ยกคำฟ้อง'อุเทน'ฟ้องกบอ.เพิกถอนโปรเจคน้ำ

ยกคำฟ้อง'อุเทน'ฟ้องกบอ.เพิกถอนโปรเจคน้ำ

ศาลปกครองสูงสุด ไม่รับคำฟ้อง"อุเทน"ฟ้องกบอ.ขอเพิกถอนทีโออาร์แผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้าน ชี้ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง

ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 895/2556 ที่นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านการระบายน้ำ ผู้ฟ้องคดี ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เป็นผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีกำหนดให้บริษัทเอกชนผู้เข้าประมูลจะต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสำรวจ ออกแบบ หรือทบทวนแบบรายละเอียดตามผลการศึกษาและจัดหาที่ดินและขออนุญาตใช้พื้นที่เอง โดยเปิดให้บริษัทเอกชนเข้าทำการประมูลราคา โดยยังมิได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดและขอบเขตของงาน(ทีโออาร์) อันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยขอให้มีคำสั่งยกเลิกข้อกำหนดและขอบเขตของงานในแต่ละโมดูล ของแผนบริหารจัดการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง ได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 ไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีมิใช่เป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองได้ ผู้ฟ้องคดีจึงยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุด

โดยศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่ผู้ฟ้องอ้างว่าเป็นประชาชนที่มีรายได้ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีจึงมีสิทธิ์ฟ้องคดีนั้น ผู้ฟ้องจะต้องเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มีส่วนได้เสียกับการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎคำสั่งหรือกระทำการอื่นใดที่เป็นเหตุฟ้องคดีนั้น แต่ประโยชน์ได้เสียที่ผู้ฟ้องคดีกล่าวอ้างจะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ฟ้องคดี โดยผู้ฟ้องคดีจะต้องแสดงให้เห็นว่าได้รับผลกระทบจากการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมายอย่างไร และหากศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาของผู้ฟ้องคดีแล้วจะมีผลเป็นการแก้ไขเยียวยาอย่างไร ไม่ใช่กรณีที่บุคคลใดๆจะอ้างประโยชน์เกี่ยวข้องและเสียภาษีตามกฎหมาย ดังนั้นผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่เป็นผู้ได้รับความเดือนร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องมาจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดี ที่จะมีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครองได้ ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง ตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีฟังไม่ขึ้น ที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย จึงมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองชั้นต้น