ธปท.จับตาผลประชุมเฟด

ธปท.จับตาผลประชุมเฟด

ธปท.จับตาผลประชุมเฟด ระบุเงินบาทยังเคลื่อนไหว 2 ทิศทาง ยันติดตามสถานการณ์ในประเทศต่อเนื่อง แม้ไทยจะมีภูมิคุ้มกันแข็งแกร่ง

นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ยังคงติดตามผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าจะมีการลดทอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ QE เพิ่มเติมจาก 75,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/เดือนหรือไม่ หลังจากตลาดคาดว่ามีแนวโน้มจะลดลงอีก 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/เดือน ทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวได้ทั้งแข็งและอ่อนค่า 2 ทิศทาง

ทั้งนี้ ค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมาบางช่วงอ่อนค่าเร็วกว่าเงินสกุลภูมิภาค เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองในประเทศ แต่ในช่วงเดือน ม.ค.57 เงินบาทเคลื่อนไหวในช่วงแคบๆ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญและยังไม่มีปัจจัยใหม่มากดดันเพิ่มเติม ดังนั้น ธปท.จึงปล่อยให้เงินบาทเคลื่อนไหวไปตามกลไกตลาดอย่างมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ตาม ผลจากการลด QE ทำให้มีการถอนเงินทุนออกจากตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะอาร์เจนติน่า ตุรกี และอินโดนีเซีย หรือประเทศที่มีปัญหาขาดดุลทั้งจากการบัญชีเดินสะพัดและการขาดดุลการค้า เช่นที่นำไปสู่การลอยตัวค่าเงินเปโซของอาร์เจนติน่า จึงทำให้เกิดข้อกังวลว่าจะเกิดปัญหาต่อตลาดเกิดใหม่ในประเทศอื่นเช่นกัน

โฆษก ธปท.กล่าวว่า ค่าเงินบาทกับค่าเงินเปโซมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน โดยเงินบาทไทยมีความยืดหยุ่นสูง มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 2.8 เท่า สถาบันการเงินมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงถึง 16.6% และ ธปท.ไม่มีนโยบายบิดเบือนกลไกตลาดการเงิน ดังนั้นมั่นใจได้ว่าเงินบาทไทยจะไม่เกิดปัญหาอย่างอาร์เจนติน่า อีกทั้งดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยยังขาดดุลเพียงเล็กน้อยไม่เกิน 1% ของ GDP ในปี 56 ประกอบกับเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำที่ 1.7%

แต่ ธปท.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยยังคงต้องติดตามปัญหาของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อย่างใกล้ชิด แม้ไทยจะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งก็ตาม