แหล่งเลี่ยงภาษีดึงเงินลงทุนจากต่างชาติ

แหล่งเลี่ยงภาษีดึงเงินลงทุนจากต่างชาติ

หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ได้เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมากกว่าตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียกับบราซิลรวมกัน

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนาหรืออังค์ถัด เผยข้อมูลเบื้องต้นที่ระบุว่า เมื่อปีที่แล้วหมู่เกาะบริติชเวอร์จินได้เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือเอฟดีไอมากกว่าตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียกับบราซิลรวมกัน

หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ซึ่งเป็นแหล่งเลี่้ยงภาษี ไต่อันดับขึ้นมาอย่างรวดเร็วในฐานะปลายทางของการลงทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ด้วยเม็ดเงินจากต่างชาติ 92,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ขณะที่สหรัฐ ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ 159,000 ล้านดอลลาร์

ส่วนจีน ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก ได้เม็ดเงินลงทุน 127,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับรัสเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันและโลหะรายใหญ่ ได้เงินลงทุนจากต่างชาติมากกว่าหมู่เกาะบริติชเวอร์จินเพียง 2,000 ล้านดอลลาร์

บราซิลกับอินเดียได้รับเอฟดีไอ 63,000 ล้านดอลลาร์ และ 28,000 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ

สำหรับประเทศส่วนใหญ่แล้ว การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติส่วนใหญ่ประกอบด้วยการที่บริษัทต่าง ๆ ใช้จ่ายเงินในรูปของการเข้าถือครองกิจการและโครงการลงทุนใหม่ ๆ แต่สำหรับหมู่เกาะบริติชเวอร์จินแล้ว เงินส่วนใหญ่มีการโอนเข้าและออกอย่างรวดเร็ว หรือมีการนำเงินสดไปเข้าบัญชีบริษัทขนาดใหญ่ และจะมีบริษัทการเงินที่ทำหน้าที่ดูแลด้านการเงินและบัญชีของบริษัทเหล่านี้ ที่โอนรายได้จากสาขาในประเทศที่เก็บภาษีในอัตราสูง มายังหมู่เกาะแห่งนี้

ทั้งนี้ กระแสการลงทุนจากต่างชาติของหมู่เกาะบริติชเวอร์จินเพิ่มขึ้น 40% จากปีก่อนหลังจากวิกฤติเศรษฐกิจทำให้หลายประเทศเริ่มกวาดล้างการเลี่ยงภาษี อย่างไรก็ตาม ความเฟื่องฟูด้านการลงทุนอาจไม่ดำเนินไปในระดับนี้ เพราะผู้ดูแลกฎระเบียบของประเทศต่าง ๆ พยายามสกัดกระแสเงินทุนเลี่ยงภาษี