'โอบามา'ประกาศปี 57 พร้อมลุยเดี่ยว

'โอบามา'ประกาศปี 57 พร้อมลุยเดี่ยว

"โอบามา"ท้าทายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คอยขัดขวางระบุหากไม่อยากทำงานร่วมกันก็พร้อมลุยเดี่ยว

นายบารัก โอบามาประธานาธิบดีแห่งสหรัฐ ท้าทายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คอยขัดขวางว่า หากไม่อยากทำงานร่วมกัน เขาก็พร้อมที่จะลุยเดี่ยว

การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของนายโอบามาเริ่มต้นขึ้นเมื่อหนึ่งปีก่อน ด้วยคำสัญญาหนักแน่นถึงการปฏิรูปอย่างก้าวหน้า แต่เขากลับต้องยุ่งยากกับการต่อสู้กันในสภาคองเกรส

ผู้นำสหรัฐประกาศว่า เขากระหายที่จะทำงานกับทุกคน แต่อเมริกาแม้กระทั่งตัวเขาไม่สามารถหยุดนิ่งได้ ไม่ว่าที่ไหนหรือเมื่อใดที่เขาสามารถเดินหน้าโดยไม่ต้องอาศัยการออกกฎหมาย ในการขยายโอกาสสำหรับครอบครัวชาวอเมริกันจำนวนมาก เขาจะทำทันที

ในความพยายามแสวงหาแรงหนุนทางการเมือง นายโอบามาวางวาระนโยบายใหม่ในการแถลงนโยบายประจำปีเมื่อเช้าวานนี้ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งคล้ายกับนโยบายชุดเก่าอย่างมาก ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่วิธีการที่เขาจะสร้างความเปลี่ยนแปลง นายโอบามาแถลงว่า เขาจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเดินหน้านโยบาย หากไม่สามารถหาความร่วมมือออกกฎหมายจากสภาคองเกรสได้

ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน "นายอัลลัน ลิชท์แมน" กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐเผชิญหน้ากับสิ่งท้าทายที่น่ากลัวมากหลายประการ และเขาจำเป็นต้องประคองสถานะประธานาธิบดี ที่ตกต่ำลงมากในช่วงที่ผ่านมา

ท่ามกลางความไม่พึงพอใจ นายโอบามาให้คำมั่นว่าจะใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีแม้ ส.ส. จะไม่ให้ความร่วมมือ

สภาคองเกรสต้องเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ทำให้การทำงานร่วมกันกับประธานาธิบดีมีโอกาสสำเร็จน้อยลงกว่าเดิม จากผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของแกลลัพระบุว่า ชาวอเมริกัน 41% เห็นชอบผลงานในฐานะประธานาธิบดีของนายโอบามา แต่อีก 50% ไม่อาจยอมรับได้ ความท้าทายถูกแสดงให้เห็นจากการที่ในปีที่ผ่านมาไม่มีการปฏิบัติจริงแม้แต่ในนโยบายสำคัญ

หนึ่งปีก่อน นายโอบามาประกาศว่าจะออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืน หลังเกิดเหตุสังหารหมู่ในโรงเรียนประถมในรัฐคอนเนตทิคัตเมื่อเดือนธันวาคม 2555 แต่แม้จะได้รับเสียงปรบมือยาวนานจากสมาชิกสภาคองเกรสในการแถลงนโยบายประจำปี แต่ความพยายามกลับล้มเหลวเมื่อคองเกรสไม่เห็นชอบ ส่วนเรื่องการปฏิรูปการเข้าเมืองเพื่อให้สัญชาติแก่ผู้ลักลอบเข้าเมืองหลายล้านคน ประเด็นนี้ผ่านวุฒิสภาแต่หยุดชะงักอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร

ถึงปีนี้ นายโอบามากล่าวว่าเขาจะใช้คำสั่งของฝ่ายบริหารทำนโยบายที่แถลงไว้ให้ประสบความสำเร็จ คำสั่งประธานาธิบดีเปิดช่องให้เขาบัญชาการภายในขอบเขตอำนาจได้ แต่ไม่อนุญาตให้ออกกฎหมายใหม่

อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ทำให้นายโอบามาทำงานให้สำเร็จได้น้อยกว่าการลงนามในกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากคองเกรส เช่น นโยบายสำคัญอันหนึ่งคือการเรียกร้องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งเขาไม่สามารถขึ้นค่าจ้างให้กับคนงานทั้งหมดได้หากคองเกรสไม่อนุมัติ เขาทำได้เพียงลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้กับลูกจ้างรัฐบาลกลางรายใหม่เท่านั้น

ประธานสภาผู้แทนราษฎร "นายจอห์น เบเนอร์" เห็นด้วยการกับการขึ้นค่าจ้างลูกจ้าง แต่ตั้งคำถามว่าน่าจะทำอย่างอื่นได้มากกว่านี้โดยการออกกฎหมายผ่านคองเกรส

นายเบเนอร์กล่าวว่า ส.ส.รีพับลิกันจะจับตาดูอย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ประธานาธิบดีจะจริงใจต่อการบริหารงานภายใต้กฎหมาย ตามที่ได้สาบานตนไว้หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญคือพื้นฐานการปกครองของประเทศ และเราไม่ควรทำให้ตกอยู่ในอันตราย