การเมืองป่วน!เทรดรายย่อยวูบเหลือ45%

การเมืองป่วน!เทรดรายย่อยวูบเหลือ45%

ตลาดหลักทรัพย์ฯรับการเมืองกดดันส่งผลรายย่อยเทรดน้อยลงเหลือ 45% พร้อมตั้งเป้าเพิ่มบัญชีซื้อขายหุ้น 1.2 แสนบัญชี แตะ 1.1 ล้านบัญชีปีนี้

นางเกศรา มัญชุศรี รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองที่มีการชุมนุมยืดเยื้อตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ย.56 จนถึงในปัจจุบันส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยมีการซื้อขายที่ลดน้อยลง โดยในปัจจุบันนักลงทุนรายย่อยทำการซื้อขายคิดเป็น 45% ของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ลดลงจากปีที่แล้วที่นักลงทุนรายย่อยมีการซื้อขายอยู่ที่ 57% ของมูลค่าการซื้อขายต่อวัน เนื่องจากนักลงทุนยังมีความไม่แน่ใจในสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ รวมถึงปัจจัยจากต่างประเทศที่กระทบตลาดหุ้นไทย ทั้งเรื่องของการปรับลดมาตรการ QE ลงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ และ Prop Trade ไม่ได้มีการซื้อขายที่เปลี่ยนแปลงมากนัก   

"ถ้าดูจากวอลุ่มเทรดต่อวันตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาท ถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยของปีก่อนถือว่าลดลงไปมาก โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่มีการชะลอการลงทุน เนื่องจากไม่มั่นใจกับสถานการณ์ทางการเมือง แต่นักลงทุนสถาบันรวมถึงนักลงทุนต่างชาติยังไม่มีการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่มองอีกมุมหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะนักลงทุนรายย่อยมีความสามารถในการปรับตัวรับกับสถานการณ์ได้ดี รู้ว่าควรจะลงทุนหรือ wait&see เมื่อไหร่ โดยที่ใน 1-2 เดือนนี้สถานการณ์ยังยากที่จะคาดการณ์ แต่น่าจะเห็นตลาดดีขึ้นหลังจากผ่านครึ่งปีแรกไปแล้ว" นางเกศรา กล่าว

สำหรับในปีนี้ได้มีการตั้งเป้าในการเพิ่มบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของทั้งนักลงทุนรายใหม่และรายเดิม รวม 1.2 แสนบัญชี แบ่งเป็นนักลงทุนเดิม 5 หมื่นบัญชี และนักลงทุนรายใหม่ 7หมื่นบัญชี ซึ่งจะส่งผลให้ภายในสิ้นปีนี้จะมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นแตะ 1.1 ล้านบัญชี จากในปัจจุบันอยู่ที่ 9.8 แสนบัญชี โดยจะเน้นในการขยายฐานนักลงทุนในต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่านักลงทุนในต่างจังหวัดจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ของบัญชีทั้งหมดภายใน 2ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 19% โดยเน้นการไปโรดโชว์ในต่างจังหวัด โดยทำงานร่วมกับสื่อท้องถิ่นในการให้ข้อมูลความรู้ในการลงทุน รวมถึงพยายามที่จะเพิ่มบัญชีซื้อขายออนไลน์ของนักลงทุนให้มากขึ้น  

โดย ณ สิ้นปี 56 ที่ผ่านมามีนักลงทุนที่ทำการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตสูงถึง 55.34% จากมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 55 ที่อยู่ที่ 50% โดยแนวโน้มบัญชีซื้อขายออนไลน์มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่หันมาเปิดใช้บัญชีซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาของอุปกรณ์สื่อสารและระบบซื้อขายหลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้ ซึ่งทำให้มีความสะดวกสบายและง่ายต่อนักลงทุนรุ่นใหม่ โดยที่ถึงสิ้นปี 56 ที่ผ่านมามีนักลงทุนที่ซื้อขายผ่านโมบายดีไวซ์กว่า 9.25% จากมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากปี 55 ที่อยู่ที่ 2.82%

"แนวโน้มของกลุ่มลูกค้าที่ใช้บัญชีออนไลน์มีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าใหม่สนใจที่จะเปิดบัญชีทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้นตามความทันสมัยและความสะดวกสบายของเทคโนโลยี รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในต่างจังหวัดจะทำงานร่วมกับสื่อท้องถิ่น รวมถึงจับมือกับบริษัทหลักทรัพย์ในการโรดโชว์ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น โดยในสัปดาห์หน้าจะมีงาน Money Expo จัดขึ้นที่พัทยาด้วย" นางเกศรา กล่าว