'โนโหวต-โหวตโน'กาบัตร2ก.พ.สูญเปล่า

'โนโหวต-โหวตโน'กาบัตร2ก.พ.สูญเปล่า

"สมชัย" ไขปม "โนโหวต-โหวตโน" กาบัตร 2 ก.พ.ส่อสูญเปล่า ละเลงงบ 3.8 พันล้านบาท สนองประชาธิปไตย ต้องไปเลือกตั้ง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาอธิบายเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง โนโหวต (No vote) กับ โหวตโน (Vote no) รวมทั้งการประเมินสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง

"มีคนถามมาเยอะว่า No vote กับ Vote no มีผลต่างกันอย่างไร สรุปคือ 1.ไม่ไปใช้สิทธิ์ No vote มีผลทำให้สถิติการใช้สิทธิ์ของไทยต่ำลงจนประจักษ์ต่อชาวโลกและบันทึกในประวัติศาสตร์ไทยให้อับอายเล่น แต่ไม่มีผลต่อการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แม้จะมีคนไปใช้สิทธิ์ไม่ถึง 24 ล้านคนก็ไม่เกี่ยว และไม่ชัดเจนว่าคุณตื่นตัวทางการเมืองจนอยากต่อต้านการเลือกตั้ง หรือคุณนอนดึกมาตื่นบ่าย แต่งตัวไม่ทันเลยไม่ไปใช้สิทธิ์ คุณจะไม่เสียสิทธิ์ทางการเมืองในกรณีนี้หากคุณไปแจ้งเหตุของการไม่ไปใช้สิทธิ์ต่อเขตหรืออำเภอภายใน 7 วันหลังเลือกตั้ง (พยายามแจ้งเหตุที่เหมาะสมหน่อยอย่าไปบอกว่าตื่นสาย เป็นต้น)

2.ไปใช้สิทธิ์ แต่กาไม่ประสงค์ใช้สิทธิ์ Vote no บัตร ส.ส.เขต จะมีผลเฉพาะเขตที่มีผู้สมัครคนเดียวถ้าคะแนน Vote no มากกว่าคะแนนผู้สมัคร (ต้องจัดเลือกตั้งใหม่) แต่พอเลือกซ้ำถึงครั้งที่สาม เกณฑ์นี้จะหายไป แต่ถ้าเป็นบัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กา Vote no เท่าไรก็ไม่มีผลอะไร แม้จะมีมากกว่าคะแนนทุกพรรคก็ตาม คงแค่ฮือฮาว่า พรรคชื่อ Vote no มาแรงกว่าพรรคใหญ่ ตกลงจะ Vote หรือ No vote หรือ Vote no ดี ตัดสินใจกันเองครับ"

นายสมชัย ยังโพสต์ข้อความถึงการประเมินสถานการณ์การเลือกตั้ง 2 ก.พ.ว่า วันที่ประชุมกับนายกรัฐมนตรี (28 ม.ค.) ได้กราบเรียนให้ท่านทราบดังนี้ ประเด็นผลที่เกิดขึ้น หลังการเลือกตั้ง 1.เขตเลือกตั้ง 16 เขตที่มีผู้สมัครรายเดียว อาจมีบางเขตผู้สมัครอาจได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หรือน้อยกว่า Vote no ในกรณีนี้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ทำให้ได้ ส.ส.ช้าไปประมาณ 1 เดือน หรือเดือนครึ่ง แต่อย่างไรก็จบ เพราะในการเลือกใหม่รอบที่สาม ได้คะแนนเท่าไรก็ได้เป็น ส.ส.

2.เขตเลือกตั้ง 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร ทำให้เปิดสภาไม่ได้ เพราะมีสมาชิก (ว่าที่ ส.ส.) ขาดไป 25 คน ปัญหาจะถูกแก้ไขได้ในเวลา 2-3 เดือน หากมีการเปิดรับและมีผู้สมัครได้ 3 เขตขึ้นไปก็จบ กระบวนการดังกล่าวสามารถแก้ปัญหาได้ในช่วงเวลา 2-3 เดือน หลังจากวันที่ 2 ก.พ.

3. ส.ส.บัญชีรายชื่อ 125 คน จะยังไม่สามารถประกาศชื่อ ส.ส.ได้ เนื่องจากต้องรอการนับคะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมีประมาณ 99,000 หน่วย ในกรณีนี้คาดว่าจะมีหน่วยเลือกตั้งจำนวนมากเป็นหมื่นหน่วยที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้ง และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ คาดว่าภายใต้สถานการณ์นี้ อาจต้องใช้เวลา 4-6 เดือน หรือมากกว่านั้น

4. ส.ส.เขต 375 คน จะไม่สามารถประกาศได้แม้แต่รายเดียว เนื่องจากการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตในวันที่ 26 ม.ค. มีผู้ที่ไม่สามารถมาใช้สิทธิ์ได้ประมาณ 2 ล้านคน (ผู้ลงทะเบียนนอกเขต 2.1 ล้าน มาใช้สิทธิ์ 1 แสน) ในกรณีนี้จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งนอกเขตใหม่ใน 83 เขต (กำหนดเป็น 23 ก.พ.) และ สามารถนับคะแนนได้

เมื่อคะแนนไปถึงแต่ละหน่วยเลือกตั้งแล้ว คาดว่าภายใต้สถานการณ์นี้อาจต้องใช้เวลา 3-4 เดือนหรือมากกว่านั้นจึงจะได้ สส.จำนวนหนึ่ง แต่หากจะให้ได้เกณฑ์ ร้อยละ 95 อาจใช้เวลา 4-6 เดือน หรือมากกว่านั้น

5.หลังจากการเลือกตั้ง 2 ก.พ. จะมีผู้ฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทันที ด้วยสาเหตุที่หยิบยกขึ้นมามากมาย เช่น การเลือกตั้งทั่วไปจะต้องทำในวันเดียว ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายความว่าแนวโน้มที่เงิน 3,800 ล้านบาทจะสูญเปล่ามีสูงยิ่ง