย่าให้เงินเป็นตัวตั้งของพรรคการเมือง และประชาชนในการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับการใช้อำนาจของรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ทำให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่สำคัญปฏิรูประบบราชการ ที่ปัจจุบันเหลวแหลกมาก