โลกสวยด้วยพลังแห่งเสื้อผ้า ซีเอสอาร์'ยูนิโคล่'

โลกสวยด้วยพลังแห่งเสื้อผ้า 

ซีเอสอาร์'ยูนิโคล่'

ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าอันดับ 4 ของโลก ยูนิโคล่ (UNIQLO) หยิบยกเอา"พลังแห่งเสื้อผ้า"นำมาสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อผู้คนในสังคม

ด้วยเป้าหมายต้องการ "สร้างโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น"

อย่างไรก็ดี ยูนิโคล่ ถือเป็นอีกองค์กรที่ให้น้ำหนักความสำคัญกับกลยุทธ์การบริหารแบบ Localization ..ไม่ว่าจะเชิงของธุรกิจหรือซีเอสอาร์ก็ตาม

"คนไทยย่อมรู้จักคนไทยดีที่สุด" มร.ทาคาฮิโร นิชิมูระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ยูนิโคล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวย้ำถึงนโยบายขององค์กร

กิจกรรมซีเอสอาร์ของยูนิโคล่ ซึ่งปัจจุบันเปิดสาขาอยู่ทั่วโลก จึงมีความแตกต่างกันไปตามความต้องการที่แท้จริงของผู้คนที่อยู่ในแต่ละประเทศ ในแต่ละพื้นที่

และเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่ยูนิโคล่ได้เข้ามาสร้างสีสัน และเสียงตอบรับในประเทศไทย ตลอดจนได้ดำเนินกิจกรรมซีเอสอาร์ไปทั้งหมดจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการ UNISCHOLAR 2.โครงการสนับสนุนบุคคลพิเศษ และ 3.โครงการรีไซเคิล All-Product Recycling

สำหรับโครงการ UNISCHOLAR ถือเป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นโดย ยูนิโคล่ ประเทศไทย วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้การสนับสนุนนักศึกษาเรียนดีที่ต้องการความช่วยเหลือด้านการเงิน ในเวลานี้โดยยูนิโคล่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย นั่นคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการคัดเลือกและให้การสนับสนุนนักศึกษาที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี ปี 3 และ ปี 4

ทั้งนี้ได้มีการแบ่งโครงการนี้ออกเป็น 2 ส่วน ในส่วนแรกเป็นการมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวน และสนับสนุนค่าใช้จ่าย รวมแล้ว 24,000 บาทต่อเทอม ต่อคน และส่วนที่สอง เป็นเปิดโอกาสให้นักศึกษาในโครงการได้เข้าฝึกงานในฐานะพนักงานพาร์ทไทม์ที่ร้านยูนิโคล่ เพื่อเรียนรู้จากการทำงานจริง รวมทั้งได้รับโอกาสเข้าเป็นพนักงานประจำเมื่อเรียนจบ

ถามว่าทำไมจึงเป็น 3 มหาวิทยาลัยดังกล่าว? มร.ทาคาฮิโร ตอบว่า เนื่องจากช่วงเริ่มต้นในตลาดประเทศไทย ยูนิโคล่ได้อาศัยนักศึกษาที่จบจากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าร่วมในโปรแกรม Management Trainee กระทั่งพวกเขาเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่ช่วยขยับขยายสาขายูนิโคล่มาจวบถึงวันนี้ ส่วนกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็เป็นเพราะว่ายูนิโคล่ได้เปิดสาขาขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่

มร.ทาคาฮิโร กล่าวว่าในอนาคต โครงการ UNISCHOLAR จะมีการขยายความร่วมมือไปยังสถาบันการศึกษาต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะยูนิโคล่มีแผนจะขยายสาขาให้ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย

จะว่าไปแล้วโครงการนี้ยังถือเป็นการ "ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว" ของยูนิโคล่

เพราะนอกจากจะยืนยันในกลยุทธ์ localization ของยูนิโคล่แล้ว ก็ยังช่วยลดความท้าทายซึ่ง มร.ทาคาฮิโร กล่าวด้วยความกังวลว่า กำลังขาดแคลนคนและไม่สามารถสร้างคนได้ทันกับธุรกิจที่ก้าวเดินไปอย่างรวดเร็ว

