'นิคม'ลั่นไม่กังวลถูกถอดถอนตำแหน่ง

'นิคม'ลั่นไม่กังวลถูกถอดถอนตำแหน่ง

"นิคม"ขอเลื่อนวันแจงป.ป.ช. ปมแก้รธน.ที่มาส.ว. อ้างข้อมูลไม่ครบเหตุกระทรวงต่างๆถูกม็อบปิด ลั่นไม่กังวลถูกถอดถอน

นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวภายหลังเข้าแก้ข้อกล่าวหาต่อป.ป.ช.ว่า จากที่ตนได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ครบกำหนดต้องเข้าชี้แจง โดยวันนี้ได้เตรียมเอกสารหลักฐานมาหมด เพียงแต่ขาดประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ ที่ตนได้ขอหนังสือไปทางกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงต่างๆเรื่องตัวเลขที่ต้องเข้าสู่การพิจารณาตามมาตรา 190 แต่ทางหลายกระทรวงถูกปิดไม่สามารถเข้าทำงานได้ ในวันนี้ตนจึงขอขยายเวลาแก้ข้อกล่าวหา 30 วันซึ่งจะครบกำหนดคือวันที่ 27 ก.พ. โดยการขอเลื่อนแก้ข้อกล่าวหาเพื่อที่จะได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาของป.ป.ช. ส่วนที่ขอเลื่อนทางป.ป.ช.ไม่ได้ติดใจอะไร ซึ่งถ้าไม่ให้เลื่อนวันนี้ตนก็พร้อมที่จะชี้แจง เพราะเตรียมเอกสารมาหมด

เมื่อถามว่าเมื่อถึงวันครบกำหนดขอขยายเวลาแก้ข้อกล่าวหา 30 วัน แต่ผู้ชุมนุมยังมีการปิดกระทรวงต่างๆอยู่เอกสารยังไม่ได้จะขอเลื่อนอีกหรือไม่ นายนิคม กล่าวว่า ถึงเวลาน่าจะได้เอกสาร ซึ่งถ้าได้ข้อมูล 80-90% ก็โอเคแล้ว โดยเมื่อถึงกำหนดวันจะเดินทางมาด้วยตัวเอง “น่าอยู่จะตายที่นี่”

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากให้ข้อมูลแล้วมั่นใจหรือไม่ว่าทางป.ป.ช.จะฟังคำชี้แจงจนแก้ข้อกล่าวหาได้ นายนิคม กล่าวว่า มั่นใจ เพราะเวลาชี้แจงเราไม่ได้ชี้แจงด้วยคำพูดที่ไร้ตรรกะ แต่เรามีทั้งหลักฐานเอกสาร คำพูด บันทึกรายงานการประชุม ซึ่งหลักฐานทั้งหมดก็จะตอบข้อกล่าวหาได้เป็นข้อๆ อย่างเช่น ที่กล่าวหาตนว่าไม่ให้ 57 คนพูดแต่ข้อเท็จจริงในวันนั้นตนเป็นประธานการประชุมได้อนุญาตให้พูด ซึ่งก็ได้มีการอภิปรายไป 23 คน จาก 57 คน แต่ในข้อกล่าวหาบอกว่าตนไม่ให้พูด

เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่ที่ป.ป.ช.บอกว่าเรื่องถอดถอนสามารถพิจารณาได้ภายใน 1-2 เดือน นายนิคม กล่าวว่า มันต้องเข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช.อาจจะพิจารณาได้เร็ว แต่กระบวนการถอดถอนก็ต้องส่งไปที่วุฒิสภา “ผมทำเรื่องถอดถอนมา 6-7 ครั้งแล้ว ครั้งนี้ถูกถอดถอนมั่งไม่เป็นไร ไม่กังวล พร้อมจะอยู่ พร้อมจะไป”

เมื่อถามว่าจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่เหลือจะเป็นปัญหาต่อการทำงานหรือไม่ นายนิคม กล่าวว่า จะเป็นปัญหาสำหรับการตีความ แต่ถ้าดูเจตนาการออกกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ถ้าต้องการระบุเฉพาะก็จะบอกไว้ เช่น กรณีการเลือกตั้ง ถ้ากกต.ชี้มูลต้องเลือกตั้งใหม่ หรือให้ใบแดง กกต.ร้องไปที่ศาลฎีกา แผนงคดีอาญาของผู้ดำรงตำหน่งทางการเมือง ให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ก็จะมีการระบุไว้เลยว่า ไม่ให้นับบุคคลเหล่านี้เป็นองค์ประชุม แต่กรณีถอดถอนให้มีส.ว.เท่าที่มีอยู่ ก็จะตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากทุกคนที่ยังเป็นส.ว.อยู่ที่ยังกินเงินเดือนอยู่ ต้องนับเป็นองค์ประชุม อย่างไรก็ตามเชื่อว่าประเด็นนี้จะเป็นที่โต้แย้งกัน และยังมีประเด็นที่ต้องโต้แย้งอีกเยอะ อย่างเช่นผู้ที่กล่าวหา จะมีสิทธิ์ลงคะแนนหรือไม่ ยังมีประเด็นอีกเยอะไม่จบง่ายๆ