'ข้าว-น้ำตาล-การเมือง'ฉุดความเชื่อมั่น

'ข้าว-น้ำตาล-การเมือง'ฉุดความเชื่อมั่น

ส.อ.ท.ชี้ 3 ปัจจัยหลักกระทบความเชื่อมั่นผู้นำเข้า ทั้งความไม่ชัดเจนของนโยบายข้าว ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวลดลง ปัญหาการเมืองในประเทศ

นายวิศิษฎ์ ลิ้มประนะ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เปิดเผยว่า กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารได้ลดเป้าการส่งออกปีนี้เหลือ 9.7แสนล้านบาท จากที่ปลายปี 2556 ตั้งเป้าว่าจะส่งออกอาหารได้ถึง 1 ล้านล้านบาท เพราะในช่วงนั้นได้รับสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และสินค้าส่งออกสำคัญของไทย เช่น ไก่สด กุ้ง ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะไก่ ซึ่งตลาดญี่ปุ่น เกาหลี และตะวันออกกลาง นำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้น

"สาเหตุที่ต้องลดเป้าการส่งออก เพราะปัจจุบันสินค้าข้าวและน้ำตาลมีอัตราการเติบโตไม่ชัดเจน โดยไม่รู้ว่าไทยจะส่งออกข้าวได้มากน้อยเพียงใดเพราะปัจจุบันเกิดปัญหาภายใน ขณะที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกตกต่ำ ประกอบกับไทยเผชิญปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง จึงอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการสั่งซื้อสินค้าจากไทย"

ทั้งนี้ การส่งออกอาหารในปี 2557 ขึ้นอยู่กับปัจจัยบวกคือเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นชัดเจน ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลง ผลผลิตกุ้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และญี่ปุ่นเริ่มนำเข้าไก่สดจากไทยหลังยกเลิกมาเป็นเวลานาน ส่วนปัจจัยลบมาจากสินค้าอาหารแปรรูปของไทยจะถูกสหภาพยุโรป(EU)ตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(GSP) ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาท และความต้องการน้ำตาลทรายในตลาดโลกไม่ขยายตัวตามที่คาดการณ์ เพราะสต็อกน้ำตาลทรายในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันจะเกิดปัญหาทางการเมืองและยังไม่มีรัฐบาลชุดใหม่ แต่กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารยังทำงานร่วมกับสถาบันอาหาร และกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และคุณภาพอาหาร บรรจุภัณฑ์ โดยอยู่ระหว่างดำเนินโครงการอุทยานอาหารภาคเหนือ (Northern Food Valley) มีโรงงานอาหารเข้าร่วม 20 แห่ง และจะดำเนินโครงการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้และภาคกลางภายในปีนี้ โดยปัจจุบันผู้ประกอบการพบอุปสรรคด้านต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และปัญหาค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มขึ้น

สำหรับยอดการส่งออกอาหารในรอบ 11 เดือนของปี 2556 ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ย.ของสถาบันอาหาร พบว่ามีมูลค่า 8.41 แสนล้านบาท ขณะที่การส่งออกทั้งปีคาดว่าจะอยู่ในระดับ 9.13 แสนล้านบาท หรือลดลง 6% ซึ่งเป็นผลจากปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เงินบาทแข็งค่าในช่วงต้นปี วัตถุดิบกุ้งลดลงจากโรคตายด่วน(EMS) ความต้องการและราคาน้ำตาลในตลาดโลกลดลง รวมทั้งความต้องการไก่แปรรูปในตลาดยุโรปลดลงและมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น

ส่วนสินค้าส่งออกสำคัญ 10 ประเภท คือ น้ำผักผลไม้เพิ่มขึ้น 15.3% มันสำปะหลังเพิ่มขึ้น 9.5% เครื่องปรุงรสเพิ่มขึ้น 6.8% ทูน่ากระป๋องลดลง 1% ข้าวโพดหวานปรุงแต่งลดลง 3.9% สับปะรดกระป๋องลดลง 4% ข้าวลดลง 5.4% ไก่ลดลง 6% น้ำตาลทรายลดลง 12.4% และกุ้งลดลง 38.3% และตลาดส่งออกที่สำคัญคือเอเชีย 59.6% รองลงมาคือ อเมริกาเหนือ 13.2% และยุโรป 12.8%