เลือกตั้ง 2 ก.พ.ตำรวจทุ่ม 2 แสนนาย

เลือกตั้ง 2 ก.พ.ตำรวจทุ่ม 2 แสนนาย

เลือกตั้ง 2 ก.พ.ตำรวจทุ่ม 2 แสนนาย "1,450 ชุดเคลื่อนที่เร็ว" ป้องกันปะทะ

ปฏิบัติตาม สปอตไลท์นับจากนี้จึงฉายจับไปที่หน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะตำรวจ ที่ต้องเป็นหน่วยหลักในการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง เพราะเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลให้ความไว้วางใจสูงสุด

ผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง คือ พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.)

ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับวันเลือกตั้งที่อยู่ในมือ พล.ต.ท.อำนาจ ซึ่งกลายเป็นโจทย์ข้อยากในการรักษาความสงบเรียบร้อย คือ มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศมากถึง 93,535 หน่วย กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของ 77 จังหวัด

สถานการณ์ขัดขวางการเลือกตั้ง ชัดเจนว่าจะมีในพื้นที่ที่มีการชุมนุมของ กปปส. คือ กรุงเทพฯ และพื้นที่ 10 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งถูกกำหนดเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ

พล.ต.ท.อำนาจ อธิบายถึงแผนรักษาความสงบเรียบร้อยตามที่วางไว้ว่า ได้เตรียมแผนเผชิญเหตุและมีมาตรการด้านกฎหมายรองรับ โดยใช้กำลังตำรวจกว่า 2 แสนนาย ในจำนวนนี้เป็นตำรวจชั้นสัญญาบัตรกว่า 5 หมื่นนาย พร้อม "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" ระดับสถานี (โรงพัก) 1,450 ชุด นอกจากนั้นยังมี "ชุดเคลื่อนที่เร็ว" ระดับกองกำกับการและกองบังคับการอีกจำนวนหนึ่ง

"เรียกได้ว่าเราทุ่มกำลังแบบหมดหน้าตักในการดูแลการเลือกตั้งครั้งนี้ให้เป็นไปโดยสงบ ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการนั้นต้องทำความเข้าใจว่าหน้าที่จัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของ กกต. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเปิดให้ลงคะแนน หรือปิดหน่วยเลือกตั้ง จะใช้การพูดคุยเจรจาอย่างสันติเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง ส่วนการวางกำลังก็จะประเมินตามสถานการณ์แต่ละพื้นที่ ซึ่งตอนนี้เราได้กระจายกำลังอย่างทั่วถึง พื้นที่เสี่ยงก็จะเพิ่มตำรวจเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย สายตรวจ หน่วยเคลื่อนที่เร็ว"

"จากการประเมินสถานการณ์เชื่อว่าจะไม่มีเหตุรุนแรง เพราะหน่วยเลือกตั้งมีจำนวนมาก ทำให้กลุ่มผู้ที่จะขัดขวางการเลือกตั้งต้องกระจายกำลัง หากกลุ่มผู้ขัดขวางการเลือกตั้งมีน้อยกว่าผู้ที่ไปใช้สิทธิ์ ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร คนส่วนน้อยไม่สามารถบังคับคนส่วนใหญ่ได้ เปรียบเหมือนมีน้ำ 10 ถัง เท 1 พันที่ กับมีน้ำ 20 ถังเท 3 ที่ หน้าที่ของตำรวจคือจะดูแลปกป้องประชาชนที่ไปใช้สิทธิ์ให้สามารถใช้สิทธิ์ได้"

ส่วนการป้องกันเหตุปะทะกันนั้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. บอกว่า มีความเสี่ยงในเขตปริมณฑล จึงต้องเตรียมการป้องกัน และชุดเคลื่อนที่เร็วจะเข้าไปคลี่คลายหากเกิดเหตุขึ้น ขณะที่การรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งเมื่อออกจากโรงพิมพ์ไปยังสำนักงานไปรษณีย์ต่างๆ ทางตำรวจจะมีแผนในการรักษาความปลอดภัยให้กับบัตรและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเคลื่อนย้ายบัตรเลือกตั้งไปยังที่รวมบัตร จากนั้นจะกระจายไปยังสำนักงานการเลือกตั้งเขตต่างๆ ขณะนี้ก็ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปส่วนหนึ่ง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในส่วนภาคใต้ยังมีบัตรที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งค้างอยู่ที่ไปรษณีย์ชุมพร ทุ่งสง (จ.นครศรีธรรมราช) และหาดใหญ่ (จ.สงขลา) บัตรส่วนใหญ่ก็จะใช้ในการเลือกตั้งในจังหวัดภาคใต้