ปชป.ไม่แปลกใจผลถกนายกฯมีธงเลือกตั้ง

ปชป.ไม่แปลกใจผลถกนายกฯมีธงเลือกตั้ง

ปชป.ไม่แปลกใจ ผลถก"ยิ่งลักษณ์-กกต."เหตุรัฐบาลมีธงไม่เลื่อนเลือกตั้ง เมิน"ความสูญเสีย-ล้มตาย"ของประชาชน

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หารือกัน ถึงการเลื่อนวันเลือกตั้งว่า ผลที่ออกมาตนไม่แปลกใจเพราะเป็นที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เพราะรัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไป และยืนยันเดินหน้าเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าประชาชนจะต้องสูญเสีย มีการบาดเจ็บล้มตาย และการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นโมฆะ และการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นว่าจะมีสภาผู้แทนราษฎรที่สมบูรณ์หรือไม่ อาจต้องใช้เวลามากกว่า 6 เดือน ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจ ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการเดินหน้าไปสู่วันเลือกตั้ง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยชัดเจน ว่านอกจากการกระชับอำนาจตัวเองผ่านการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะต้องเดินไปให้ถึง และยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การใช้กำลังข่มขู่ คุกคามประชาชนที่เห็นต่าง ตนยืนยันว่าขณะนี้มียุทธศาสตร์ ที่จะทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวกับ ,ประเทศไทย และกทม. โดยขณะนี้มีกองกำลังที่ทราบฝ่ายว่าเป็นฝ่ายเดียวกับรัฐบาล ออกปฏิบัติการอยู่ทั่วพื้นที่กทม.

นายชวนนท์ กล่าวว่า วันนี้ถ้ามวลชนเดินทางออกนอกพื้นที่การชุมนุม จะถูกกองกำลังทราบฝ่ายเหล่านี้ติดตาม และเมื่อมีโอกาสก็จะลงมือลั่นไก เพื่อสังหารประชาชนทันที ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่ยิงนายสุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.)นั้นไม่น่าเชื่อว่า จะมีคนร้ายเดินถือปืนอย่างองอาจวิ่งไล่รถนายสุทิน และสาดกระสุนใส่รถนายสุทินกลางวันแสกๆ ซึ่งคนร้ายสามารถหลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย กรณีนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีการรู้เห็นเป็นใจ ของผู้ที่บังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอำนาจ คือ รัฐบาล

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลจงใจให้กองกำลังซึ่งทราบฝ่าย ว่าเป็นฝ่ายเดียวกับรัฐบาลออกปฏิบัติการทั่วทุกพื้นที่ ที่มีการชุมนุม ของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เพื่อข่มขู่ไม่ให้ประชาชนออกมาขัดขวางการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จงใจสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน เมื่อออกมานอกพื้นที่ต้องเจอกับการไล่ล่าของกลุ่มกำลังเหล่านี้ทันที เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หน้าสโมสรทหารบก เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนถูกยิงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้ลั่นไก

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการให้ข่าวของผู้บังคับบัญชา ของดาบตำรวจคนดังกล่าวว่าเป็นเพียงผู้มาหาข่าว แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือโดยหลักการของการเข้ามาหาข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไม่พกอาวุธ และถ้ามีการเข้ามาหาข่าว แล้วมีการพกระเบิดปิงปองเข้ามาในพื้นที่เพื่ออะไร ตนคิดว่ากรณีนี้เป็นกรณีสำคัญที่จะต้องทำความกระจ่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้บังคับบัญชา จะปล่อยให้เหตุการณ์ผ่านไปโดยให้ประชาชนลืมเองคงจะไม่ได้

นายชวนนท์ กล่าวว่า ทั้งกรณีของนายสุทินและกรณีล่าสุดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่น่าจะใช้เวลาเกิน 24 ชั่วโมงในการคลี่คลาย แต่หากปฏิบัติหน้าที่ไม่ตรงไปตรงมา และต้องการปกปิดความผิดเพราะมีคำสั่งจากคนที่มีอำนาจในรัฐบาล ตนเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นเงื่อนไขสุดท้าย ที่จะทำให้ประชาชนอดรนทนไม่ไหว และออกมาต่อสู้เพื่อล้มอำนาจรัฐ

