ม็อบแรงงานค้านสปส.ปล่อยกู้จ่ายจำนำข้าว

ม็อบแรงงานค้านสปส.ปล่อยกู้จ่ายจำนำข้าว

ม็อบแรงงานบุกก.แรงงานค้านปล่อยกู้กองทุนประกันสังคม 1 แสนล้านบาทให้รัฐจ่ายจำนำข้าว

ที่กระทรวงแรงงาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มเครือข่ายแรงงานคัดค้านปกป้องกองทุนประกันสังคมโดยคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.)และเครือข่ายแรงงาน 25 องค์กร รัฐวิสาหกิจการไฟฟ้านครหลวงนำโดยนายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.)และน.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคสรท. นายยงยุทธ เม่นตะเภา แกนนำสหพันธ์ยานยนต์แห่งประเทศไทยและแรงงานรวมประมาณ 100 คนเดินทางมายังกระทรวงแรงงาน เพื่อเข้าพบกับนายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน(รง.)ในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ดสปส.)และนางอำมร เชาวลิต เลขาธิการสปส.เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านกรณีรัฐบาลจะขอกู้เงินกองทุนประกันสังคม 1 แสนล้านบาทเพื่อนำเงินไปจ่ายในโครงการจำนำข้าวให้แก่เกษตรกร และขอให้ผู้บริหารกระทรวงแรงงานทั้งสองคนทำหนังสือยืนยันจะไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้

ต่อมาเวลา 10.15 น. กลุ่มเครือข่ายแรงงานได้นั่งโต๊ะพูดคุยกับเลขาธิการสปส.และรองเลขาธิการสปส. รวมทั้งผู้บริหารกสร.บริเวณใต้ตึกกสร.ภายในกระทรวงแรงงาน แต่เนื่องจากปลัดรง.ติดภารกิจประชุมผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวง จึงไม่ได้ลงมาร่วมหารือ ทำให้กลุ่มเครือข่ายแรงงานฯไม่พอใจและเรียกร้องให้ปลัดรง.ลงมาร่วมหารือกระทั่งเวลา 11.00 น.ปลัดรง.จึงลงมาหารือโดยได้ให้กลุ่มเครือข่ายส่งตัวแทน 5 คนมาหารือร่วมกัน

นายชาลี ลอยสูง ประธานคสรท. กล่าวว่า กลุ่มแรงงานไม่สบายใจที่มีกระแสข่าวว่ารัฐบาลต้องการกู้เงินจากกองทุนประกันสังคม 100,000 ล้านบาท( แสนล้านบาท)ไปจ่ายในโครงการรับจำนำข้าวจะสร้างความเสียหายต่อกองทุนประกันสังคมและกระทบต่ออนาคตของผู้ประกันตน โดยเฉพาะการจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ กลุ่มแรงงานจะเดินหน้าคัดค้านเรื่องนี้อย่างถึงที่สุด รวมทั้งขอให้รัฐบาลจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมที่ค้างจ่ายอยู่กว่า 70,000 ล้านบาท ให้แก่กองทุนประกันสังคม ด้วย

นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน(รง.)ในฐานะประธานบอร์ดสปส. กล่าวชี้แจงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้รับการติดต่อจากใคร หรือ หากแม้จะมีใครติดต่อเข้ามา ก็ไม่สามารถนำเงินกองทุนประกันสังคมไปให้รัฐบาลกู้เพื่อจ่ายเงินจำนำข้าวได้เพราะขัดต่อพ.ร.บประกันสังคมและระเบียบการลงทุนของสปส. ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบจากบอร์ดสปส.และกระทรวงการคลังต้องอนุมัติระเบียบการลงทุน ซึ่งปัจจุบันระเบียบการลงทุนของสปส.ให้นำเงินกองทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มั่นคงมากกว่าร้อยละ 60 แต่ปัจจุบันลงทุนอยู่ที่ร้อยละ88 ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้เอกชน และการลงทุนที่มีความเสี่ยงไม่เกินร้อยละ 40 ปัจจุบันลงทุนร้อยละ 21 ได้แก่ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐานร้อยละ1 หุ้นร้อยละ 9 และเงินฝากธนาคารและอื่นๆร้อยละ 2 ส่วนที่รัฐบาลค้างเงินสมทบกองทุนกว่า 7 หมื่นล้านบาทนั้นกระทรวงแรงงานเสนอของบรัฐบาลไปทุกปี แต่ถูกกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณางบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรตัดงบออกไปเพื่อจัดงบให้รัฐบาลไปใช้ในโครงการอื่นๆ

"ส่วนกรณีที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่ารัฐบาลกู้เงิน 1.3 แสนล้านบาทเพื่อจ่ายจำนำข้าวโดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกันด้วยการออกพันธบัตรนั้น เรื่องนี้ผมขอยืนยันว่าแม้รัฐบาลจะออกพันธบัตรมา สปส.ก็ปล่อยกู้เงินกองทุนให้ไม่ได้เพราะสปส.ต้องยึดตามกฎหมายและระเบียบการลงทุนของสปส. ไปยึดตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ได้ จะขัดต่อกฎหมายและระเบียบของสปส." ปลัดแรงงาน กล่าว