ธปท.เกาะติดการเมือง ผวารุนแรงบาท'ป่วน'

ธปท.เกาะติดการเมือง ผวารุนแรงบาท'ป่วน'

ธปท.ยังไม่วางใจค่าเงินบาท จับตาสถานการณ์การเมืองใกล้ชิด ยอมรับความขัดแย้งการเมืองส่งผลค่าเงินบาท แม้ในเดือนม.ค. เงินบาทต่อดอลลาร์ยังทรงตัว

การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มอ่อนค่าตั้งแต่ปลายปี 2556 นอกจากได้รับแรงกดดันจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ยังได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศอย่างเห็นได้ชัด

ขณะนี้ สถานการณ์การเมืองยังไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายลง ในขณะที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งหลายความเห็นกังวลว่าอาจจะเกิดสถานการณ์รุนแรงขึ้น หลังจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดการปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าปัญหาการเมืองในขณะนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองมีผลต่อค่าเงินบาทอยู่บ้าง เนื่องจากในช่วงเดือนธ.ค. 2556 ซึ่งเป็นช่วงที่การเมืองเริ่มตึงเครียดมากขึ้น ช่วงนั้นเงินบาทไทยก็อ่อนค่าลงไปค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค

แต่ถ้าดูเฉพาะเดือนม.ค. นี้ จะเห็นว่าการเคลื่อนไหวของเงินบาทค่อนข้างนิ่ง ซึ่งอาจเป็นเพราะสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก และนักลงทุนก็พอจะรับข่าวไปบ้างแล้ว

"ณ วันนี้ ยังไม่เห็นผลกระทบที่รุนแรงอะไร แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะนักลงทุนเองก็คงกำลังจับตาดูเราอยู่ เราเองก็ควรต้องระวังตัวเองเอาไว้ ยังไม่สามารถวางใจได้เต็มที่"นางรุ่ง กล่าว

ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์อ่อนค่าต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยในวันที่ 1 ม.ค. อยู่ที่ 32.70 และในระหว่างเดือนม.ค. อ่อนค่ามากสุดที่ 33.07 โดยวานนี้ (29 ม.ค.) ปิดที่ 32.90 บาทต่อดอลลาร์

"สถานการณ์ของไทยในตอนนี้ ไม่เหมือนกับปี 2540 โดยเศรษฐกิจเราไม่ได้มีความเปราะบาง เพราะเราไม่ได้ดำเนินนโยบายการเงินที่ไปบิดเบือนกลไกตลาด โดยจะเห็นว่าเราปล่อยให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด จึงไม่มีการสะสมความไม่สมดุล ดังนั้นโอกาสที่เงินบาทจะปรับตัวอย่างรุนแรงจึงไม่มี"นางรุ่ง กล่าว

ส่วนปัญหาในตลาดเกิดใหม่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นางรุ่ง กล่าวว่า การอ่อนค่าลงอย่างฮวบฮาบของค่าเงินหลายประเทศในตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินานั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทของไทยมากนัก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีภูมิคุ้มกันที่ค่อนข้างดี

มั่นใจพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง

นางรุ่ง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยไม่ได้เผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด โดยจะเห็นว่าประเทศที่มีปัญหาเรื่องค่าเงินส่วนใหญ่ เป็นประเทศที่ประสบกับปัญหาเงินเฟ้อที่อยู่ระดับสูง และมีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ต่ำกว่า 3% ในขณะที่เศรษฐกิจไทย เงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ต่ำมาก และดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2556 ที่ผ่านมา ก็คาดว่าจะอยู่ใกล้จุดสมดุล

นางรุ่ง กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเอง ของไทยก็อยู่ในระดับที่สูงมาก โดยระดับเงินสำรองฯ ต่อหนี้ระยะสั้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 300% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่อยู่ระดับ 260% และสูงกว่าของอาร์เจนตินาที่อยู่ระดับ 160%

"นอกจากเงินสำรองระหว่างประเทศของเราที่สูงแล้ว สถาบันการเงินของไทยเองก็มีความแข็งแกร่งด้วย โดยมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ค่อนข้างมาก ทำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงกว่า 16.6% โดยสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของแบงก์ชาติกว่า 2 เท่า"นางรุ่ง กล่าว

