ผู้นำยูเครนยอมยกเลิกกฎหมายห้ามประท้วง

ผู้นำยูเครนยอมยกเลิกกฎหมายห้ามประท้วง

ผู้นำยูเครนยอมยกเลิกกฎหมายห้ามประท้วง

นายวิกเตอร์ ยานูโควิชประธานาธิบดียูเครนตกลงกับแกนนำผู้ประท้วงที่จะยกเลิกเนื้อหาบางส่วนในกฎหมายห้ามการชุมนุม และเตรียมหารือเกี่ยวกับอนาคตรัฐบาลของเขาระหว่างการะชุมสภานัดสำคัญในวันนี้ (28 ม.ค.) เพื่อหาทางยุติกระแสต่อต้านที่ยืดเยื้อมาสองเดือน

หลังจากการพูดคุยเป็นเวลา 4 ชั่วโมงระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน รัฐมนตรียุติธรรมของยูเครน "นางโอเลนา ลูคัช" ก็เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยกเลิกเนื้อหาบางส่วนในกฎหมายห้ามการชุมนุมที่เพิ่งประกาศใช้ 10 วัน จนทำให้เหตุการณ์ประท้วงรุนแรงยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในการเจรจาไม่ได้เอ่ยถึงการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีรัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลของนายยานูโควิชขู่ว่าจะใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าวเพื่อควบคุมสถานการณ์ความมั่นคงในประเทศอีกครั้ง ระหว่างที่ฝ่ายผู้ประท้วงยึดสถานที่ราชการหลายแห่ง

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อดีตรัฐมนตรีเศรษฐกิจของยูเครน "นายอาร์เซนีย์ ยัตเซนิก" ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ปฏิเสธที่จะรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามข้อเสนอของรัฐบาล ทำให้สถานการณ์ทางการเมืองตึงเครียดมากขึ้นจากข้อเรียกร้องของฝ่ายค้านที่ให้รัฐบาลลงจากอำนาจ รวมถึงการอภัยโทษให้กับผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งที่ถูกคุมขัง

รองประธานาธิบดีสหรัฐ "นายโจ ไบเดน" เรียกร้องเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) ให้นายยานูโควิชสั่งรัฐบาลไม่ให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและร่วมหาทางออกกับฝ่ายค้านเพื่อยุติเหตุวุ่นวายในประเทศอย่างสันติ

ทำเนียบขาวแถลงว่า นายไบเดนเน้นย้ำว่า สหรัฐขอประณามการใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม และเตือนว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการใช้มาตรการความมั่นคงขั้นร้ายแรงในรูปแบบอื่น ๆ จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม

ล่าสุด นายกรัฐมนตรีมิโคลา อาซารอฟ ของยูเครน เปิดเผยว่า เขาตัดสินใจเป็นการส่วนตัวลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว เพื่อรักษาเอกภาพของยูเครน หลังสภาเปิดประชุมลงมติเรื่องการปฏิรูปและการให้อำนาจที่ได้รับการสนับสนุนจากนายยานูโควิช โดยเขาหวังว่าการลาออกจะช่วยเพิ่มโอกาสการประนีประนอมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างสันติ