เวเนซุเอลาชี้ละครทีวีต้นตออาชญากรรม

เวเนซุเอลาชี้ละครทีวีต้นตออาชญากรรม

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาตำหนิละครประโลมโลกที่ประชาคนหลายล้านคนติดตามชมทุกวัน ว่าเป็นสาเหตุให้อัตราการก่ออาชญากรรม

นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ตำหนิละครประโลมโลกที่ประชาคนหลายล้านคนติดตามชมทุกวัน ว่าเป็นสาเหตุให้อัตราการก่ออาชญากรรมในประเทศเพิ่มสูงขึ้น

แต่ขณะที่นายมาดูโรกล่าวหาว่า ละครโทรทัศน์ยอดนิยมเผยแพร่ค่านิยมในทางที่ผิด นักวิจารณ์กลับมองว่า ผู้นำเวเนซุเอลามัวแต่แก้ตัว แทนที่จะแสดงความรับผิดชอบ

ชื่อเสียงของเวเนซุเอลาในฐานะประเทศที่มีความรุนแรงมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ถูกตอกย้ำจากเหตุฆาตกรรมชิงทรัพย์อดีตนางงาม "โมนิก้า สเปียร์" และสามี โดยทั้งคู่ถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าบุตรสาววัยเพียงห้าขวบ

การฆ่าชิงทรัพย์ครั้งนี้กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งทั่วโลก และกระตุ้นให้นายมาดูโรเปิดตัวโครงการรณรงค์ต่อต้านความรุนแรง ส่วนหนึ่งของการรณรงค์คือการสั่งทบทวนรายการในสถานีโทรทัศน์ทุกช่องของเวเนซุเอลา โดยนายมาดูโรกล่าวว่า เขาจะสร้างวัฒนธรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ใหม่

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเจาะจงไปที่ละครประโลมโลก โดยกล่าวว่า เป็นตัวเผยแผร่ค่านิยมไม่ดี อย่างความตาย ยาเสพติด อาวุธ และความรุนแรง

ข้อมูลจากทางการและเอ็นจีโอท้องถิ่นระบุว่า อัตราฆาตกรรมในเวเนซุเอลาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันอยู่ระหว่าง 39-79 คนต่อเหยื่อ 100,000 คนต่อปี ซึ่งติดอันดับต้นๆ ของอเมริกาใต้

นักเขียนบทโทรทัศน์ "นายลีโอนาร์โด พาดรอน" กล่าวว่า การควบคุมละครโทรทัศน์เป็นความผิดพลาดและไม่รับผิดชอบ ชาวเวเนซุเอลาทุกคนรู้ว่าวิธีการเช่นนั้นไม่สามารถจัดการกับอาชญากรรมได้ และสาเหตุของอาชญากรรมมีโครงสร้างซับซ้อนมาก รัฐบาลพยายามปกปิดความรับผิดชอบของตน เห็นได้จากอัตราอาชญากรรมที่เกิดขึ้น 92% ไม่สามารถหาตัวผู้ทำผิดมาลงโทษได้ และทางการไม่ได้จัดการกับอาชญากรอย่างจริงจัง

ศาสตราจารย์ด้านสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยจอร์เจีย "นางคาโรไลนา อาคอสตา" กล่าวทำนองเดียวกันว่า ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าละครโทรทัศน์ก่อให้เกิดความรุนแรง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีผลการศึกษาใดๆ สนับสนุนข้อกล่าวหานี้

ทั้งนี้ ชาวเวเนซุเอลาชอบดูโทรทัศน์ พวกเขาใช้เวลาเฝ้าหน้าจอเฉลี่ยหกชั่วโมงต่อวัน และก่อนหน้านี้ผู้นำประเทศก็เคยเข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้แล้ว อย่างเมื่อปี 2554 ช่วงปลายสมัยอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ รัฐบาลมีคำสั่งห้ามเผยแพร่ละครโทรทัศน์ยอดนิยมจากโคลัมเบียและเม็กซิโก ที่หลายคนมองว่าสะท้อนภาพการค้ายาเสพติด ขณะที่เมื่อปี 2553 นายชาเวซเคยเรียกร้องให้ผลิตละครแนวสังคมนิยม

เดลฟินา คาตาลา ผู้ผลิตละครที่ถูกมองว่าเป็นละครโทรทัศน์แนวสังคมนิยมเรื่องแรกเมื่อปีที่แล้ว เปิดเผยว่า ละครโทรทัศน์ส่วนใหญ่ถูกนำเสนอในรูปแบบเดียวกัน ผ่านเรื่องราวความรักหรือการต่อสู้ ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ การสร้างละครเสนอฉากเซ็กส์ ยาเสพติด หรือการดื่มสุราได้ยากมาก แต่อาชญากรรมในเวเนซุเอลายังเพิ่มสูงขึ้น