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กำลังจะคิดใช้ยุทธศาสตร์ความรุนแรงกับประชาชนนอกพื้นที่มีกองกำลังไล่ล่า ส่วนในพื้นที่การชุมนุมก็ประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีการจัดทีมจู่โจมเพื่อจับกุมแกนนำผู้ชุมนุม ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.เกิดขึ้นให้ได้ ตนยอมรับว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.อาจเกิดขึ้นได้จริง แต่ผลที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้ จะไม่คุ้มกับสิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเสียไปทั้งชีวิต วันนี้ไม่มีใครคิดว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะโหดเหี้ยมอำมหิตได้ถึงเพียงนี้ เราไม่เคยเห็นน.ส.ยิ่งลักษณ์พูดถึงความสูญเสีย ในฝั่งของผู้ชุมนุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว

นายชวนนท์ กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดถึงแต่ลูกชายตัวเอง เวลาที่ถูกเป่านกหวีดด้วยสายตาที่วิงวอน แล้วน.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นสายตาของลูกสาวนายสุทินหรือไม่ ที่มองศพพ่อของตัวเองโดยไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อถึงเสียชีวิต น.ส.นิ่งลักษณ์เคยเอาใจใส่เด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ต้องเสียพ่อไป เพียงเพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องการที่จะเลือกตั้ง และขอให้ช่วยตอบด้วยว่าวันที่ 2 ก.พ.จะต้องมีเด็กกำพร้าอีกกี่คน เพียงเพราะจะทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องนี้เป็นคำถามสำคัญที่คนไทยทั้งประเทศอยากจะถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าความสูญเสียจะต้องเกิดขึ้นอีกเท่าไหร่ถึงจะสาสมใจ

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนศรส.ถูกตั้งขึ้นมาด้วยเหตุผลประการเดียว คือ การติดกำลังให้เจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างถูกกฎหมาย เพื่อทำลายประชาชน ทั้งนี้ศูนย์อำนายการรักษาความสงบ ( ศรส.) ไม่ได้มีภารกิจในการปกป้อง คุ้มครองดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมเลย และร.ต.อ.เฉลิมไม่เคยพูดถึงความสูญเสียของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)เลย

"วันนี้น.ส.ยิ่งลักษณ์และร.ต.อ.เฉลิมกำลังจะแบ่งประเทศไทยออกเป็น 2 ทาง ทั้งนี้เห็นว่าไม่มีผู้ปกครองของชาติไหนมีเจตนาในการติดอาวุธ และออกกฎหมายเพื่อประโยชน์ของตัวเองในการ ฆ่าฟันประชาชนและปล่อยให้มีกองกำลัง ซึ่งอาจเป็นกองกำลังต่างชาติเข้ามาทำลายประชาชนคนไทยด้วยกันเอง รัฐบาลยิ่งลักษณ์เป็นรัฐบาลแรก ที่ประชาชนจะจดบัญชีทุกบัญชีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทำกับประเทศไทยเอาไว้ และถ้าคิดว่าคุ้มที่จะเดินหน้าต่อไปก็เชิญตามสบาย แต่ทุกชีวิตที่สูญเสียไปน.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยต้องรับผิดชอบ"น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า วันนี้เวลา 14.00 น.ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่ สำนักงานผู้แทนข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เพื่อแจ้งให้สหประชาชาติและองค์กรระดับประเทศได้รับทราบว่า ขณะนี้เรามีรัฐบาลที่อ้างประชาธิปไตย แต่มีพฤติกรรมเป็นเผด็จการออกกฎหมายเพื่อคุ้มครอง สถานะของตัวเอง และมีพฤติกรรมจงใจละเลยให้ประชาชนถูกทำร้าย ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหดใจกลางกรุงเทพฯมาอย่างต่อเนื่อง มีพฤติกรรมที่สนับสนุนให้มีกองกำลัง ในการซุ่มทำร้ายประชาชนคนไทย ที่ออกมาใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนไม่ได้อยากไปฟ้องต่างชาติ แต่ไม่อยากให้องค์กรต่างประเทศเข้าใจประเทศไทยผิดว่าประชาชนไม่เอาการเลือกตั้ง โดยแท้จริงแล้วประชาชนที่ออกมาคัดค้านล้วนสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย เพียงแต่ขงให้มีการปฏิรูปและมีกระบวนการที่ทำให้แน่ใจว่า เป็นคำตอบที่บริสุทธิ์ยุติธรรมสำหรับทุกฝ่าย และทำให้แน่ใจว่าเราจะไม่มีรัฐบาลที่เอาเสียงประชาชนไปบิดเบือน เพื่อฉกฉวยโอกาสอีกต่อไป