เชื่อปัญหาอาร์เจนตินา-ตุรกีส่งผลจำกัด

สำหรับค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินา อ่อนค่าลงค่อนข้างมากในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากทั้งปัจจัยภายในประเทศ และปัจจัยจากภายนอกประเทศ โดยในส่วนของปัจจัยภายนอกประเทศเป็นเรื่องที่ เฟด ปรับลดขนาดของมาตรการคิวอีลง และการที่เศรษฐกิจชะลอตัวลงแรงกว่าที่คาด ก็ส่งผลกระทบต่อค่าเงินของอาร์เจนตินาเองด้วย

ส่วนปัจจัยภายในประเทศนั้น เนื่องจากอาร์เจนตินามีปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจมานานแล้ว และที่ผ่านมาอาร์เจนตินาก็เน้นดูแลอัตราแลกเปลี่ยนที่เข้มข้นมากเกินไป ทำให้ค่าเงินไม่ได้สะท้อนพื้นฐานเศรษฐกิจที่แท้จริง ประกอบกับเงินสำรองระหว่างประเทศของอาร์เจนตินาที่ใช้ในการดูแลค่าเงินก็ปรับลดลงอย่างมาก โดยลดจากระดับ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ เหลือไม่ถึง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ และอาร์เจนตินา ยังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่สูง รวมถึงขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่องด้วย ทั้งหมดนี้จึงเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินเปโซ

"ถามว่าเรื่องที่เกิดกับอาร์เจนตินาจะขยายวงออกไปหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะประเทศที่ค่าเงินถูกกดดัน อย่างทั้งอาร์เจนตินา หรือตุรกี นั้น ปีที่ผ่านมาก็โดนแรงกดดันในเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยจะเห็นว่าค่าเงินของประเทศเหล่านี้เมื่อปีที่ผ่านมา ก็อ่อนค่าลงไปมาก จึงเป็นกลุ่มประเทศที่ต่างชาติจับตาดูอยู่แล้ว และเชื่อว่านักลงทุนมีการแยกแยะว่าประเทศไทยพื้นฐานเศรษฐกิจเป็นอย่างไร"นางรุ่ง กล่าว

เงินเอเชียแข็งค่ารับตุรกีขึ้นดอกเบี้ย

สำหรับค่าเงินในเอเชียวานนี้ แข็งค่าขึ้น โดยเงินวอนนำสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย ขณะที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางตุรกีช่วยคลายความกังวลในตลาดเกิดใหม่ หลังจากที่เกิดภาวะปั่นป่วนหลายวัน

ธนาคารกลางตุรกีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามอินเดียเมื่อวานนี้ โดยปรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทข้ามคืนขึ้น 4.25% สู่ระดับ 12%

ค่าเงินลีร์ของตุรกีแข็งค่าต่อเนื่อง โดยขยับสู่ระดับ 2.166 ต่อดอลลาร์ หลังจากที่ธนาคารกลางตุรกีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทุกประเภทในการประชุมนโยบายฉุกเฉินเมื่อคืนนี้เพื่อปกป้องค่าเงินลีร์

ทั้งนี้ ค่าเงินลีร์อยู่ที่ 2.18 ต่อดอลลาร์ หลังการตัดสินใจของธนาคารกลาง จากระดับ 2.25 ในช่วงท้ายตลาด หลังจากที่แตะระดับ 2.39 เมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งล่าสุด อันเนื่องจากความวิตกของนักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพทางการเมืองในตุรกี และมาตรการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ

นอกจากนี้ ค่าเงินวอนยังได้แรงหนุนจากข้อมูลผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นมากเกินคาด และยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงเป็นประวัติการณ์ของเกาหลีใต้ ซึ่งการแข็งค่าของวอนช่วยหนุนดอลลาร์ไต้หวันด้วย

ริงกิตพุ่งขึ้นจากแรงซื้อของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ในต่างประเทศ และแรงซื้อริงกิต/ดอลลาร์สิงคโปร์

ชี้เอเชียยังเสี่ยงเงินไหลออก

สโกเทียแบงก์ ระบุว่า ธนาคารกลางส่วนใหญ่ของเอเชียไม่มีแนวโน้มที่จะคุมเข้มนโยบายการเงิน เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าในภูมิภาค และการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงอีก

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ระบุว่า สกุลเงินในภูมิภาคกำลังเผชิญกับอุปสรรค ซึ่งมีความเสี่ยงที่สำคัญต่อสกุลเงินเอเชียจากการไหลออกของกระแสเงินทุน, การเคลื่อนไหวของดอลลาร์ และโอกาสที่จะเกิดความตื่นตระหนกในภูมิภาค

แรงเทขายในตลาดหุ้นเกิดใหม่ ทำให้สกุลเงินเอเชียร่วงลง ขณะที่นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และภาวะชะลอตัวของจีน