เหนืออื่นใด แม้จะมีสโลแกนว่า Made for all หรือ เสื้อผ้าสำหรับทุกคน แต่ที่สุดแล้ว ยูนิโคล่ ยอมรับว่าได้มุ่งให้ความสำคัญกับคนหนุ่มสาวซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นใหม่ เพราะในเชิงธุรกิจเสื้อผ้า แฟชั่น คนกลุ่มนี้ย่อมมีอิทธิพล และเป็นผู้กำหนดทิศทางได้มากกว่าใครๆ

ส่วนโครงการให้การสนับสนุนบุคคลพิเศษ และ โครงการรีไซเคิล All-Product Recycling เป็นโครงการมุ่งมั่นทำตามเป้าหมายระดับโลก ซึ่งยูนิโคล่ ประเทศไทย มีนโยบายจะรับบุคคลพิเศษเข้าร่วมงานอย่างน้อย 1 คน ต่อ 1 สาขา ปัจจุบัน ยูนิโคล่ ประเทศไทยมีพนักงานที่เป็นบุคคลพิเศษ 3 คน ประจำที่สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว และสาขาพรอมเมนาดาเชียงใหม่

ขณะที่โครงการรีไซเคิลฯ นั้นเป็นการเชิญชวนลูกค้ามาร่วมกันแบ่งปันเสื้อผ้ายูนิโคล่ที่ไม่ใช้แล้วเพื่อมอบให้ผู้ที่ขาดแคลนเสื้อผ้าทั่วโลก ผ่านความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง UNHCR

มร.ทาคาฮิโร กล่าวว่า เนื่องจากในวินาทีนี้ชื่อชั้นของยูนิโคล่ในตลาดประเทศไทยยังนับว่าเป็น "น้องใหม่" จึงยังไม่อาจขับเคลื่อนธุรกิจหรือโครงการใดๆ ได้อย่างทรงพลัง แน่นอนรวมทั้งซีเอสอาร์ด้วย

ดังนั้นในปีนี้หรือในอนาคตอันใกล้ยูนิโคล่ ประเทศไทยจึงไม่มีแผนสำหรับซีเอสอาร์โครงการใหม่เพราะต้องการเดินหน้าต่อใน 3 โครงการเดิม..เพื่อสร้างผลลัพธ์ความสำเร็จและประโยชน์สูงสุดให้เกิดต่อชุมชนสังคมประเทศไทยนั่นเอง

------------------------------------------

7 เสาหลักกิจกรรมเพื่อสังคม

ปัจจุบันซีเอสอาร์ของยูนิโคล่ (ทั่วโลก) ดำเนินกิจกรรมผ่าน 7 เสาหลัก ได้แก่

1.เพื่อสังคม (For Community) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งแก่ชุมชน โดยยูนิโคล่ได้มอบเสื้อผ้าให้แก่ผู้คนในชุมชนต่างๆ และในปี 2553 ยูนิโคล่ได้ริเริ่มธุรกิจแบบใหม่ขึ้นในประเทศบังคลาเทศ โดยร่วมกับธนาคารกรามีน ก่อตั้งร้านเสื้อผ้าที่ผลิตโดยคนบังคลาเทศ จำหน่ายแก่คนบังคลาเทศ และกำไรทั้งหมดกลับคืนสู่บังคลาเทศ ภายใต้ชื่อ “กรามีนยูนิโคล่” (Grameen UNIQLO)

2.เพื่อเด็ก (For Kids) เพื่อช่วยให้เด็กๆ ทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง ผ่านการสนับสนุนกิจกรรมของยูนิเซฟ นอกจากนี้ ยูนิโคล่ยังร่วมกับ

