ก๊อปปี้ไรเตอร์ออกเที่ยว

ก๊อปปี้ไรเตอร์ออกเที่ยว

เมื่อถึงเวลาที่จะทำตามฝัน ‘มาร์ก แวน เดอ เฮย์เดน’ ขอเที่ยวรอบโลกด้วยงบประมาณสุดเก๋ เอาความคิดสร้างสรรค์เข้าแลก

เที่ยวรอบโลก ถือเป็นหนึ่งในความฝันของคนหลาย ๆ คน แต่งบประมาณก้อนโตที่ต้องใช้ คงไม่ใช่ทุกคนจะทำตามฝันได้ มาร์กก็เช่นกัน

“ผมตั้งเป้าอยากจะเที่ยวรอบโลก แต่งบประมาณไม่พอ” มาร์ก แวน เดอ เฮย์เดน ก๊อปปี้ไรเตอร์หนุ่มจากเนเธอร์แลนด์ กล่าว

แต่ด้วยความเป็นนักคิด เขามองหาทางออกที่จะก้าวข้ามข้อจำกัด โดยนำจุดเด่นในอาชีพก๊อปปี้ไรเตอร์และความอยากที่จะเที่ยวทั่วโลกมาผสมผสานกลายเป็นการท่องเที่ยวที่ใช้จ่ายด้วยความคิดสร้างสรรค์

“ที่พักและอาหารถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักสำหรับการท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ หากเข้าไปทำงานในบริษัทหรือหน่วยงานในพื้นที่นั้นๆ แลกที่พักและอาหาร ก็ถือว่าตอบโจทย์ ได้ทำงานใช้สมองด้วย ได้เที่ยวด้วย” ก๊อปปี้ไรเตอร์หนุ่มวัย 28 ปีกล่าว

โครงการ The Backpack Intern จึงเริ่มขึ้นย้อนไปเมื่อ 1 ปีก่อน โดยมาร์กได้พูดคุยปรึกษากับเพื่อนฝูงในวงการครีเอทีฟ เพื่อหาช่องทางที่จะทำงานแลกที่พักและอาหารในประเทศต่างๆ

ประเทศไทยถือเป็นประเทศแรกสำหรับมาร์ก เพราะนอกจากค่าครองชีพถูก มีงานพร้อมรอรับแล้ว ยังเป็นฮับของสายการบินที่จะทำให้มีไฟล์ทมากมายให้เลือกในราคาไม่แพง สามารถไปต่อประเทศต่างๆ ได้

เขาเดินทางมาไทยในวันที่ 14 มกราคม 2557 ก่อนที่จะเข้าทำงานกับองค์กรนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) 2 วัน ต่อด้วยเข้าทำงานที่ McCann Worldgroup ของไทยอีก 3 วัน โดยเข้าร่วมทีมครีเอทีฟไดเรคเตอร์ของแมคแคนเสนอไอเดียให้กับลูกค้าเชฟโรเลต

“ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมากในการร่วมงานกับแมคแคน จากที่เคยคิดเอาไว้จากประสบการณ์การทำงาน 6 ปีว่า ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ไม่มีพรมแดน แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้ก็คือ ความเป็นจริงมีเรื่องของวัฒนธรรม การดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่นเดียวกับตลาดของไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การคิดงานหรือออกไอเดียก็ต้องแตกต่าง”

การใช้เวลาในแต่ละที่เพียง 2-3 วัน มาร์กมองว่า เพียงพอต่อประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ได้รับ แม้ว่า ตัวเขาเองไม่ได้ตั้งเป้าว่า จะไปทำงานแต่ละที่ใช้เวลากี่วัน แต่จะพยายามให้หลากหลาย เพื่อให้ได้ท่องเที่ยวไปหลายๆ ที่

“ผมไม่มีหลักในการเลือกงาน ไม่ว่าจะเป็นงานเอเยนซี่ งานโฆษณา หรืองานการกุศล เช่น การสร้างฝายที่เบลีซ ขอเพียงมีที่พักและอาหาร ส่วนการติดต่อเข้าทำงานนั้นมีทั้งแบบที่เราสมัครผ่านอีเมล์ และบริษัทต่าง ๆ ที่เริ่มเห็นโครงการนี้ เสนองานเข้ามากว่า 100 แห่งทั่วโลก”

บางที่ก็มีการพูดคุยไว้แล้วเช่นที่ DDB ซานฟรานซิสโก ก็นำเสนองานในช่วงเดือนเมษายน แต่บางประเทศ มาร์กมองว่า จะเข้าไปก่อน แล้วค่อยมองหางาน หลังจากนี้ เขาวางแผนที่จะพักผ่อนโดยเดินทางไปเกาะบางแห่งในไทย ก่อนที่จะเดินทางไปประเทศต่อไป ซึ่งตอนแรกตั้งเป้าจะไปที่ประเทศกัมพูชาต่อ แต่ก็มีงานน่าสนใจจากไต้หวันและสิงคโปร์เสนอมา จึงอยู่ระหว่างการตัดสินใจ

แต่ประเทศที่มาร์กอยากที่จะไปที่สุดคือ ญี่ปุ่น แดนซามูไรที่เคยได้ฟังประสบการณ์สนุกๆ จากเพื่อนที่ไปมา และเห็นว่า เมื่อกลับมาเหมือนได้ชาร์จแบต จึงอยากที่จะไปลองดูประเทศ ดูวัฒนธรรมที่แตกต่าง

“นอกจากการได้เที่ยวตามที่ตั้งเป้าไว้ สิ่งที่ตัวเองจะได้คือ การพัฒนาตนเอง เพิ่มพูนทักษะ และประสบการณ์ชีวิต”

เขามองว่า อย่างน้อย โครงการ The Backpack Intern จะจุดประกายให้ทำในสิ่งที่อยากจะทำ หรือสิ่งที่หวังแต่ไม่คิดว่าจะทำได้ เพราะเขาเองก็ได้แรงบันดาลใจนี้มาจากสาวเมืองซานฟรานซิสโกที่พบในงานโกลด์ ไลออนส์ในเมืองคานส์ ฝรั่งเศส ซึ่งเธอก็คือเจ้าของไอเดีย 52 Cups of Coffee” ที่จะดื่มกาแฟ 1 แก้วกับคน 1 คน 1 สถานที่ พูดคุยเพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตและสิ่งที่เธอได้เรียนรู้จากคนๆ นั้น

ก๊อปปี้ไรเตอร์หนุ่มรายนี้ เลือกที่จะมองหาประสบการณ์ชีวิตจากทุกมุมทั่วโลก โดยที่ตัวเขาเองยังไม่กำหนดว่า โครงการนี้จะจบลงเมื่อไหร่ แต่เมื่อใดที่เขารู้สึกอิ่มตัวหรืออยากที่จะตั้งรกรากที่ใดในโลกนั่นคือ บทสุดท้ายของ The Backpack Intern และติดตามการเดินทางเขาได้ใน http://thebackpackerintern.com