โบรกดึงรายใหญ่เทรดนอกชูยิลด์10%

โบรกดึงรายใหญ่เทรดนอกชูยิลด์10%

บล.กิมเอ็งหวังสัดส่วนลูกค้าลงทุนต่างประเทศขยับเท่าตัว ประเมินวอลุ่มเฉลี่ยตลาดหุ้นไทยปีนี้ 3.5 หมื่นล้าน เชื่อตลาดหุ้นซบยาวหากการเมืองไม่จบ

นางบุญพร บริบูรณ์ส่งศิลป์ กรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) MBKET กล่าวว่าแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปัจจุบันมีความน่าสนใจน้อยลง และลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชะลอการลงทุน แต่กลับหันมาให้ความสนใจที่ไปลงทุนในตลาดต่างประเทศแทน โดยเฉพาะในตลาดยุโรปและสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจะให้ผลตอบแทนประมาณ 10% โดยควรจะเป็นการลงทุนระยะกลางถึงยาวมากกว่าเก็งกำไร อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าสัดส่วนลูกค้ารายใหญ่ที่จะซื้อขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพราะตอนนี้มีลูกค้าแสดงความสนใจเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

"ตอนนี้ลูกค้าให้ความสนใจกับการลงทุนต่างประเทศ เพราะเป็นตลาดที่น่าสนใจ ขณะที่ได้ชะลอลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะมองว่าสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองอาจจะยืดเยื้อ ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนคงจะลดลงไปด้วย และบริษัทได้ประเมินวอลุ่มการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันน่าจะอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท"

นายชัยภัทร ศรีวิสารวาจา ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ซีมิโก้ (ZMICO) กล่าวว่า บริษัทได้รายงานผลการดำเนินงานก่อนตรวจสอบสิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค. 2556 ดังนี้ บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 5.6 ล้านบาท เทียบกับผลการดำเนินงานไตรมาสที่4/2555 มีผลกำไรสุทธิ 45.7 ล้านบาทกำไรลดลง 51.3 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานตามงบการเงินรวมก่อนตรวจสอบสำหรับไตรมาสที่สี่ลดลง เนื่องจากบริษัทมีรายได้รวมลดลง 39 ล้านบาท เพราะไตรมาส4 ปีนี้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองทำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในหลักทรัพย์ เช่นเดียวกับงานวาณิชธนกิจ ลูกค้าเลื่อนการทำงานออกไป ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ จำกัด มีรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าลดลง 92 ล้านบาท, รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจลดลง 38 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 77 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน สำหรับกำไรจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ลดลง 27 ล้านบาท เนื่องจากไตรมาสที่สี่ปีก่อนมีกำไรจากการขายหน่วยลงทุน 26 ล้านบาทและมีขาดทุนจากเงินลงทุน 1 ล้านบาท

นอกจากนี้รายได้ค่าบริการงานวิจัยรับจากบริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท คิดเป็น 65% เนื่องจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท

ส่วนผลการดำเนินงานงวดปี2556 เทียบกับปี2555 บริษัทมีผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 127.2 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนมีกำไรสุทธิ 98.7 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 28.5 ล้านบาท คิดเป็น 29% เนื่องจากบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทหลักทรัพย์ เคทีซีมิโก้ เพิ่มขึ้น 62 ล้านบาท แต่กำไรจากการขายหลักทรัพย์ลดลง 20 ล้านบาทและรายได้ประเภทอื่นลดลงรวม 2 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท เกิดจากค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายประเภทอื่นลดลงรวม 2 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 2 ล้านบาท จากการปรับลดอัตราภาษีเงินได้จาก23%เป็น 20%ในปี 2556