ยอวัค ยอโควิช ดำเนินโครงการ Clothes for Smile ช่วยสร้างพลังให้แก่เด็กๆ ในทุกมุมโลก โดยยูนิโคล่ได้มอบยอดขายส่วนหนึ่งจากสินค้าฮีทเทคและอัลตร้า ไลท์ ดาวน์ เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับดำเนินโครงการมอบอนาคตในรูปแบบต่างๆ เช่น โครงการโรงพยาบาลเด็ก โครงการส่งเสริมให้เด็กผู้หญิงเล่นฟุตบอล โครงการส่งเสริมประสบการณ์การซื้อสินค้า และ โครงการห้องสมุด เป็นต้น

3.เพื่อนักเรียน (For Students) ให้การสนับสนุนผู้นำรุ่นต่อไป โดยมอบทุนการศึกษาด้านธุรกิจและแฟชั่นให้แก่นักเรียนที่มีศักยภาพ เช่น การก่อตั้งสมาคม Tomodachi-UNIQLO เพื่อสนับสนุนผู้นำญี่ปุ่นด้านธุรกิจและแฟชั่นรุ่นต่อไป ให้เข้าเรียนที่สถาบันชั้นนำ เช่น Stanford, Fashion Institute of Technology และ Parsons the New School for Design รวมทั้งสนับสนุนมหาวิทยาลัย Asian University for Women ในบังคลาเทศ เพื่อสร้างผู้นำหญิงในอนาคต

4.เพื่อบุคคลพิเศษ (For Those with Special Needs) ให้การสนับสนุนบุคคลพิเศษ ยูนิโคล่มุ่งมั่นสร้างสังคมที่เปิดกว้าง และแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของยูนิโคล่คือ คุนิเอดะ ชิงโก นักกีฬาวีลแชร์เทนนิสเหรียญทอง ยูนิโคล่ให้การสนับสนุนผู้ทุพพลภาพและบุคคลพิเศษอย่างต่อเนื่อง เช่น การให้การสนับสนุนการแข่งขันสเปเชียลโอลิมปิคอย่างครบวงจร ทั้งการสนับสนุนชุดแข่งขันของนักกีฬา เครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ รวมถึงสนับสนุนให้พนักงานอาสาเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครช่วยจัดงาน ยูนิโคล่ยังเปิดโอกาสให้บุคคลพิเศษเข้าร่วมทำงาน โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่อย่างน้อย 1 คน ต่อ 1 สาขา ในทุกประเทศที่ยูนิโคล่ดำเนินธุรกิจอยู่

5.เพื่อผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน (For Those with Immediate Need) เพื่อมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ผ่านการมอบเสื้อผ้าและเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ โครงการนี้ยูนิโคล่ร่วมมือกับ UNHCR (UN Human Commission for Refugees) เพื่อมอบเสื้อผ้าใช้แล้วให้แก่ผู้อพยพในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

6.เพื่อโลกของเรา (For the Planet) เพื่อรักษาโลกและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ผ่านโครงการรีไซเคิลเสื้อผ้าในร้านยูนิโคล่ทั่วโลก เพื่อนำไปมอบแก่ผู้ที่ต้องการเสื้อผ้าอย่างเร่งด่วน ยูนิโคล่ยังมุ่งมั่นจัดหาวัตถุดิบและแรงงานที่ถูกต้องตามหลักศีลธรรม รวมทั้งการลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายให้น้อยที่สุด ยูนิโคล่ได้ลงนามใน Zero Discharge Commitment เพื่อยุติการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายภายในปี 2020

7.เพื่อพนักงานและพาร์ทเนอร์ (For Employees and Partners) เพื่อทำให้พนักงานและพาร์ทเนอร์รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับยูนิโคล่ ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างยูนิโคล่ให้เป็นสถานที่ทำงานที่ยอดเยี่ยม ทั้งในแง่ของการสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ได้มาตรฐาน การพัฒนาทักษะและความสามารถของพนักงาน ไปจนถึงเปิดโอกาสให้พนักงานได้เข้าร่วมโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ของยูนิโคล่ เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมที่พวกเขาทำงานอยู่